นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสวัสดิการสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เป็นประธาน Kick Off “ศูนย์สร้างสุขเทศบาลเมืองบ้านเป็ด : ลานฮัก สานใจ คนทุกช่วงวัย” ต้นแบบศูนย์รวมความสุขและการจัดสวัสดิการชุมชนในเขตเมืองขอนแก่น พร้อมส่งมอบสิ่งของสนับสนุนกลุ่มเปราะบางและงบประมาณขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น รวมกว่า 23 ล้านบาท มุ่งขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ขอนแก่น/17 มิถุนายน 69 – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดและทำพิธีเปิดป้าย “ศูนย์สร้างสุขเทศบาลเมืองบ้านเป็ด : ลานฮัก สานใจ คนทุกช่วงวัยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ และร่วมประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ภายใต้หัวข้อ “ศูนย์สร้างสุขเพื่อประชาชน” ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของท้องถิ่นในการสร้างตาข่ายรองรับทางสังคมที่เข้มแข็ง” โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นางสาวปิยวรรณ จิตตะมัย นายกเทศมนตรีเมืองบ้านเป็ด และขบวนองค์กรชุมชนเข้าร่วมกว่า 500 คน ณ เทศบาลเมืองบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและประทับใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นตัวแทนจากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่นมาร่วมทำหน้าที่และกล้าแสดงออก มีความพูดจาฉะฉานและสะท้อนความเป็นผู้นำที่โดดเด่น ซึ่งทำให้เห็นว่าจังหวัดขอนแก่นเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยคนเก่งและมีคุณภาพ จนทำให้รัฐมนตรีอยากเดินทางมาลงพื้นที่แห่งนี้บ่อย ๆ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะแรงขับเคลื่อนนโยบายและการสนับสนุนพื้นที่สร้างสรรค์จากทางจังหวัด อำเภอ และเทศบาลอย่างต่อเนื่อง
นายนิกร กล่าวเน้นย้ำ ภารกิจสำคัญของกระทรวง พม. ว่า มีหน้าที่ในการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็ก เยาวชน พี่น้องผู้สูงอายุ พี่น้องคนพิการ ตลอดจนสตรีและสถาบันครอบครัว ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการให้บริการของกระทรวง อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนและพัฒนาสวัสดิการของภาครัฐจากระดับประเทศลงมาให้ถึงระดับท้องถิ่นอย่างเทศบาลเมืองบ้านเป็ดนั้น กระทรวง พม. ไม่สามารถทำสำเร็จได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยกลไกความร่วมมือและการเป็น “มือเป็นไม้” จากส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และนายกเทศมนตรี เพื่อร่วมกันผลักดันให้กองทุนและสวัสดิการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนคนพิการ กองทุนเด็ก หรือกองทุนผู้สูงอายุ สามารถส่งผ่านงบประมาณและประโยชน์ตรงถึงมือพี่น้องประชาชนในระดับตำบลได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเทศบาลเมืองบ้านเป็ดถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีคุณภาพสูงมากในการบริหารจัดการให้คนทุกช่วงวัยมีความสุข
นายนิกร กล่าวถึง มาตรการเชิงรุกในการรับมือกับความท้าทายระดับชาติ 2 เรื่องสำคัญ เรื่องที่หนึ่งคือ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งประชากรผู้สูงอายุจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทรวง พม. จึงมุ่งเน้นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีศักยภาพและสามารถสร้างอาชีพได้ด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้กรมกิจการผู้สูงอายุเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนผู้สูงอายุในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ต้องการทุนไปประกอบอาชีพ สามารถกู้ยืมเงินทุนจาก “กองทุนผู้สูงอายุ” ได้รายละไม่เกิน 30,000 บาท โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลานานถึง 3 ปี เพื่อให้คุณตาคุณยายนำไปใช้เป็นทุนเริ่มต้นสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวอย่างยั่งยืน แทนที่จะนำไปใช้ในทางที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่นเดียวกับ “กองทุนคนพิการ” ที่เปิดโอกาสให้พี่น้องคนพิการสามารถกู้ยืมเงินทุนหลักแสนบาทไปสร้างอาชีพและพึ่งพาตนเองได้เช่นเดียวกัน
สำหรับความท้าทายเรื่องที่สอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าใจหายและเป็นวิกฤตเชิงประชากรที่สำคัญ คือ อัตราการเกิดของเด็กและเยาวชนในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง จากในอดีตที่มีเด็กเกิดใหม่ปีละประมาณ 1,000,000 คน แต่สถิติล่าสุดลดลงเหลือเพียงประมาณ 400,000 คนต่อปีเท่านั้น จึงได้ฝากความหวังและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวบ้านเป็ดในการช่วยกันส่งเสริมการมีบุตร เพื่อเพิ่มสัดส่วนประชากรในอนาคต พร้อมกันนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้วางนโยบายเร่งด่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของเด็กที่เกิดใหม่ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านการส่งเสริมกลไก “สภาเด็กและเยาวชน” ให้มีความเข้มแข็ง โดยขอความร่วมมือจากทางจังหวัดและอำเภอในการร่วมกันผลักดันและกลั่นกรองให้สภาเด็กและเยาวชนในระดับตำบลทุกแห่งมีกิจกรรมที่มีคุณภาพ สามารถสร้างอาชีพ และพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำให้แก่เยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม นายนิกร กล่าวในตอนท้าย
รมว.พม. ให้ความสำคัญกับกลุ่มปฐมวัยผ่านการมอบบ้านพื้นที่สร้างสรรค์ “ลาน เล่น เล่า สำหรับเด็กปฐมวัย” ให้แก่เทศบาลเมืองบ้านเป็ด เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาการเรียนรู้และสติปัญญาของเด็กในชุมชน พร้อมทั้งการหนุนเสริมศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ด้วยการมอบเงินอุดหนุนสภาเด็กและเยาวชน ระดับตำบล ให้แก่เทศบาลเมืองบ้านเป็ด จำนวน 50,000 บาท ในด้านความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมชุมชน ได้มีการส่งมอบงบประมาณอุดหนุนปรับปรุงบ้านพอเพียงให้แก่เทศบาลเมืองบ้านเป็ด จำนวน 5 หลัง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 187,500 บาท และมอบงบประมาณสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 22,717,926 บาท เพื่อให้กองทุนและสภาองค์กรชุมชนนำไปขับเคลื่อนงานพัฒนาพื้นที่จัดการตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ จำนวน 3 หลัง รวมเป็นเงิน 120,000 บาท พร้อมทั้งมอบกระเป๋าเครื่องมือและอุปกรณ์ให้แก่ผู้บริบาลผู้สูงอายุ จำนวน 9 ใบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้สูงวัยในภาวะพึ่งพิงถึงหัวบันไดบ้าน ในส่วนของการเยียวยาและช่วยเหลือค่าครองชีพเบื้องต้น ได้มีการมอบเงินอุดหนุนผู้มีรายได้น้อย จำนวน 81,000 บาท ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความยั่งยืนทางเศรษฐกิจผ่านการมอบเงินอุดหนุนการรวมกลุ่มประกอบอาชีพ จำนวน 1 กลุ่ม เป็นเงิน 46,000 บาท เพื่อให้ชุมชนสามารถตั้งหลักสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
ในมิติการดูแลคนพิการและสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน (CSR) ศูนย์รับบริจาคกระทรวง พม. ได้นำรถเข็นสำหรับคนพิการ จำนวน 10 คัน มูลค่ารวม 41,000 บาท มาส่งมอบเพื่อเพิ่มโอกาสในการดำเนินชีวิตและเข้าสังคมให้แก่คนพิการ ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้มีการมอบโถสุขภัณฑ์ให้แก่ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดขอนแก่น (ศจพ.จ.ขก.) จำนวน 30 โถ มูลค่า 30,000 บาท เพื่อสุขอนามัยที่ดีของครัวเรือนยากจนตกเกณฑ์ และปิดท้ายด้วยการมอบชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) จำนวน 10 ชุด มูลค่า 40,000 บาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการ CSR ของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เพื่อเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและระบบสาธารณสุขมูลฐานในชุมชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันเดินเยี่ยมชมบูธกิจกรรมนวัตกรรมทางสังคม ซึ่งถูกจัดแสดงและจัดกระบวนการเรียนรู้ภายใต้แนวคิดหลักสูตรนอกตำรา 3 ส่วนสำคัญ ประกอบด้วย “WE – Welfare , We – Space , WE – Market” ซึ่งเป็นการจำลองระบบนิเวศการสร้างสุขภาวะและเศรษฐกิจชุมชนที่
