พอช. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร ร่วมหารือความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) เพื่อผสานองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ากับประสบการณ์การพัฒนาชุมชนของ พอช. มุ่งเน้นการใช้ระบบข้อมูลเชิงพื้นที่ GIS Agro Intelligence วางแผนพัฒนาตำบล วิเคราะห์ความเสี่ยงภัยพิบัติ จัดการน้ำและเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ พร้อมเตรียมจัดทำ MOU และเชื่อมโยงเครือข่ายสากลผ่านงาน Engagement Thailand ในเดือนธันวาคม 69
มหาสารคาม/ 15 ตุลาคม พ.ศ. 69- สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร จัดเวทีประชุมหารือความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับผู้บริหารและคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อวางแนวทางบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมระดับอุดมศึกษาเข้ากับการทำงานพัฒนาชุมชนและการแก้ไขปัญหาจริงในระดับพื้นที่ เชื่อมโยงภารกิจด้านการวิจัยและการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยเข้ากับประสบการณ์การทำงานพัฒนาชุมชนของ พอช. โดยมีเป้าหมายหลักในการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้สมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ ให้สอดคล้องกับบริบท สภาพปัญหา และความต้องการของชุมชนในท้องถิ่น ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ประเด็นสำคัญของการหารือ คือการตกลงนำ เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และข้อมูลเชิงพื้นที่มาใช้เป็นฐานหลักในการวางแผนพัฒนาตำบลแบบบูรณาการ ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดการเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลในระดับจังหวัดและระดับตำบลอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย ข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติ การวิเคราะห์ข้อมูลดิน น้ำ และระบบนิเวศในพื้นที่ ข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ การประเมินความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและภัยแล้ง เพื่อวางแผนรับมือล่วงหน้า ข้อมูลด้านการเกษตร การวิเคราะห์พื้นที่เพาะปลูกและศักยภาพการผลิต
การนำข้อมูลที่มีมิติด้านพื้นที่มาแสดงผลในรูปแบบแผนที่ดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลหลายชั้น จะช่วยให้ผู้นำชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ แนวคิดดังกล่าวยังได้รับการหนุนเสริมด้วยการประยุกต์ใช้ระบบ GIS Agro Intelligence (แพลตฟอร์มด้านข้อมูลเกษตรอัจฉริยะ) ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรและชุมชนเข้าถึงข้อมูลการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดความสามารถเฉพาะของระบบเพิ่มเติมได้ที่แพลตฟอร์มออนไลน์ https://gisagro.arda365days.com/login
นอกจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว ที่ประชุมระหว่าง พอช. และ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการนำผลงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จของมหาวิทยาลัยมาต่อยอดเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการเกษตร การออกแบบระบบกระจายน้ำในระดับชุมชนและการอนุรักษ์แหล่งน้ำธรรมชาติ การวางแผนทรัพยากรระดับตำบล การทำบัญชีทรัพยากรชุมชนและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนการพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยีการคัดสรรและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบริสุทธิ์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น การนำงานวิจัยเหล่านี้ลงสู่พื้นที่ปฏิบัติการจริง จะช่วยเปลี่ยนองค์ความรู้บนหิ้งให้กลายเป็น “งานวิจัยกินได้” ที่ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
การขยายความร่วมมือทางวิชาการและเครือข่ายพัฒนา ที่ประชุมได้ร่วมกันเสนอแนวทางการประสานงานกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการพัฒนาระบบ Co-Pin เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาชุมชนระดับโลกผ่านงาน Engagement Thailand ซึ่งมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ระหว่างวันที่ 8–12 ธันวาคม พ.ศ. 2569 นี้
ทั้งสองหน่วยงานยังได้เห็นชอบร่วมกันในการเตรียมจัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กับ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อกำหนดกรอบการทำงาน พันธกิจ และการจัดสรรทรัพยากรร่วมกันในการขับเคลื่อนงานพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่องในระยะยาว

















