Page 18 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 18

18   •  สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป


             องค์กรในท้องถิ่น เหนืออื่นใด เครือข่ายจะต้องพัฒนาต่อไปจนถึงขั้นของ                 สถานการณ์ผกผันอย่างไร ประชาชนยังอยู่และมีขบวนการ
             “ขบวนการ” (Movement) คือเป็นการขับเคลื่อนไปทั้งขบวน ไม่ใช่แค่มองที่
             “กระบวนการ” (Process) ในขั้นการปฏิบัติ                                                    ณ ปัจจุบันสังคมเข้าสู่ยุคไอที เป็นผลทำาให้สถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม
                                                                                                การเมือง เกิดการผันผวน (Disrupt) ผลด้านลบคือ แนวทาง นโยบาย และกลไก
                     การทำางานแบบยึดติด “กระบวนการ” คือ การทำาเพื่อสนองหน้าที่                  ของทั้งภาครัฐและเอกชนไม่เป็นผลอีกต่อไป  ในทางบวก ระบบข้อมูลข่าวสาร
             ราชการอย่างแคบ  โดยทำาตามหน้าที่ ทำาให้เสร็จตามแผนงบประมาณ  เพื่อสนอง              จะทำาให้การกำาหนดนโยบาย ติดตามและประเมินผล และการร้องเรียนทำาได้
             ตัวชี้วัดของหน่วยงานเจ้าของงบประมาณ ภาคราชการมักไม่วางเป้าหมายถึง                  อย่างรวดเร็ว ภาคประชาชนก็จะสามารถ “ใช้ข้อมูลเป็นอำานาจ” และเป็นโอกาส
             การสร้างการขับเคลื่อนประชาชนให้เป็นพลังดัวยตัวเอง ข้อจำากัดทางบริหาร               ในการยกบทบาทภาคประชาชนให้มีฐานะเป็นผู้กำาหนด
             ในการแก้ปัญหายาเสพติด คือ นโยบายของรัฐ ประสิทธิภาพระบบราชการ                              หลายสิบปีที่ อ.บัณฑร อ่อนดำา ได้ให้แนวคิดในการปลูกฝัง เอ็นจีโอ.

             และ คุณภาพของบุคลากรมูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย
                                                                                                และแกนนำาภาคประชาชนให้ก้าวข้ามกับดักกิจกรรมสนองหน่วยงานราชการ
                     รายงานการปรับปรุงการดำาเนินงานตามยุทธศาสตร์แก้ปัญหายาเสพติด                ภาคประชาชนต้องพัฒนา “กระบวนการ” น�าสู่ “ขบวนการ – Movement”

             โดยภาคประชาชน ได้เสนอแนะให้จัดทำายุทธศาสตร์แก้ปัญหายาเสพติด                        จึงจะบรรลุความสำาเร็จ นับเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง แต่ผู้ปฏิบัติต้องปรับตน
             โดยการควบคุมพื้นที่ โดยมีสาระงานดังนี้ 1.องค์ประกอบสนับสนุนจากส่วนกลาง             ให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ โดยคำานึงถึงสามตัวแปร ได้แก่ สถานการณ์สังคม
             คือ  การพัฒนาองค์ความรู้ (How to)  2.จัดตั้งคณะท�างานร่วม ปปส. – มภท. –            บุคลากรผู้ปฎิบัติ รวมทั้งนโยบายและการสนับสนุนจากภาครัฐ
             ทีมวิชาการ 3.จัดสร้างยุทธศาสตร์คุมยาเสพติดพื้นที่ (คณะท�างานประกอบด้วย                    เป็นความจริงที่ว่าแม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไปเพียงใด ภาคประชาชน
             ภาคประชาชน  ท้องถิ่น  องค์กรรัฐที่รับผิดชอบ)                                       ยังคงอยู่ Movement ของภาคประชาชนจะไม่มีวันตาย และย่อมเกิดขึ้นท่ามกลาง

                     ปมเงื่อนเชิงโครงสร้าง คือ การความสัมพันธ์ระหว่าง ป.ป.ส.กับ มูลนิธิ         การต่อสู้ หากได้รับการเอื้ออำานวยที่เหมาะสมจากภาครัฐและภาควิชาการ
             ภูมิพลังชุมชนไทย รายงานฯ เสนอให้จัดตั้ง “คณะทำางานร่วม” ประกอบด้วย                 ภาคประชาชนย่อมเติบโตและสร้างสรรค์สิ่งดีงามแก่สังคมได้อย่างแน่นอน
             คณะบริหารฝ่ายมูลนิธิฯ กับคณะบริหารฝ่าย ป.ป.ส. ทำารายงานยุทธศาสตร์
             ปรับปรุงการทำางานสนับสนุนภาคประชาชน และ ป.ป.ส.จะต้องมีบทบาทนำา
             ในการแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่

                     สรุปแนวความคิด อ.บัณฑร ในการแก้ปัญหายาเสพติด – ความสำาเร็จ
             ของขบวนประชาชนต่อต้านยาเสพติดและผลสะเทือนที่เห็น  เป็นเพียง
             ปรากฏการณ์เฉพาะพื้นที่และเฉพาะช่วงเวลา  ไม่อาจสร้างให้เกิดความต่อเนื่อง
             ยั่งยืน  เงื่อนไขคือ ภาคประชาชนมีบุคลากรมีคุณภาพ และการสนับสนุนของภาครัฐ
             อ.บัณฑร ได้เสนอแนวทางว่า ประชาชนต้องก้าวข้าม “กับดักกิจกรรม” ไปสู่
             การสร้างขบวนขับเคลื่อนด้วยพลังประชาชน
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23