ภาพจากรายการข่าวประเด็น7สี
สื่อหลายสำนัก นำเสนอข่าว “กำแพงปูนบ้านมั่นคงถล่มทับคนงานตาย” ซึ่งอยู่ในชุมชนบ้านมั่นคงพหลโยธิน 32 ริมคลองลาดพร้าว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมว่า เป็นกำแพงของการก่อสร้างโครงการบ้านมั่นคง อย่างไรก็ตาม ทางตัวแทนชุมชนได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ว่า “กำแพงที่พังไม่ใช่ของโครงการบ้านมั่นคง”
จากกรณี กำแพงถล่มทับคนงานในชุมชนพหลโยธิน 32 ริมคลองลาดพร้าว ซึ่งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกำแพงของ “บ้านมั่นคง” นั้น นางจนูญลักษณ์ ยกตรี ประธานโครงการบ้านมั่นคงชุมชนพหลโยธิน 32 ได้ชี้แจงว่า เป็นโครงสร้างเก่าของบ้านที่ปลูกสร้างรุกล้ำริมคลองลาดพร้าว
นางจนูญลักษณ์ ยกตรี หรือ ป้าออด ชี้จุดเกิดเหตุยันไม่ใช่กำแพงของบ้านมั่นคง
นางจนูญลักษณ์ ยกตรี หรือ ป้าออด ประธานโครงการบ้านมั่นคงชุมชนพหลโยธิน 32 ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า “กำแพงที่พังลงมา ไม่ใช่กำแพงของโครงการบ้านมั่นคง” แต่เป็น กำแพงเดิมของบ้านที่เคยรุกล้ำริมคลองลาดพร้าว และยังไม่ได้ถูกรื้อถอนออกไป
สภาพเดิมชุมชนพหลโยธิน 32 เป็นชุมชนแออัดที่ตั้งอยู่ริมคลองลาดพร้าว
บ้านมั่นคงคืออะไร และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้อย่างไร?
ชุมชนพหลโยธิน 32 เป็นชุมชนแออัดที่ตั้งอยู่ริมคลองลาดพร้าว มีปัญหาที่อยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำคลอง ทำให้เข้าร่วม โครงการบ้านมั่นคง เพื่อปรับปรุงที่อยู่อาศัยและแก้ไขปัญหาการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ
ปัจจุบันมีบ้านทั้งหมด 144 หลังคาเรือน แบ่งเป็นบ้านมั่นคง 126 หลังคาเรือน และบ้านเอกชน 18 หลังคาเรือน โดยโครงการเริ่มก่อสร้างบ้านตั้งแต่ปี 2561 แต่ติดปัญหาเรื่องการรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้าง จนกระทั่งปี 2567 จึงสามารถดำเนินการสร้างบ้านเพิ่มเติมอีก 36 หลังคาเรือน
การก่อสร้างโครงการบ้านมั่นคงจะไม่มีกำแพงกั้นระหว่างบ้าน
แล้วกำแพงที่พังเป็นของบ้านมั่นคงหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ใช่! บ้านมั่นคงไม่มีแนวกำแพงหลังบ้าน เพราะระบบโครงการออกแบบให้พื้นที่ด้านหลังโล่ง เพื่อรองรับ
ระบบสาธารณูปโภคและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย “การก่อสร้างบ้านมั่นคงจะไม่มีกำแพงกั้นระหว่างบ้านแต่ละหลัง และจะไม่มีการสร้างกำแพงด้านหลังบ้านเพิ่มเติม เพราะพื้นที่ด้านหลังต้องถูกใช้เป็นทางเดิน ระบบบำบัดน้ำเสีย และท่อระบายน้ำของชุมชน” นางจนูญลักษณ์ กล่าว
ระบบสาธารณูปโภคโครงการบ้านมั่นคง
การก่อสร้างบ้านมั่นคง เป็นอย่างไร
การออกแบบบ้านมั่นคง คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยเป็นสำคัญ โดยแต่ละหลังจะถูกออกแบบให้ มีพื้นที่ด้านหลังโล่ง เพื่อรองรับระบบสาธารณูปโภคและช่วยให้สามารถอพยพได้ง่ายในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้
“หากเกิดเพลิงไหม้ บ้านทุกหลังสามารถวิ่งถึงกันได้เพราะไม่มีสิ่งกีดขวางด้านหลัง ซึ่งแตกต่างจากโครงสร้างบ้านเดิมซึ่งแออัดไม่มีพื้นที่และไม่เป็นระเบียบ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้หรืออุทกภัย เหตุร้ายต่างๆอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยติดอยู่ในบ้านและหลบหนีได้ยาก
บ้านหลังใหม่ของชาวชุมชนพหลโยธิน 32
ชีวิตใหม่ของชาวบ้านพหลโยธิน 32 หลังเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง
