เชียงใหม่เปลี่ยนพื้นที่การเวนคืนสู่ “บ้านมั่นคงเมือง” ชุมชนหัวฝาย 39 ครัวเรือน ความร่วมมือรัฐ-ท้องถิ่น-ชุมชน ใช้ “เงินออม” เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคง พร้อมออกแบบพื้นที่เกษตรเมืองรองรับความมั่นคงทางอาหาร
เชียงใหม่/26 มกราคม 2569– สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายภาควิชาการมหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การใช้ที่ดินของเทศบาลนครเชียงใหม่ ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคลองแม่ข่าและลำน้ำสาขาในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ และการลงนามในสัญญาเช่าที่ดิน เพื่อดำเนินโครงการบ้านมั่นคงเมืองพื้นที่และลำน้ำสาขาเขตเทศบาลนครเชียงใหม่” ในพื้นที่ชุมชนหัวฝาย (หลังแขวงเม็งราย) และชุมชนริมคลองแม่ข่า ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนผ่านพื้นที่เปราะบางสู่การเป็นต้นแบบนวัตกรรมชุมชนที่มุ่งเน้นความมั่นคงของชีวิตแบบองค์รวมภายใต้แนวคิด “บ้านที่มากกว่าคำว่าบ้าน” โดยมีผู้เข้าร่วมในเวทีครั้งนี้กว่า 200 คน ณ สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ความร่วมมือในครั้งนี้ คือการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านสังคมและสวัสดิการเมือง โดยการแปรสภาพที่ดินของรัฐให้กลายเป็นพื้นที่รองรับความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นระบบ กระบวนการนี้สะท้อนถึงการปรับบทบาทของหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นจากการเป็นผู้กำกับดูแลเพียงฝ่ายเดียว สู่การเป็นผู้สนับสนุนที่เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามาร่วมกำหนดอนาคตของตนเอง ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างการรับรู้และเป็นกรณีศึกษาสำคัญในระดับประเทศถึงแนวทางการจัดการปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตเมือง
นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวถึง ความสำคัญของการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน โดยระบุว่าความสำเร็จของชุมชนหัวฝายจะกลายเป็น “แรงงานสำคัญ” และพลังขับเคลื่อนที่ช่วยขยายผลไปยังพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเฟสถัดไป ทั้งนี้ยังได้มอบนโยบายในการรักษาความยั่งยืนของโครงการโดยเน้นย้ำให้ชุมชน “ยึดมั่นในกติกาในการอยู่ร่วมกัน” เพื่อรักษาความสะอาด ความระเบียบเรียบร้อย และสภาพภูมิทัศน์ที่สวยงามให้คงอยู่สืบไป
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า คลองแม่ข่าคือแลนด์มาร์คสำคัญที่ไม่ใช่เพียงเป้าหมายด้านการท่องเที่ยว เป็นโมเดลต้นแบบ (Model) สำหรับการพัฒนาคลองสาขาอื่นๆ ในประเทศไทย เช่น คลองเปรมประชากร ในกรุงเทพมหานคร โดยกุญแจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริงคือ “กระบวนการออมทรัพย์” ของประชาชน ซึ่งเงินออมเป็นเครื่องมือเชิงสังคมที่ใช้เชื่อมโยงความสามัคคีและสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกันของคนในชุมชน
นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดที่เทศบาลและภาคีเครือข่ายให้ความสำคัญคือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนมากกว่าความสวยงามของสิ่งก่อสร้าง โดยมุ่งหวังให้พี่น้องผู้มีรายได้น้อยมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในระยะยาว
นายนพวินท์ อามอ ตัวแทนชาวบ้านชุมชนหัวฝายกล่าวว่า แม้ต้นทุนการก่อสร้างและการพัฒนาอาจมีราคาสูง แต่ชาวบ้านทุกคนมีความยินดีและพร้อมที่จะร่วมกันพัฒนา เพราะต้องการเห็นบุตรหลานได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าในอดีต ซึ่งโครงการนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความหวังของชุมชนสามารถเกิดขึ้นจริงได้เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน
สำหรับรายละเอียดการดำเนินงานในชุมชนหัวฝาย (หลังแขวงเม็งราย) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 ไร่ รองรับชาวบ้านจำนวน 39 ครัวเรือน ซึ่งโครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการใช้กระบวนการมีส่วนร่วม (Participatory Approach) อย่างเข้มข้น ผ่านกิจกรรม Workshop ร่วมกับภาควิชาการมหาวิทยาลัยและชาวบ้านในการร่วมกันออกแบบที่พักอาศัย โดยมีการจัดสรรรูปแบบบ้านเป็นขนาด M และ L ตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางเพื่อทำเกษตรในเมือง (Urban Agriculture) สำหรับปลูกพืชผักสวนครัว ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารและช่วยลดค่าครองชีพให้กับคนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

















