ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ประกอบด้วย 6 หมู่บ้าน จำนวนประชากร 7,958 คน รวม 4,969 ครัวเรือน มีประชากรแฝงเข้ามาใช้แรงงานกว่า 3,949 คน โดยเป็นชาวเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ฯลฯ ตำบลนี้มีพี้นที่ 7.485 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,678 ไร่ มีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม พื้นที่ตำบลถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง โดยมีแม่น้ำท่าจีนคั่นกลางระหว่างพื้นที่ ลักษณะดินเป็นดินเหนียวจึงเหมาะแก่การเพาะปลูก ที่สำคัญแหล่งน้ำธรรมชาติจากแม่น้ำท่าจีน ยังไหลหล่อเลี้ยงผู้คนในชุมชนมาอย่างยาวนาน เสมือนสายเลือดใหญ่ของชุมชนตำบลยายชา
“ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน” คำกล่าวที่หลายๆ คน พึงระลึกอยู่เสมอ คนตำบลยายชาก็เช่นกัน จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา
เมื่อวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2567 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร และสำนักงานภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก จัดเวทีถอดบทเรียนกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา ณ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีผู้เข้าร่วมได้คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนและสมาชิก จำนวนกว่า 20 คน
กองทุนสวัสดิการชุมชนก่อตั้งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 สมาชิกเริ่มต้น 44 คน สมาชิกปัจจุบันจำนวน 1, 226 คน จากจำนวนประชากร 7,517 คน คิดเป็นร้อยละ 17 ของจำนวนประชากร เงินสมทบจากสมาชิก 1,808,830 บาท จดทะเบียนรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2562 ปัจจุบันมีการจ่ายสวัสดิการ 16 ประเภท
คณะกรรมการและสมาชิกกองทุนพูดตรงกันว่า ตอนที่จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน จำได้ว่า มีการประชุมทำความเข้าใจผู้เข้าร่วม 44 คน อยู่ ๆ ที่ประชุมก็เชิญชวนผู้เข้าร่วมสมัครสมาชิกจ่ายเงิน 30 บาท ตนเองและผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่คิดเพียงว่าจ่ายเป็นกองบุญจบ ๆ ไป เดี๋ยวกองทุนนี้ก็คงยุบเลิก เพราะช่วงนั้นมีหลายกองทุนในตำบลที่ก่อตั้งและภายหลังต้องยุบเลิกกันไป
“หลังจากเข้ามาเป็นสมาชิกกองทุน เกิดความศรัทธาเชื่อมั่นในตัวเหรัญญิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ป้าแดงนางวิไลวรรณ พูลสวัสดิ์ ป้าแดงทำงานร่วมกับเลขานุการกองทุน ด้วยมีความมุ่งมั่น เสียสละ ภายหลังเลขานุการกองทุนเสียชีวิตไปป้าแดงไม่มีผู้ช่วย ตนเองจึงได้อาสาเข้ามาช่วยทำงาน ตอนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน จากที่ไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชน ตนเองและทีมงานต้องสื่อสารให้สมาชิกเข้าใจ จึงได้ไปเรียนรู้ศึกษาดูงานกองทุนสวัสดิการชุมชนที่อื่น โดยประสานงานกลไกเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครปฐม ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี” นางสมภัสสร จีนประชา ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา กล่าว
คณะกรรมการเล่าว่าเราติดอาวุธการทำงานอยู่เสมอ หมายถึง การพัฒนาศักยภาพทีมงาน จากการพูดคุยกับคณะกรรมการทำให้พบว่า ทีมงานแต่ละคนมีความใฝ่รู้ กระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้และโอกาส องค์ประกอบของคณะกรรมการส่วนใหญ่มาจาก อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน อสม. ครบทั้ง 6 หมู่บ้านภายในตำบลยายชา บางคนเป็นข้าราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกษียณอายุ นอกจากเป็นผู้มีจิตสาธารณะเบื้องต้นแล้ว ยังมีเครือข่ายการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน และวัด ต่าง ๆ ซึ่งสามารถประสานและสนับสนุนการทำงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนได้ดี อาทิ การจัดกิจกรรมโครงการฝึกอบรมอาชีพประสานผ่านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด พมจ. เช่น กิจกรรมทำปุ๋ย การปลูกพืชสวนครัว ทำขนมไทย สบู่ เพื่อลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายผู้เปราะบาง กรมพัฒนาฝืมือแรงงานจังหวัดนครปฐม อบรมขนมอบ และพัฒนาชุมชนจังหวัด ถักโครเชต์ และโครงการขยะออมบุญ เป็นต้น
การบริหารความขัดแย้งเมื่อมีกรณีความเห็นที่แตกต่างกัน จะขอฉันทามติจากที่ประชุมเพื่อให้ได้ข้อสรุปและนำดำเนินการต่อไป หลายครั้งมติที่ประชุมไม่ได้เป็นไปตามที่หน่วยงานต่าง ๆ สั่งการ แต่เน้นมติจากที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเป็นสำคัญ เมื่อถามถึงเรื่องการบริหารความเสี่ยงของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา พบว่ามีการจัดทำเอกสารรับ-จ่ายทุก 2 เดือนเพื่อประเมินความพร้อมของกองทุน มีปรับลดการจ่ายเงินสวัสดิการกรณีเสียชีวิตจาก 10,000 บาท ปัจจุบันจ่ายสวัสดิการเสียชีวิต 6,500 บาท ซึ่งผ่านมติการประชุมสามัญประจำปีจากคณะกรรมการและสมาชิกกองทุนแล้ว ด้วยการบริหารงานที่ชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประกอบกับสถานที่ตั้งของกองทุนสวัสดิการชุมชนมีความเหมาะสม ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนได้เป็นศูนย์กลางในการประชุมเครือข่ายสวัสดิการชุมชนอำเภอสามพราน/อำเภอพุทธมณฑล 2 เดือน/ครั้ง ทำให้ได้ติดอาวุธ ได้รับความรู้ ประสบการณ์จากแลกเปลี่ยนในการประชุมอยู่เสมอ
สรุป กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา ประกอบด้วยกลไกคณะกรรมการที่มีความหลากหลาย มีความสามารถ เทคนิค ประสบการณ์เฉพาะตัว ผ่านการทำงานที่สะสมมาของแต่ละบุคคล การเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน ความเห็นที่แตกต่างไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ผสมผสานเกิดเป็นความต่างที่น่าสนใจแก่ผู้มาเยือน มีการกำหนดเป้าหมายการเพิ่มจำนวนสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนให้มากขึ้น การเปิดใจรับและเรียนรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น การเป็นพื้นที่เป้าหมายในการวิเคราะห์หรือประเมินผลตอบแทนทางสังคม จากวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการถอดบทเรียนกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช.ในครั้งนี้ ที่สำคัญ ชุมชนจะนำข้อมูลไปพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนต่อไป
สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร










