ขบวนองค์กรชุมชนส่งสัญญาณถึงพรรคการเมือง ชูธง 6 ยุทธศาสตร์ ปฏิรูปสิทธิที่ดิน-จังหวัดจัดการตนเอง-บ้านมั่นคง-สวัสดิการชุมชน หวังบรรจุเป็นวาระแห่งชาติหลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ เมินนโยบายแบบเดิมที่รวมศูนย์อำนาจ
กรุงเทพมหานคร/28 มกราคม 2569 – เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคมทั่วประเทศ รวมตัวครั้งใหญ่ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) เพื่อจัดเวทีเชิงนโยบาย “เสนอร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง” โดยร่วมกันยื่นข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้างต่อตัวแทน 4 พรรคการเมืองใหญ่ เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเป็น “รัฐกระจายอำนาจ”
เป้าหมายของเวทีนี้คือการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานเชิงระบบที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐ ท้องถิ่น และชุมชน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในทุกระดับ โดยหวังให้ผู้แทนพรรคการเมืองรับฟังและนำไปปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความเข้มแข็งที่ฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำในทุกประเทศ (หรือทุกจังหวัด) ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
นายทองสุข สีลิด ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนกล่าวว่า การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในยุคถัดไปจะไม่ใช่เพียงการรอรับงบประมาณจากส่วนกลาง แต่ภาคประชาชนต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการตัดสินใจ โดยประกาศปณิธานสำคัญว่า “การดำเนินงานพัฒนาชุมชนเข้มแข็งต่อไปต้องมีเรา” เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายที่ออกมาจะสอดคล้องกับวิถีชีวิตและตอบโจทย์ปัญหาจริงในพื้นที่ ที่ประชุมระดับชาติได้มีมติร่วมกันในการผลักดัน 3 ประเด็นหลัก เพื่อให้พรรคการเมืองใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนานโยบายรัฐบาล 1.การกระจายอำนาจสู่ภาคประชาชน ปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการที่เน้นให้ชุมชนท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดการตนเองและบริหารงบประมาณได้คล่องตัวขึ้น 2.ระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติ สร้างกลไกเตือนภัยและการรับมือที่ยึดโยงกับคนในพื้นที่ เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการรักษาชีวิตและทรัพย์สิน 3.การป้องกันและต่อต้านการทุจริต ใช้พลังเครือข่ายชุมชนเป็นหูเป็นตา ตรวจสอบการใช้งบประมาณรัฐให้โปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พื้นที่
เจาะลึก 6 ข้อเสนอปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
ขบวนองค์กรชุมชนได้สังเคราะห์ความต้องการจาก 77 จังหวัด สรุปเป็น 6 ด้านสำคัญที่พรรคการเมืองต้องรับไปดำเนินการ
- จังหวัดจัดการตนเอง ปฏิรูประบบงบประมาณให้ส่งตรงถึงท้องถิ่น และผลักดันการเลือกตั้งผู้บริหารจังหวัดในพื้นที่ที่มีความพร้อม
- ปฏิรูปที่ดินและทรัพยากร สังคายนากฎหมายป่าไม้ 4 ฉบับให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง และผลักดัน พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน
- 1 ท้องถิ่น 1 ศูนย์ภัยพิบัติ สร้างระบบเตือนภัยและกองทุนเยียวยาที่บริหารโดยคนในพื้นที่
- สังคมสุจริตจากฐานราก เปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงงบประมาณกองทุน ป.ป.ช. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เพื่อตรวจสอบการทุจริตในพื้นที่
- สิทธิที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน บรรจุ “สิทธิในที่อยู่อาศัยมั่นคง” ไว้ในรัฐธรรมนูญ และใช้นโยบาย Land Sharing แก้ปัญหาที่ดินรัฐ
- เศรษฐกิจชุมชนและสวัสดิการ ยกระดับสถานะกฎหมายกองทุนสวัสดิการชุมชน และจัดตั้งกองทุนนวัตกรรมภูมิปัญญา
นายวิรัตน์ สุขกุล ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนกล่าวว่า ข้อมูลสำคัญจากการสำรวจความพึงพอใจและความคาดหวังของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศผ่านระบบ Google Form ซึ่งเป็น “เจตจำนงทางนโยบาย” ของภาคประชาชนต่อพรรคการเมือง โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ 5 ด้าน 1. การสนับสนุนจากรัฐปานกลางชุมชนมองว่าการหนุนเสริมให้ท้องถิ่นเข้มแข็งยังไม่เต็มที่ ต้องพัฒนาองค์กรชุมชนให้พึ่งพาตนเองได้จริง2. บทบาทพรรคการเมืองปานกลางยอมรับว่าพรรคการเมืองมีพลังขับเคลื่อน แต่ยังรอเห็นนโยบายที่ลงลึกถึงปัญหาในพื้นที่3. การกระจายอำนาจเห็นด้วยมากที่สุดวาระหลัก ประชาชนต้องการให้นโยบาย “ท้องถิ่นจัดการตนเอง” เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลชุดใหม่4. การแก้ปัญหาความเดือดร้อนเห็นด้วยระดับมากคาดหวังให้รัฐสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการปัญหาด้วยมือของชุมชนเอง5. ปัญหาเร่งด่วนในจังหวัดวิกฤต/เร่งด่วนปากท้อง รายได้ไม่เพียงพอ หนี้สิน ราคาสินค้าเกษตร ที่ดินทำกิน และปัญหาการรวมศูนย์อำนาจ
พันธสัญญาจาก 4 พรรคการเมือง
ตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมเวที ได้แสดงจุดยืนที่สอดรับกับข้อเสนอ ดังนี้
พรรคประชาชน กระจายอำนาจใน 100 วันแรก, บ้านประชาชน 1 ล้านหลังใน 4 ปี
พรรคกล้าธรรม ปรับที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด, ปฏิรูปกฎหมายเพื่อการมีส่วนร่วม
พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนโฉนดชุมชน, จังหวัดจัดการตนเอง, แก้หนี้ภาคเกษตร
พรรคสร้างอนาคตไทย ยกระดับสวัสดิการชุมชน, ลดภาษีให้สมาชิกกองทุนสวัสดิการ
















