กระทรวง พม. โดย พอช. และภาคีเครือข่ายต่างประเทศ จัดงาน “Asia World Habitat Day Celebration: Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award” ระหว่างวันที่ 25–28 ตุลาคม 2569 เพื่อเฉลิมฉลองวันที่อยู่อาศัยสากล รองรับแผนยุทธศาสตร์ UN-Habitat ปี 2026-2029 ชูโมเดล “บ้านมั่นคง” ของไทยเป็นต้นแบบการจัดการที่อยู่อาศัยโดยชุมชน (Collective Housing) พร้อมเชิญตัวแทนภาครัฐ ประชาสังคม และผู้นำชุมชนกว่า 250 คนจาก 10–15 ประเทศในเอเชีย ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาดูงานในพื้นที่จริง และมอบรางวัลยกย่องโครงการที่อยู่อาศัยดีเด่น มุ่งขับเคลื่อนเป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง (New Urban Agenda)
กรุงเทพฯ/19 ตุลาคม 2569 — กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับภูมิภาค “Asia World Habitat Day Celebration: Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award” หรือ “เวทีสัมมนานานาชาติและการมอบรางวัลต้นแบบโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนในภูมิภาคเอเชีย” มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันที่อยู่อาศัยสากล (World Habitat Day 2026) พร้อมทั้งเป็นเวทีเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลให้แก่โครงการที่อยู่อาศัยดีเด่นที่บริหารจัดการโดยชุมชน จากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือเป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดรับกับพันธกรณีด้านการต่างประเทศของประเทศไทยและแผนยุทธศาสตร์สากลซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยผู้เข้าร่วมงานประชุมสัมมนาครั้ง จาก 15 ประเทศทั่วเอเชีย อาทิ อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย นี้ มีจำนวนรวมกว่า 250 คน ณ ทำกรุงเทพมหานคร
จากข้อมูลแผนยุทธศาสตร์ของโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) ระหว่างปี ค.ศ. 2026–2029 ได้คาดการณ์วิกฤตการณ์ที่น่ากังวลว่า ประชากรโลกมากกว่า 2.8 พันล้านคนกำลังได้รับผลกระทบจากการเข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม และมีประชากรอีกกว่า 1.1 พันล้านคน ที่ต้องทนอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยที่ไม่เป็นทางการ (Informal Settlements) ตลอดจนชุมชนแออัด (Slums) ในรูปแบบต่าง ๆ ในปัจจุบัน นิยามของ “ที่อยู่อาศัย” กลายเป็นปัจจัยชี้วัดคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน อีกทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ และวิกฤตที่มนุษย์สร้างขึ้น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่รวดเร็ว ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยจึงกลายเป็นวิกฤตระดับสากล
สำหรับประเทศไทย ได้มีการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) เพื่อใช้เป็นเข็มทิศทิศทางนโยบายระดับชาติ โดยมี พอช. เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาสำหรับผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการ “บ้านมั่นคง” (Baan Mankong) ซึ่งใช้แนวทางการพัฒนาที่ให้ชุมชนเป็นแกนหลัก (Community-Driven Development) จนเกิดระบบการอยู่อาศัยร่วมกัน หรือ Collective Housing ที่บูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการจัดการตนเองเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 11 (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน) เป้าหมายที่ 17 (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) และวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง (New Urban Agenda – NUA)
การจัดงาน Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมี 7 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 1. ร่วมเฉลิมฉลองวันที่อยู่อาศัยสากลระหว่างประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย 2. มอบรางวัลยกย่องโครงการที่อยู่อาศัยดีเด่นที่จัดการโดยชุมชนจากประเทศในเอเชีย 3. เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิธีการ และประสบการณ์ระหว่างตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ 4. สร้างและขยายเครือข่ายขบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนระหว่างประเทศในเอเชีย และเชื่อมโยงสู่ระดับสากล 5. สนับสนุนการวางแผนงาน ขยายขบวนการความรู้ และต่อยอดการพัฒนาที่อยู่อาศัยในแต่ละประเทศ 6. เพื่อเผยแพร่ข้อมูล กระจายชุดความรู้ ไปสู่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชุมชน และวงการวิชาการที่เกี่ยวข้อง 7. สร้างการเรียนรู้ผ่านการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในโครงการบ้านมั่นคงจริงของประเทศไทย
สำหรับการมอบรางวัล Collective Housing Award มีมาตรฐานหลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาโครงการที่จะได้รับรางวัลไว้ดังนี้ ขนาดโครงการ ต้องมีจำนวนครอบครัวเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 30 ครอบครัว การเป็นโครงการร่วมจัดการ (ต้องมีอย่างน้อย 5 ใน 7 คุณสมบัติสำคัญ) มีระบบที่ดินร่วมกัน เช่น สหกรณ์ โฉนดชุมชน หรือรูปแบบอื่น ๆ
มีระบบกองทุนชุมชนเป็นกลไกกลางในการบริหารจัดการเงินของสมาชิก มีสถานภาพร่วมทางกฎหมายรองรับ มีการร่วมกันออกแบบชุมชน ออกแบบบ้าน และรับผิดชอบบริหารจัดการก่อสร้างร่วมกัน มีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ตรวจสอบได้ และมีคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่จริง มีการทำงานเชื่อมโยงกับเครือข่ายขบวนพัฒนาที่อยู่อาศัยและชุมชนในระดับเมืองหรือจังหวัด มีระบบการเงินบัญชีที่เรียบร้อยและไม่มีปัญหาหนี้สินค้างชำระ การพัฒนาคุณภาพชีวิตรอบด้าน มีการจัดกิจกรรมทางด้านสังคม สวัสดิการ เศรษฐกิจฐานราก และสิ่งแวดล้อมที่เห็นผลชัดเจน ครอบคลุมกลุ่มเด็ก เยาวชน สตรี และผู้สูงอายุ การยอมรับจากภายนอก ได้รับการยอมรับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่น ๆ ในการร่วมพัฒนาพื้นที่ การเป็นพื้นที่เรียนรู้ มีศักยภาพในการเป็น “พื้นที่ครู” หรือพื้นที่ศึกษาดูงานให้แก่ชุมชนอื่น
การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับภูมิภาคในครั้งนี้ เป็นการประกาศบทบาทของไทยในฐานะ “หุ้นส่วนการพัฒนาที่สร้างสรรค์” และผู้นำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยสร้างการยอมรับ เชื่อมโยงความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก และร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคเอเชีย
















