Page 47 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 47
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 47
หลักสูตรการพัฒนาหรือสร้างพลังกลุ่ม (How to strengthen
(farmer) groups) เป็นหลักสูตรที่ได้รับการนำาไปใช้อย่างแพร่หลายมากกว่า
หลักสูตรอื่นๆ ทั้งโดย NGO, หน่วยงานของรัฐ และมหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละ
หน่วยงานต่างก็ปรับใช้ตามความเข้าใจ และเงื่อนไขของตน หลักสูตรนี้จัดขึ้นเป็น
ครั้งแรกสำาหรับเจ้าหน้าที่สนามของโครงการ SFPP (เกษตรตำาบล และนักวิชาการ
เกษตรประจำาจังหวัด ในพื้นที่นำาร่อง 4 จังหวัด) เพราะโครงการตระหนักว่า
เกษตรกรรายย่อยไม่มีโอกาสจะพัฒนาตนเองได้หากปราศจากการรวมตัวกัน
ช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปันความรู้ ความคิด ประสบการณ์ และทรัพยากรนานาชนิด
ที่มีอยู่เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อน แก้ไขปัญหาที่ประสบ หลักสูตรนี้จึงเน้น
การวิเคราะห์สถานการณ์ของคนจน/เกษตรกรรายย่อย สาเหตุที่ทำาให้จน และ
แนวทางการเพิ่มโอกาสแก้ไขปัญหา เช่น การเพิ่มฐานพลังความรู้ เพิ่มทรัพยากร
ด้วยการระดม รวบรวมกัน รวมพลังแรงงานและใจให้เป็นหนึ่งเดียว เพิ่มการ
จัดการตนเองอย่างเป็นระบบ รวมทั้งระบุแนวทางการทำางานของนักพัฒนากับ
กลุ่มเป็นขั้นตอน แบ่งวิวัฒนาการของกลุ่ม ตั้งแต่ขั้นยังไม่เป็นกลุ่ม กลุ่มเรียนรู้
กลุ่มกิจกรรม และกลุ่มที่มั่นคงแล้ว อาจจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล อาจารย์บัณฑร
ได้มีบทบาทในการออกแบบเนื้อหาหลักสูตรนี้มากกว่าคนอื่นๆ ในทีม และเป็น
ผู้เขียนเอกสารประกอบการอบรม ที่ได้รับการเผยแพร่ไปสู่วงการงานพัฒนา
อย่างกว้างขวาง
อาจารย์บัณฑรกับคุณสมบัติของนักฝึกอบรม
นักฝึกอบรม (Trainer) ก็ดี วิทยากรกระบวนการ (Facilitator) ก็ดี
ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ตนจะไปสร้างการเรียนรู้ให้กับคนอื่น , มั่นใจ
12
ในตนเอง, สนใจใฝ่รู้เรื่องราวต่างๆ เสมอ, รู้จักใช้เทคนิควิธีการต่างๆ ที่ทำาให้
12 ผมพยายามไม่ใช้ค�าว่า สอน หรือ ให้ความรู้ เพราะค�าว่า “สอน” มีนัยยะของการสื่อสารทางเดียว
เป็นการถ่ายเทข้อมูลจากคนที่มีมากกว่าไปสู่คนที่มีน้อยกว่า ซึ่งในความเป็นจริง ผู้เข้ารับการอบรม
อาจมีความรู้ในเรื่องนั้นๆด้วย อาจเหนือกว่าวิทยากรในบางมุมด้วยซ�้าไป ส่วน “ความรู้” เป็นเรื่อง
ที่ให้กันตรงไม่ได้ ที่ให้กันคือ ข้อมูล ความคิด ประสบการณ์ของวิทยากร แต่ผู้รับจะสามารถแปลง
ข้อมูล ให้เป็น ความรู้ ส�าหรับตนเองนั้นได้หรือไม่นั้น ผู้เรียนต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลนั้นๆก่อน

