พอช. จับมือ มมส. และภาคีเครือข่าย เปิดเวทีติวเข้มทักษะการสื่อสาร เน้นใช้มือถือเครื่องเดียวสร้างคอนเทนต์ “บ้านเรา” พร้อมวางโรดแมปติดตามผลทุก 3 เดือน มุ่งสร้างเครือข่ายนักสื่อสารชุมชนกระจายทั่ว 5 ภาค
ร้อยเอ็ด/15 มกราคม 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาลัยไทบ้าน เดินหน้ายกระดับกลไกการสื่อสารในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารชุมชน หลักสูตรปั้น Influencer ชุมชนเพื่อการขับเคลื่อนสังคม ระหว่างวันที่ 13–15 มกราคม 2569 เพื่อติดอาวุธทักษะดิจิทัลและการเล่าเรื่องเชิงลึกให้แก่ผู้นำชุมชนและเครือข่ายคนรุ่นใหม่กว่า 80 คน ณ โรงแรมเอ็มแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
โครงการนี้ถูกกำหนดให้เป็น “หลักสูตรต้นแบบ” (Prototype Model) แห่งแรกของภาคอีสานที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Activity-Based Learning) และระบบโค้ชชิ่ง (Coaching) เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สามารถวัดผลได้ในระยะยาว โดยมีโครงสร้างการดำเนินงานคือ การใช้เครื่องมือทางสังคม อาทิ PRA/ABCD และกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เพื่อระบุ “จุดแข็ง” และ “โจทย์สื่อสาร” ที่แท้จริงของพื้นที่ มากกว่าการผลิตสื่อตามกระแส ผู้เข้าร่วมลงพื้นที่จริงเพื่อผลิตสื่อดิจิทัล ทั้งในรูปแบบวิดีโอสั้นและอินโฟกราฟิก โดยมุ่งเน้นการดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นออกมาสื่อสารภายใต้การแนะนำของคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ การวัดผลการเรียนรู้ผ่านการนำเสนอ และการร่วมกันจัดทำ “แผนปฏิบัติการ 3 เดือน” เพื่อประกันว่าทักษะที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนงานจริงในพื้นที่
นายธนพล เมืองเฉลิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.
นายธนพล เมืองเฉลิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า สื่อดิจิทัลไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับคนอีสานที่มีความคุ้นเคยกับ Facebook, TikTok และ Line อยู่แล้ว แต่ความท้าทายคือการยกระดับกิจกรรมปกติในชีวิตประจำวัน เช่น งานอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) วิสาหกิจชุมชน หรือโครงการซ่อมแซมบ้านพอเพียง ให้กลายเป็นเนื้อหา (Content) ที่สร้างมูลค่าและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มออเดอร์สินค้าและรายได้ที่มั่นคง
นายธิปไตย ฉายบุญครอง เจ้าหน้าที่สื่อสารการพัฒนาอาวุโส
นายธิปไตย ฉายบุญครอง เจ้าหน้าที่สื่อสารการพัฒนาอาวุโส กล่าวว่า ปัจจุบันชุมชนมีความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์ ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป แต่กลับขาดทักษะการเล่าเรื่อง ทำให้งานด้านต่างของชุมชนที่มีความเข้มแข็งกลับ “ไม่มีตัวตน” ในการรับรู้ของสังคมภายนอก จึงต้องมาเติมทักษะในเรื่องเหล่านี้ให้กับชุมชน ให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองออกมาให้ได้ โดยนำประสบการณ์ของคนรุ่นเก่ามาผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่ เพื่อเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้รับสาร” มาเป็น “ส่งสาร” ด้วยตนเอง
นายกมล ปุยยะรุน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้นำและนวัตกรรมการพัฒนาชุมชน พอช.
นายกมล ปุยยะรุน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้นำและนวัตกรรมการพัฒนาชุมชน พอช.กล่าวถึง ความสำคัญของช่องว่างนี้ว่า ผลการประเมินศักยภาพผู้นำทั่วประเทศพบว่าการสื่อสารคือข้อจำกัดสำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น กรณีการพัฒนาสายพันธุ์ควายที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวซึ่งเป็นโครงการที่ดีมากแต่สังคมกลับรับรู้น้อยมาก หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว
สรุปแนวทางปฏิบัติ 3 ประการ สำหรับนักสื่อสารชุมชน คือ 1.ลงมือทำทันที (Immediate Action) เปลี่ยนความรู้ให้เป็นการปฏิบัติเพื่อสร้างความชำนาญ 2.ชวนเพื่อนร่วมสร้าง (Collaborative Learning) สร้างเครือข่ายการสื่อสารในระดับตำบลเพื่อขยายฐานการรับรู้ 3.บริหารจัดการทีมสื่อสาร (Strategic Management) สำหรับผู้นำที่ไม่ถนัดการผลิตสื่อเอง ให้ทำหน้าที่เป็น “ผู้อำนวยการผลิต” ที่เข้าใจทิศทางและเป้าหมายการสื่อสารของทีม
โครงการปั้น Influencer ชุมชน เป็น “เวทีต้นแบบ” ที่ผ่านการทดสอบเครื่องมือและถอดบทเรียนร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมีระบบติดตามผลทุก 3 เดือนเพื่อประเมินความต่อเนื่องของงานในพื้นที่ สำหรับก้าวต่อไป คือการขยายผลการดำเนินงานจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สู่การพัฒนาเป็นหลักสูตรกลางเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในทั่วประเทศ




















