นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรี พม. ลูกหลานคนโคราช นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่ “ชุมชนพะไล” ปลื้มพลังเครือข่ายองค์กรชุมชนย่าโม บูรณาการภาคีรัฐ-วิชาการ-ท้องถิ่น ออกแบบผังชุมชนและสวัสดิการสังคมเอง มอบสัญญาเช่าที่ดิน รฟท. และงบเฟส 2 ชูโมเดลแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยแบบบูรณาการ 35 จังหวัด ภายใต้แผนแม่บท 20 ปี
นครราชสีมา/ 17 เมษายน 69 – กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำโดย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม., นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ณ ชุมชนพะไล เทศบาลตำบลหัวทะเล
“อาคารจามจุรี” สวัสดิการกลางเพื่อกลุ่มเปราะบาง
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ได้เป็นประธานในพิธีเปิดป้าย “อาคารจามจุรี” ซึ่งเป็นอาคารที่พักอาศัยประเภท “บ้านสวัสดิการราคาถูก” จำนวน 10 ห้องพัก งบประมาณก่อสร้าง 750,000 บาท สนับสนุนโดย พอช. ดำเนินการโดยสหกรณ์เคหสถานเครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด เพื่อรองรับสมาชิกที่มีความเปราะบางและมีรายได้น้อยเป็นพิเศษ ซึ่งไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านมั่นคงตามมาตรฐานปกติได้ ถือเป็นรูปธรรมความสำเร็จของการจัดระบบสวัสดิการภายในชุมชนที่ดูแลสมาชิกรายที่ลำบากที่สุด
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. (ถือไมค์กลางภาพ)
“ผมคือลูกหลานย่าโม” รมว.พม. เปิดใจกลางชุมชนริมรางพะไล พร้อมเป็นกลไกขับเคลื่อนโคราชสู่เมืองต้นแบบ
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม.กล่าวว่า ผู้นำและสมาชิกชุมชนพะไลเป็นแบบอย่างความเข้มแข็งของการจัดการตนเองที่หาได้ยาก โดยสามารถบริหารจัดการงบประมาณจาก 3 แหล่งสำคัญ ได้แก่ งบอุดหนุนจากภาครัฐ, เงินกู้จาก พอช. และเงินออมของสมาชิกเอง มาสร้างเป็นที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและสวยงามได้สำเร็จ “ชุมชนแห่งนี้คือหนึ่งในชุมชนที่เข้มแข็ง สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่คือการสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีการวางผังชุมชนและออกแบบบ้านอย่างมีส่วนร่วมร่วมกับ พอช. และการรถไฟฯ จนเห็นผลเป็นรูปธรรม”
นายนิกร กล่าวต่อ นอกจากที่อยู่อาศัยแล้ว ชุมชนยังมีระบบสาธารณูปโภคและเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะ “โรงงานน้ำดื่มชุมชน” ที่สมาชิกสหกรณ์บริหารจัดการเอง จนสามารถลดราคาน้ำดื่มจากถังละ 20 บาท เหลือเพียง 10 บาท ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือนได้ถึงครึ่งหนึ่ง รวมถึงการจัดสร้าง “อาคารจามจุรี” หรือบ้านสวัสดิการราคาถูกเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายเปราะบางที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเอง แสดงถึงอุดมการณ์การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
“ในฐานะลูกหลานคนพิมาย ลูกคุณย่าโม ผมจะนำเรื่องราวความสำเร็จของคนโคราชที่ชุมชนริมรางพะไลไปเล่าขานในทุกจังหวัดที่ผมไปเยือน เพื่อให้ทั่วประเทศได้เห็นว่าคนโคราชเข้มแข็งเพียงใด และผมพร้อมที่จะสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนและสหกรณ์ให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้นไป เพื่อสร้างชุมชนที่อบอุ่นและยั่งยืนร่วมกับพี่น้องทุกคน” นายนิกร กล่าวทิ้งท้าย
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช.
พลิกชีวิตชาวริมราง บ้านใหม่บนที่ดินเช่าระยะยาว 30 ปี
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า จากการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วทั้งสิ้น 4,785 ครัวเรือน และมีแผนงานที่จะดำเนินการต่อเนื่องให้ครอบคลุมเป้าหมายรวม 27,111 ครัวเรือน โดยคงเหลืออีก 22,326 ครัวเรือน ตามกรอบวงเงินที่ได้รับการจัดสรรในแต่ละปี เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมทางรถไฟมีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสอดคล้องกับการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ
นายกฤษดากล่าว ต่อสำหรับพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับผลกระทบจากการพัฒนารถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ พบผู้ได้รับผลกระทบรวม 9 ชุมชน จำนวน 295 ครัวเรือน โดยกลุ่มประชาชนได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็น “เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม” เพื่อสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยมีความก้าวหน้าที่สำคัญ ดังนี้ การสร้างความมั่นคงในที่ดิน ประสบความสำเร็จในการทำสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผ่าน พอช. ระยะเวลาเช่า 30 ปี โดยแบ่งเป็น 2 แปลง ได้แก่ แปลงที่ 1 พื้นที่กว่า 7 ไร่ 1 งาน และแปลงที่ 2 พื้นที่กว่า 1 ไร่ 1 งาน เพื่อรองรับสมาชิกทั้งหมดประมาณ 195 ครัวเรือน การดำเนินงานรายเฟส ในเฟสแรกดำเนินการแล้ว 166 ครัวเรือน และเฟสที่สองที่กำลังขับเคลื่อนอีก 29 ครัวเรือน การสนับสนุนงบประมาณ พอช. ได้สนับสนุนงบประมาณแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่พะไลไปแล้วกว่า 29 ล้านบาทเศษ
สหกรณ์เคหสถานเครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด (ชุมชนพะไล)
โครงการดังกล่าวเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบองค์รวม โดยครอบคลุมทั้งโครงการบ้านมั่นคง การจัดระบบสวัสดิการราคาถูกเพื่อรองรับกลุ่มเปราะบาง การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีโครงการสร้างอาชีพเพื่อความยั่งยืน เช่น “โครงการโรงงานน้ำดื่มชุมชน” เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่สมาชิก ความสำเร็จของชุมชนพะไล ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการดำเนินงานตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร เมื่อชุมชนเป็นแกนหลักในการลุกขึ้นมาออกแบบชีวิตและผังเมืองร่วมกับภาครัฐ จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและมั่นคงอย่างแท้จริง ซึ่ง พอช. จะนำโมเดลนี้ไปขยายผลในพื้นที่ชุมชนริมรางอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป นายกฤษดากล่าว
ในโอกาสนี้ รมว.พม. ได้รับหนังสือร้องเรียนและรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาระดับโครงสร้างต้องอาศัยการทำงานบูรณาการร่วมกันหลายกระทรวง ทั้งคมนาคม มหาดไทย และ พม. โดยมีเป้าหมายคือคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน



















