พอช. ถอดบทเรียน 8 พื้นที่ในจังหวัดพะเยา นำร่องใช้เครื่องมือสถิติขั้นสูง PNI ประเมินความต้องการจำเป็นครอบคลุม 8 มิติ มุ่งยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสู่ความยั่งยืน ภายใต้ปรัชญา “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” ดูแลคุณภาพชีวิตสมาชิกแบบครบวงจรตั้งแต่เกิดจนตาย พร้อมพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าทางการเงิน ขยายผลสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ
พะเยา/วันที่ 2–3 กรกฎาคม 2569 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร จัดเวทีเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาแนวทางการสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ในพื้นที่จังหวัดพะเยา” โครงการนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อร่วมกันค้นหา นวัตกรรมทางสังคม และพัฒนาขีดความสามารถของกลไกการจัดสวัสดิการภาคประชาชน โดยมีผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชน คณะนักวิจัย ผู้ช่วยนักวิจัย และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจากหลากภาคส่วนเข้าร่วมระดมสมองและถอดบทเรียนรวมกว่า 110 คน
เวทีเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ถือเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของแกนนำกองทุนสวัสดิการชุมชนจาก 8 พื้นที่เป้าหมายหลักในจังหวัดพะเยา เพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาแนวทางการสร้างความเข้มแข็ง เสถียรภาพ และความอยู่รอดของกองทุนในระยะยาว โดยเป็นการทำงานบนฐานข้อมูลที่ต่อยอดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยพะเยาที่เคยศึกษาปัจจัยความยั่งยืนไว้ ว่า “หัวใจสำคัญของความอยู่รอดของกองทุนในยุคปัจจุบัน คือประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และความสามารถในการปรับตัวให้ยืดหยุ่นสอดคล้องกับบริบททางสังคมและโครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์”
กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหาในเวทีวิจัยครั้งนี้ คือการที่คณะนักวิจัยได้นำเครื่องมือทางสถิติและระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูงมาประยุกต์ใช้จริงในภาคสนาม นั่นคือ “แบบสอบถามประเมินความต้องการจำเป็น” หรือ แบบสอบถามแบบ Priority Need Index (PNI) เพื่อให้ผู้แทนของแต่ละกองทุนได้พิจารณาเปรียบเทียบอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ระหว่าง “สภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่” กับ “ความต้องการที่แท้จริง” ในการสร้างความเข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการสะท้อนข้อมูลที่ครอบคลุมมิติการพัฒนา 8 ด้านหลัก ประกอบด้วย ด้านการบริหารจัดการที่ดีและโปร่งใส, ด้านศักยภาพและขีดความสามารถของกองทุน, ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จำเป็น, ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร, ด้านความยั่งยืนและเสถียรภาพทางการเงิน, ด้านการจัดระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์สมาชิก, ด้านศักยภาพและภาวะผู้นำของคณะกรรมการ และมิติใหม่อย่าง “กระบวนการประเมินสถานภาพและเตือนภัยล่วงหน้าทางการเงิน” ของกองทุนสวัสดิการชุมชน
สำหรับ 8 พื้นที่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้าร่วมโครงการวิจัยนำร่องในจังหวัดพะเยาครั้งนี้ ได้รับการคัดเลือกจากความหลากหลายของบริบทพื้นที่ ประกอบด้วย 5 พื้นที่ในอำเภอดอกคำใต้ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดอกคำใต้, ตำบลบ้านถ้ำ, ตำบลดอนศรีชุม, ตำบลคือเวียง และเทศบาลเมืองดอกคำใต้ ร่วมด้วย กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง และอีก 2 พื้นที่ในอำเภอจุน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเวียงลอ และกองทุนสวัสดิการตำบลห้วยยางขาม ซึ่งทั้ง 8 พื้นที่นี้จะเป็นตัวแทนในการสะท้อนภาพรวมเพื่อหาข้อสรุปเชิงโครงสร้าง
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ถือเป็นกลไกกลางและเป็น “ตาข่ายความปลอดภัยทางสังคม” ที่เกิดจากการรวมตัวกันด้วยความศรัทธาของภาคประชาชนในการสร้างระบบช่วยเหลือเกื้อกูลกันเองในท้องถิ่น ดำเนินงานภายใต้ปรัชญาแนวคิดหลักคือ “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” กองทุนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชนแบบครบวงจร ตั้งแต่แรกเกิด ยามเจ็บป่วย เข้าสู่ช่วงอายุสูงวัย ไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น กองทุนสวัสดิการชุมชนยังทำหน้าที่โอบอุ้มกลุ่มคนเปราะบาง ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการขั้นพื้นฐานของรัฐ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม



















