ชีวิตเริ่มขยับริมแม่ข่า
เมื่อแสงสุดท้ายของวันเริ่มอ่อนแรงลงและลมเย็นยามพลบค่ำเริ่มพัดผ่านริมสองฝั่งคลองแม่ข่า นั่นคือสัญญาณของการเริ่มต้นชีวิตอีกบทหนึ่งของชุมชนแห่งนี้ ช่วงเวลานี้คือจุดเริ่มต้นของจังหวะเศรษฐกิจที่คึกคักที่สุด ผู้คนเริ่มทยอยออกมาจับจองพื้นที่ เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนทางเดินเลียบคลองให้กลายเป็นตลาดที่มีชีวิตชีวา
ภาพที่คุ้นตาคือเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่เริ่มลงมือจัดเตรียมร้านค้าของตนเองตั้งแต่ช่วงประมาณสี่โมงเย็น เรามจะเห็นหลายคนกำลังขะมักเขม้นจัดเรียงกระเป๋าและหมวกหลากสีสัน ขณะที่ร้านค้าหลายร้านเริ่มตั้งเตาและจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับอาหารว่างยอดนิยมอย่างลูกชิ้นและปลาหมึกย่าง บรรยากาศที่เคยเงียบสงบในตอนกลางวันค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเสียงพูดคุยและเสียงจัดเตรียมข้าวของ ภาพชีวิตที่คึกคักริมคลองในวันนี้เคยมีหน้าตาเป็นเช่นไร และชีวิตของผู้คนเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหนก่อนที่สายน้ำเส้นนี้จะถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ก่อนสายน้ำจะเปลี่ยนไป
ก่อนที่คลองแม่ข่าจะกลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ชุมชนริมคลองแห่งนี้มีบริบททางสังคมและเศรษฐกิจที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความท้าทายในการดำรงชีวิตในแต่ละวันคือเรื่องราวเบื้องหลังที่ผลักดันให้พวกเขาต้องดิ้นรนและปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
ชุมชนแห่งนี้ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายที่มาตั้งรกราก โดยประชากรส่วนใหญ่คือพี่น้องชาติพันธุ์อาข่าที่อพยพมาจากหลายพื้นที่ ทั้งจากจังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง และเชียงใหม่ แต่กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดนั้นมาจากเชียงราย พวกเขารวมตัวกันสร้างบ้านเรือนและกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ สภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างแออัด หลายครอบครัวอาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านหลังเล็กๆ ดังเช่นครอบครัวของ “พี่โย”ที่เล่าว่า สมาชิกแปดชีวิตต้องเบียดเสียดกันในห้องที่ถูกซอยให้เล็กลง
เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว วิถีการทำมาหากินในอดีตนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและต้องอาศัยความอดทนอย่างสูง ภาพจำของคนในชุมชนคือการ “แบกตะกร้าเดินเร่ขาย” พวกเขาจะนำสินค้าใส่ตะกร้าแล้วเดินเท้าไปเร่ขายตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างไนท์บาซ่า หรือแม้กระทั่งตามบาร์และผับที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหนาแน่น ซึ่งหมายถึงรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอและชีวิตที่ต้องปากกัดตีนถีบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้เดินทางมาถึงริมฝั่งคลองแห่งนี้
ลำคลองกลายเป็นหน้าร้าน
การพัฒนาภูมิทัศน์คลองแม่ข่า ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่พลิกวิถีการทำมาหากินของทั้งชุมชน จากที่เคยต้องเดินทางรอนแรมไปไกลบ้านเพื่อหาลูกค้า บัดนี้ “หน้าร้าน” ที่ดีที่สุดได้ย้ายมาตั้งอยู่หน้าประตูบ้านของพวกเขาเอง ความเปลี่ยนแปลงนี้สามารถเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน
วิถีการค้าขายในอดีต ต้องเดินทาง เดินเร่ขาย ไปตามที่ต่างๆ แบกตะกร้า บรรทุกสินค้าด้วยตนเองสถานที่ขายหลักคือ ไนท์บาซ่า บาร์ หรือผับ กลุ่มเป้าหมายคือนักท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น
วิถีการค้าขายในปัจจุบัน สามารถ ตั้งร้านค้า เป็นหลักแหล่งริมคลองใกล้บ้าน ลดภาระการขนย้าย และต้นทุนการเดินทาง สถานที่ขายหลักคือ ทางเดินริมคลอง หน้าบ้านตนเอง กลุ่มเป้าหมายคือนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเยี่ยมชมคลองโดยตรง
“พี่โย”เล่าว่า แม้จะยังมีบางส่วนที่ออกไปขายของที่อื่นบ้าง แต่ “ส่วนมากจะมาขายอยู่ที่ริมคลองนะครับ” คำพูดเรียบง่ายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน การมีพื้นที่ค้าขายของตัวเองใกล้บ้าน คือการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตครั้งใหญ่ที่มอบความมั่นคงและลดความยากลำบากในอดีตลงได้อย่างมหาศาล
ชีวิตที่ดีขึ้นริมสองฝั่งคลอง
จากการพัฒนาคลองแม่ข่าสามารถวัดผลได้จากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้ทั้งในมิติของรายได้ที่เพิ่มขึ้นและความรู้สึกมั่นคงในชีวิต ความไม่แน่นอนในอดีตถูกแทนที่ด้วยโอกาสที่เปิดกว้างในทุกๆ วัน ดังคำยืนยันที่ว่า “ขายได้ทุกวันครับไม่มีวันหยุดครับ” ทำให้พวกเขาสามารถวางแผนชีวิตและมีความหวังกับอนาคตได้มากขึ้น
เมื่อถูกถามถึงชีวิตในปัจจุบัน คำตอบที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกจากใจจริงคือ “ดีขึ้นครับดีขึ้นดีขึ้นกว่าเดิมครับ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพึงพอใจและความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
คลองแม่ข่ากลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวและเทศกาลปีใหม่ระหว่างปี พ.ศ. 2565-2567 ที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชุมชน
ตลาดริมคลองจะเริ่มคึกคักที่สุดในช่วงค่ำตั้งแต่เวลาประมาณสามทุ่มเป็นต้นไป และอาจยาวไปจนถึงสี่ทุ่มหรือดึกกว่านั้นในวันหยุดสุดสัปดาห์ แผงค้าต่างๆ นำเสนอสินค้าหลากหลาย ทั้งกระเป๋า หมวก ผลไม้ตามฤดูกาล ไปจนถึงของกินเล่นอย่างลูกชิ้นและปลาหมึก หมาล่า เครื่องดื่มต่างๆ มันคือการก่อร่างสร้าง “ชีวิต” และ “ความหวัง” ขึ้นมาใหม่จากสายน้ำที่เคยถูกหลงลืม
จากวันที่ต้องแบกตะกร้าเดินเร่ขายอย่างไร้จุดหมาย สู่วันที่สามารถปักหลักสร้างชีวิตอยู่ริมสายน้ำที่เปรียบเสมือนบ้าน ชีวิตของผู้คนริมคลองแม่ข่าจึงได้เชื่อมโยงเข้ากับสายน้ำอย่างไม่อาจแยกจากกัน เป็นเรื่องราวแห่งความหวังที่กำลังผลิบาน
ธิปไตย ฉายบุญครอง : เรื่อง/เรียบเรียง














