ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จับมือร่วมกับ 5 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย กรมป่าไม้ มูลนิธิป่าชุมชน สสน. พอช. และป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ ร่วมลงนาม MoU ขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อม “Bualuang Save the Earth รักษ์ป่าถ้ำเสือ” ยกระดับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สร้างฝายภูมิปัญญา Workshop ติวเข้มผู้เข้าประกวดออกแบบป่าชุมชนหลากสี สร้างโมเดลต้นแบบการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำโดยชุมชนเพื่อชุมชนอย่างยั่งยืน
เพชรบุรี/2 กรกฎาคม 2569 – ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการ “Bualuang Save the Earth: รักษ์ป่าถ้ำเสือ” โดยการลงนามในครั้งนี้เป็นการประสานพลังระหว่าง 6 หน่วยงานจากทั้งภาคเอกชน ภาคราชการ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันวางรากฐานการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ และป่าไม้ ภายใต้การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน มีเป้าหมายมุ่งเน้นการสร้างความสมดุลทางสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช.นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นางนันทนา บุณยานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานมูลนิธิป่าชุมชน นายสมพร คำหอม ประธานคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน จากผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนจากจังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอแก่งกระจานหรือผู้แทน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งกระจานหรือผู้แทน ตลอดจนประธานและผู้แทนจากคณะกรรมการเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดเพชรบุรี เข้าร่วมกว่า 200 คน ณ ป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจจริงที่อยากจะสร้าง “ป่าชุมชนต้นแบบ” ที่แตกต่างไปจากอดีต แม้ปัจจุบันทั่วประเทศไทยจะมีป่าชุมชนตั้งเป้าไว้กว่าหมื่นแห่ง รวมพื้นที่หลายสิบล้านไร่ และหลายองค์กรจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของคาร์บอนเครดิต ตามเทรนด์ ESG และการแก้ไขปัญหาโลกร้อน แต่สำหรับป่าชุมชนถ้ำเสือแห่งนี้ ต้องการเดินหน้าไปให้ไกลกว่านั้น
ดร.กอบศักดิ์ กล่าวถึง แนวคิดป่าชุมชนหลากสีนี้ จะเป็นการเปลี่ยนพื้นที่เขียวขจีให้กลายเป็นสวนป่าบนภูเขา มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่สวยงามและจุดแวะชมวิวที่โดดเด่น โดยจะมีการปลูกพืชพรรณไม้ที่ให้สีสัน อาทิ ต้นหางนกยูงสีแดง ต้นคูนสีเหลืองอร่าม และต้นสีตรังต่างประเทศที่จะให้ดอกสีม่วงงดงามรอบภูเขา ควบคู่ไปกับทุ่งดอกดาวกระจาย นอกจากนี้ยังเตรียมสร้างจุดขายระดับโลกด้วยการร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในการทำ “โป่งเทียม” และผสมดินสูตรพิเศษเพื่อดึงดูดผีเสื้อนับแสนนับล้านตัวจากแคมป์บ้านกลางให้มาอวดโฉมในพื้นที่แห่งนี้ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ
“เราอยากทำป่าชุมชนที่ไม่ได้มีแค่ต้นไม้เข้าแถวเรียงรายหรือรกรุงรังจนคนเข้าไม่ได้ ตั้งใจจะเปลี่ยนผืนป่าที่นี่ให้เป็นป่าชุมชนที่มีมูลค่าเพิ่ม เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเดินเข้าไปท่องเที่ยว พักผ่อน และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้อย่างแท้จริง โดยได้รับความร่วมมือจาก พอช. ในการช่วยคัดเลือกพื้นที่ป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีความโดดเด่นและมีผู้นำที่เข้มแข็งอย่างยิ่งมาร่วมเป็นพื้นที่ต้นแบบ” ดร.กอบศักดิ์ กล่าว
ดร.กอบศักดิ์ กล่าวเน้นย้ำ ความยั่งยืนของโครงการนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการบูรณาการพันธมิตรที่แข็งแกร่ง โดยมีกรมป่าไม้เข้ามาช่วยดูแลข้อกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ และที่สำคัญคือ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำที่เข้ามาแก้ไขปัญหาปัจจัยการเติบโตของป่า นั่นคือ “ระบบน้ำ” โดยมีแนวคิดเชิงนวัตกรรมในการสูบน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อสร้างเป็นแอ่งน้ำด้านบนก่อนจะปล่อยให้ไหลลงมาเป็นลำธารธรรมชาติและน้ำตกเทียม ซึ่ง ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า หากต่างประเทศสามารถสร้างน้ำตกเทียมได้ ประเทศไทยก็สามารถทำน้ำตกเทียมจากแม่น้ำเพชรบุรีได้เช่นกัน เพื่อส่งน้ำให้แก่พืชพรรณและสร้างจุดเช็คอินใหม่