ก่อนที่จะมีโครงการบ้านมั่นคง ชุมชนพหลโยธิน 32 เคยเป็นชุมชนแออัดริมคลองลาดพร้าว ลูกหลานไม่กล้าพาเพื่อนมาเยี่ยมบ้าน ครูจากโรงเรียนไม่สามารถลงพื้นที่มาเยี่ยมบ้านนักเรียนได้ เพราะสภาพชุมชนไม่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีแต่หลังจากเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น สร้างที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีมาตรฐาน ไม่รุกล้ำคลอง มีระบบสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน ทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า และการระบายน้ำ การออกแบบบ้านให้มีพื้นที่โล่งด้านหลัง ช่วยให้สามารถอพยพได้ในกรณีฉุกเฉิน แม้ชาวบ้านจะต้องแบกรับภาระหนี้สินจากการสร้างบ้าน แต่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า “มันคุ้มค่า” เพราะคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน
“วันนี้ ลูกหลานของเราสามารถพาเพื่อนมาเยี่ยมบ้านได้ ครูก็สามารถมาเยี่ยมบ้านนักเรียนได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป” นางจนูญลักษณ์ กล่าว
การก่อสร้างบ้านเฟส2ของชาวชุมชนพหลโยธิน 32
บ้านมั่นคงของคนริมคลองลาดพร้าว
รัฐบาลจึงมีแผนงานการแก้ไขสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองในกรุงเทพฯ เนื่องจากเห็นว่าเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำลงสู่คลอง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน น้ำจากท่อระบายน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะไหลและถูกสูบลงคลอง แต่การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ เพราะมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำในลำคลอง โดยจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง เพื่อก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลอง ขุดลอกคลองให้ลึกและกว้างกว่าเดิม
เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวเป็นคลองแรกในปี 2559 โดยรัฐบาลในขณะนั้น ได้จัดตั้ง ‘คณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ’ มอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำ และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’ จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมคลองที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวคลองและแนวเขื่อน
โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว ชุมชนหลัง วค.จันทรเกษม
โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว เป็นการดำเนินการตามโครงการ ‘บ้านมั่นคง’ หลักการสำคัญคือ ให้ชาวชุมชนริมคลองรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา เป็นการ พัฒนาแนวใหม่ ไม่ใช่รูปแบบของการสงเคราะห์หรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสร้างบ้านให้ชาวบ้านแบบให้เปล่า แต่ให้ชุมชนหรือชาวบ้านมีส่วนร่วมและเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาเช่น รวมกลุ่มกันโดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ ช่วยกันออกแบบบ้าน วางผังชุมชน จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถานเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านหรือจัดซื้อที่ดิน และร่วมกัน บริหารโครงการ ฯลฯ โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือ เช่น พอช. ส่งสถาปนิกเข้าไปให้คำแนะนำแก่ชุมชน เรื่องการออกแบบบ้าน ออกแบบผังชุมชน กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปให้ ความรู้เรื่องการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน กรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินในอัตราผ่อนปรนระยะยาว ครั้งละ 30 ปี ฯลฯ
โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว(ซ้าย)ชุมชนบางบัวกองการภาพ (ขวา)ชุมชนบางบัวร่วมใจเชิงสะพานไม้2
ปัจจุบัน พอช.สนับสนุนการก่อสร้างบ้านในชุมชนริมคลองลาดพร้าวแล้ว 35 ชุมชน รวม 3,536 ครัวเรือน แยกเป็น 1.บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 3,065 ครัวเรือน 2.บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 132 ครัวเรือน และ 3. พื้นที่รื้อย้ายแล้วพร้อมก่อสร้างบ้าน 339 ครัวเรือน
โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว ชุมชน กสบ.หมู่5
















