Page 226 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 226
226 • สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป
ระบบค่านิยมเพียงระบบเดียว เพราะนั่นก็คือ แนวความคิดที่ยึดการครอบคลุม
สิ่งต่างๆ ทั้งหมดเป็นหลักการแก้ไขปัญหาแบบ “ถ้าแก้ปัญหาต้องแก้ไขหมด
ถ้าแก้ไขปัญหาได้บางอย่างก็อย่าแก้เลย” เป็นการแก้ไขปัญหาซึ่งถูกเริ่มขึ้นในนาม
ของความสมานฉันท์และจบลงด้วยการกดขี่มนุษยชาติ การกบฏ(ไม่เพียงแต่
เปิดเผยเท่านั้น แต่ยังพูดไม่ได้อีกด้วย) เป็นเรื่องที่ถูกห้ามอย่างเข้มงวดโดยอำานาจ
รัฐใหม่ๆ และถูกทอดทิ้งไป ดั้งนั้นการปฏิวัติจึงฆ่าการกบฏ และแหล่งสร้างสรรค์
ของการปฏิวัติไปด้วย
การกบฏเป็นการก้าวไปสู่ความสมบูรณ์ ผู้กบฏเคลื่อนไปเป็นขั้นๆ
โดยผ่านความล้มเหลวซำ้าแล้วซำ้าเล่าเพื่อแสวงหาความสำาเร็จขั้นสุดท้าย ผู้ที่กบฏ
ทราบดีว่าเขาไม่อาจแก้ปัญหาต่างๆ ได้ทุกอย่าง แต่อย่างน้อยที่สุดเขาก็ทำาเป็นว่า
เขาจะพยายามแก้ปัญหาทุกอย่าง “คนเราสามารถเอาชนะสิ่งต่างๆ ได้ทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่จะต้องแก้ไขนั้นอยู่ในตัวเขาเอง” ไม่มีการแก้ปัญหาอย่างอื่นสำาหรับเขา
เพื่อที่จะป้องกันว่า เขาจะไม่ตกเป็นเหยื่อของลัทธิทำาลายหรือเหยื่อของศาสนา
ผู้ที่กบฏไม่ใช่คนที่ไม่นับถือศาสนา เป็นแต่เขาพูดถึงพระผู้เป็นเจ้าในฐานะที่
เท่าเทียมกันเท่านั้น นักกบฏแยกตัวออกจากนักปฏิวัติ นักปฏิวัติเป็นนักทำาลาย
ผู้ซึ่งพยายามทำาลายโลกที่เป็นอยู่อย่างเด็ดขาด รวมทั้งการปฏิเสธการมีอยู่ของ
ตนเองด้วย สำาหรับนักปฏิวัติแล้วมีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ ตาย กับทำาให้ผู้อื่นตาย
นักปฏิวัติเปี่ยมไปด้วยความต้องการที่จะแสวงหาชีวิตที่แท้จริงและชอบใช้
ความอยุติธรรมทำาการประนีประนอม (ตามระบบค่านิยมของตนเอง) การหาเหตุผล
ของนักปฏิวัตินั้นเป็นอาชญากรรมอย่างหนึ่งซึ่งมุ่งครอบงำามนุษย์ การปฏิวัติหรือ
การโต้ตอบการปฏิวัติมักจะตั้งอยู่บนรากฐานของลัทธิทำาลาย และมักจะก่อให้
เกิดลัทธิก่อการร้ายต่อบุคคลหรือต่อรัฐเสมอ จากการปฏิวัติรัสเซียในศตวรรษที่
19 มาจนถึงลัทธิมาร์กซิสม์และลัทธิฟาสซิสม์ และเรื่อยมาจนถึงกองโจรจรยุทธ์
ในปัจจุบันรวมทั้งผู้ก่อการร้ายและกองทัพแดง
อย่างไรก็ตามการกบฏเป็น “การกระทำาที่ปราศจากเรื่องราวที่วางแผน
เอาไว้” การกบฏเป็น “การประท้วงซึ่งเกิดขึ้นทันทีทันใด” “การกบฏไม่อาจ
คงอยู่ได้” ถ้าหากปราศจากความรักซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบที่แปลกรูปหนึ่ง
ความรักแบบนี้มิได้หมายถึงการคาดคะเนและเสียสละให้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อชีวิต