ดร.กอบศักดิ์ กล่าวต่อ การดึงพลังของคนรุ่นใหม่และบุคคลทั่วไปมาร่วมออกแบบพื้นที่เป้าหมายต้นแบบจำนวน 200 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชันและมีความท้าทาย โดยได้จัดการประกวดออกแบบป่าชุมชนหลากสี ซึ่งมีผู้สมัครหลั่งไหลเข้าร่วมกว่า 160 ทีมจากทั่วประเทศ จนกระทั่งเหลือเพียง 10 ทีมสุดท้าย แบ่งเป็นทีมเยาวชน 5 ทีม และบุคคลทั่วไป 5 ทีม ซึ่งน้อง ๆ นักออกแบบเกือบ 30 ชีวิต ได้เดินทางลงพื้นที่จริง เพื่อนำโครงสร้างภูมิประเทศกลับไปดีไซน์รอบสุดท้าย โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล ประเภทบุคคลทั่วไป 100,000 บาท และประเภทนักเรียน 50,000 บาท และผลงานดีไซน์นั้นจะถูกนำมาใช้เป็น Blueprint ให้แก่ชาวบ้านในการเนรมิตพื้นที่ร่วมกัน
เป้าหมายคือเราต้องไม่แพ้ญี่ปุ่น ทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นป่าไผ่อาราชิยาม่าหรือป่าดอกไฮเดรนเยียรอบโตเกียว บ้านเราก็ทำได้ขอเพียงแค่มีน้ำและมีคนดูแล โครงการบัวหลวงเซฟเดอะเอิร์ธ รักษ์ป่าถ้ำเสือ จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่เปลี่ยนวิธีคิดของชุมชนทั่วประเทศว่า ป่าชุมชนไม่จำเป็นต้องมีแค่สีเขียวทึบและรกร้าง แต่สามารถเติบโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับสากลที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในวันนี้อย่างแท้จริง ดร.กอบศักดิ์ กล่าวสรุปตอนท้าย
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รักษาการแทนผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ภารกิจหลักของ พอช. คือการมุ่งเน้นเสริมสร้างองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ในการเข้ามาสนับสนุนพื้นที่บ้านถ้ำเสือ จึงมุ่งส่งเสริมให้เครือข่ายป่าชุมชนตำบลแก่งกระจาน มีศักยภาพในการขับเคลื่อน มีแผนงาน และมีกิจกรรมการจัดการป่าที่มีประสิทธิภาพ โดยกระบวนการทั้งหมดจะให้ความสำคัญกับเรื่อง “คน” เป็นอันดับแรก เพื่อตอบโจทย์ว่าทำอย่างไรให้คนในชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับป่า ดูแลรักษาป่า และได้ใช้ประโยชน์จากป่าอย่างเกื้อกูล ภายใต้ความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของป่าชุมชน ยังได้ขยายผลไปสู่การเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายป่าชุมชนในระดับจังหวัดของจังหวัดเพชรบุรีเข้าด้วยกัน เพื่อหนุนเสริมการสร้างโมเดลหรือรูปธรรมความสำเร็จของป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ ให้เป็นต้นแบบสำคัญในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศไทย โดยกระบวนการสร้างความยั่งยืนนี้ จะยึดหลักการให้ชุมชนในท้องถิ่นเป็นแกนหลักและเป็นเจ้าของในการจัดการดูแลรักษา ขณะที่หน่วยงานภาคีต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ อาทิ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเพชรบุรี รวมถึงภาคเอกชนอย่างธนาคารกรุงเทพ และมูลนิธิป่าชุมชน จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายหนุนเสริมความรู้ เทคโนโลยี และงบประมาณ ซึ่งจะช่วยให้ทุกภาคส่วนเห็นภาพชัดเจนว่า ชุมชนท้องถิ่นคือคำตอบสุดท้ายของการก้าวไปสู่ความยั่งยืนในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดก๊าซเรือนกระจก และสร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศ
นางสาวเฉลิมศรี กล่าวต่อ ถึงกระบวนการคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการว่า กระบวนการเลือกพื้นที่มาจากการทำงานร่วมกันของพี่น้องเครือข่ายป่าชุมชนทั้งในระดับพื้นที่และระดับจังหวัด ที่มาร่วมกันวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนว่า หากเลือกพื้นที่บ้านถ้ำเสือแห่งนี้ จะสามารถสร้างแรงเหวี่ยงหรือแรงขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อนำไปสู่การถอดบทเรียนและขยายผลสำเร็จได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งชุมชนบ้านถ้ำเสือมีความพร้อมสูงมากในการขยับตัวเคลื่อนงานในเรื่องนี้ โดยชาวบ้านไม่ได้มองแค่เรื่องป่าเพียงมิติเดียว เป็นการเชื่อมโยงบูรณาการทุกเรื่องเข้าด้วยกันอย่างแยกขาดไม่ได้ กล่าวคือ “ทำเรื่องป่า…พ่วงเรื่องที่อยู่อาศัย ทำเรื่องป่า…ผูกโยงกับเรื่องสิ่งแวดล้อม และทำเรื่องป่า…ขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต” สภาองค์กรชุมชนและเครือข่ายป่าชุมชนในพื้นที่จึงสามารถนำปัจจัยเหล่านี้มาหลอมรวมเป็นแผนพัฒนาตำบลที่เบ็ดเสร็จ ส่งผลให้ชุมชนมีศักยภาพในการจัดการตนเองได้อย่างรอบด้าน ในมิติเชิงเศรษฐกิจและรายได้ ชุมชนบ้านถ้ำเสือมีต้นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจที่ดีจากการรวมกลุ่ม โดยชาวบ้านสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรและของป่ามาแปรรูปและจำหน่ายในพื้นที่ ช่วยให้พี่น้องในชุมชนมีอาชีพและมีรายได้หมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น การเข้ามาของโครงการป่าหลากสีร่วมกับธนาคารกรุงเทพในครั้งนี้ จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับสวัสดิการชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างสร้างสรรค์
“ลุงน้อย” สุเทพ พิมพ์ศิริ ประธานป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ กล่าวว่า เรามีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะพัฒนาป่าผืนนี้ให้แตกต่างจากป่าชุมชนทั่วไป โดยการแต่งเติมพรรณไม้หลากสีสันเข้าไปในระบบนิเวศเดิม เพื่อให้ภูเขาลูกนี้มีกิจกรรมและมีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะไม่ใช่แค่มาเดินดูต้นไม้เขียว ๆ ทึบ ๆ แล้วกลับ แต่จะได้สัมผัสความสดชื่นของป่าไม้ที่ออกแบบมาเพื่อต้อนรับคนทุกเพศทุกวัยอย่างสอดประสาน วันนี้เมื่อมีหน่วยงานภาคภาคีเครือข่ายเข้ามาจับมือร่วมกันสนับสนุน ความฝันของชุมชนที่เคยคิดว่าไกลและทำไม่ได้แน่ ๆ ก็กลายเป็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าและไม่ไกลเกินฝันอีกต่อไป
ในอดีตชุมชนแทบจะหาหนทางพัฒนาให้เป็นรูปธรรมไม่ได้เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมือและนวัตกรรม แต่ในวันนี้ภาพความสำเร็จได้เกิดขึ้นแล้ว ผ่านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการน้ำที่สามารถดึงความชุ่มชื้น สันดาปด้วยการสูบน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีขึ้นสู่ยอดเขาสูงได้สำเร็จ เพื่อเข้าไปฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างลำธารและแอ่งน้ำด้านบนให้ธรรมชาติกลับคืนมาอย่างอุดมสมบูรณ์ เมื่อระบบน้ำเสร็จสมบูรณ์ พื้นที่แห่งนี้จะกลายเป็นสถานท่องเที่ยวและแหล่งศึกษาดูงานด้านเส้นทางธรรมชาติและการจัดการป่าชุมชนที่หลากหลาย โดยให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัส ทั้งน้ำตกบนยอดเขาที่ไหลผ่านแนวป่า แหล่งดูผีเสื้อสายพันธุ์ธรรมชาติที่จะบินมารวมตัวกันนับล้านตัวจากโป่งเทียม รวมถึงการเปิดพื้นที่รองรับกิจกรรม “อาบป่า” เทรนด์การบำบัดสุขภาพด้วยธรรมชาติระดับสากล เพื่อสร้างความสมบูรณ์ทางชีวภาพและเป็นจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด
“พวกเราตั้งใจพัฒนาป่าด้วยหัวใจ เพื่อให้ก้าวไกลสู่ความยั่งยืน… และถ้าอยากได้ลูกเสือ ก็ต้องมาที่ถ้ำเสือ!”
นอกจากพิธีการลงนามข้อตกลงแล้ว ยังได้มีกิจกรรม “สร้างฝายภูมิปัญญา” ซึ่งเป็นการระดมพลังจากทุกภาคส่วนและชาวบ้านในชุมชนมาร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวคิดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า ลดความรุนแรงของกระแสน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และบรรเทาปัญหาความแห้งแล้งในพื้นที่ต้นน้ำ อำเภอแก่งกระจาน ซึ่งฝายภูมิปัญญานี้จะเป็นเครื่องมือทางธรรมชาติที่ช่วยคืนชีวิตให้แก่ระบบนิเวศวิทยาในระยะยาว
พร้อมทั้งมีการ “ Workshop ให้กับผู้เข้าประกวดออกแบบป่าชุมชนหลากสี” ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมที่ดึงเอาคนรุ่นใหม่และผู้มีใจรักสิ่งแวดล้อมมาร่วมแข่งขันออกแบบภูมิทัศน์และการจัดการป่าชุมชนให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้ผู้เข้าประกวดสามารถนำความรู้เรื่องการจัดการน้ำและลักษณะพืชพรรณไม้ไปประยุกต์ใช้ในการดีไซน์โมเดล “ป่าชุมชนหลากสี” ที่ผสมผสานทั้งประโยชน์ใช้สอย การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้


