ในส่วนของโซนที่หนึ่ง “WE – Welfare” เป็นพื้นที่ให้บริการสวัสดิการสังคมและกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จเคลื่อนที่ มีกิจกรรมบริการประเมินความพิการและออกบัตรคนพิการในทันทีเพื่อลดความยุ่งยากในการเดินทางไปโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการ มีการให้บริการคำปรึกษาการเข้าถึงกองทุนประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ รวมถึงกลไกการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดภาระทางเงินให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ยังมีบริการจัดหางานเคลื่อนที่ (Mobile Unit) มาเปิดโต๊ะรับสมัครงานและแนะนำอาชีพ มีเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้และสร้างความเข้าใจด้านสตรี สถาบันครอบครัว ด้านผู้สูงอายุ รวมถึงภารกิจเชิงรุกของหน่วยงานในสังกัด พม. และเปิดจุดบริการให้คำแนะนำพร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 อีกด้วย
ในส่วนของโซนที่สอง “We – Space” เป็นการเปิดลานกิจกรรมสร้างสรรค์และลานฮักสานใจเพื่อคนทุกกลุ่ม เริ่มต้นจากมุม Smart Kid Smart Play zone ที่จัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยและเด็กโตผ่านของเล่นเชิงวิทยาศาสตร์และศิลปะ มีมุมฝึกทักษะอาชีพและสาธิตผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์โดยฝีมือของกลุ่มเด็ก เยาวชน คนพิการ ผู้สูงอายุ และคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่นำเอาเสน่ห์และเรื่องราวในชีวิตประจำวันแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังสื่อและสินค้ามูลค่าเพิ่ม มีกิจกรรมรักษ์โลก สร้างสุข ผ่านกิจกรรมระบายสีโมเดลไดโนเสาร์ซึ่งเป็นอัตลักษณ์และของดีของจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนการเปิดเวทีดนตรีของคนพิการ ที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาและร่างกายได้แสดงศักยภาพทางดนตรี สะท้อนให้เห็นว่าทุกคนมีคุณค่าและศักดิ์ศรีในตัวเองอย่างเท่าเทียมกัน
และในส่วนของโซนที่สาม “WE – Market” ซึ่งเป็นลานตลาดนัดชุมชนจัดการตนเอง ประกอบด้วย Kid Market ภายใต้แนวคิดสุดอบอุ่น “เด็กคิด เด็กขาย พ่อแม่ ตายายร่วม” ซึ่งเป็นตลาดจำลองที่ฝึกฝนให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะการเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การคิดคำนวณเงิน และการตลาดดิจิทัล โดยมีผู้ใหญ่ในครอบครัวคอยให้การสนับสนุนและถอดบทเรียนร่วมกัน เคียงคู่ไปกับโซน All Gen Market ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. กลุ่มเปราะบาง และสภาองค์กรชุมชน นำผลิตภัณฑ์ชุมชน ของดีเมืองบ้านเป็ด และสินค้าแฮนด์เมดมาออกบูธจำหน่ายสินค้าเพื่อสร้างรายได้ตรงสู่กระเป๋าของพี่น้องประชาชน เป็นการกระตุ้นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ระบบเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่อย่างยั่งยืน
รูปธรรมของยุทธศาสตร์ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น ภายใต้การสนับสนุนของ พอช. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ยึดหลักการทำงานโดยให้ชุมชนเป็นแกนหลักเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความมั่นคงของมนุษย์ ภาพรวมผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 ของจังหวัดขอนแก่น มีการอนุมัติโครงการพัฒนาฐานรากและสวัสดิการสังคมร่วมกันทั้งสิ้น 134 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 22,517,926 บาท เมื่อจำแนกรายละเอียดงานพัฒนาของ พอช. ในจังหวัดขอนแก่น ประจำปีงบประมาณ 2569 ออกเป็นรายประเด็นยุทธศาสตร์ จะพบว่ามีการขับเคลื่อนอย่างครอบคลุมทุกมิติชีวิต เริ่มต้นจากประเด็นงานที่หนึ่ง โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน หรือการพัฒนาคุณภาพสภาองค์กรชุมชนตำบล มีการดำเนินงานใน 47 ตำบล ประเด็นงานที่สอง โครงการเสริมสร้างระบบนิเวศ (Eco-System) ชุมชนท้องถิ่นฝ่าวิกฤตประชากรสู่ความมั่นคงของมนุษย์ หรือการขับเคลื่อนตำบลต้นแบบ ดำเนินงานใน 6 ตำบล ประเด็นงานที่สาม โครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน มีการสมทบงบประมาณและหนุนเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชน 63 กองทุน ครอบคลุมผู้รับประโยชน์ในพื้นที่มากถึง 101,311 ราย สำหรับประเด็นงานที่สี่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญด้านความมั่นคงในที่อยู่อาศัย คือ โครงการบ้านพอเพียง ปีงบประมาณ 2569 มีการดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยใน 67 ตำบล รวมทั้งสิ้น 440 ครัวเรือน






















