การสัมมนา พอช. ประจำปี 2567 “24 ปี พอช. ก้าวไปด้วยกัน สร้างพลัง สานสัมพันธ์ ร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง” ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ โดยวันแรก (21 กุมภาพันธ์) มีการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ‘การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นและคนทำงาน พอช.’ โดย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีสาระสำคัญว่า
วันนี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน วันนี้มาคุยกับทุกท่านผ่านซูม อยากมาพูดคุยเพราะอยู่ พอช. มาปีกว่าๆ เห็นเป้าหมายของงาน และถือว่าเป็นการประชุมของทีมชาว พอช. เป็นโอกาสที่ดีที่ได้กล่าวถึงมุมมองของกรรมการ
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เข้าร่วมประชุมผ่าน ZOOM
ประการแรก มีคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องของขอบเขตงาน ตอนที่ บริษัททริสมาประเมินเรา เป็นคำถามที่ทางราชการถามกันคือ “พอช.ทำอะไร…อะไรคือขอบเขตงานที่ทำแล้วไม่ซ้ำกับหน่วยงานอื่นๆ?”
เป้าหมายการทำงานของเรา และเป้าหมายสุดท้ายของเราคือ “การทำให้ชุมชนเข้มแข็งเต็มพื้นที่” สาเหตุที่เราทำเรื่องนี้ เพราะประเทศไทยทำมาหลายปี สิ่งที่ค้นพบคือ การพัฒนาที่เราทำนำมาสู่ความอ่อนแอในหลายพื้นที่ อย่างชุมชนชนบทเหลือแต่ผู้ใหญ่กับเด็ก มีแต่หนี้ สูญเสียที่ดิน ป่าแย่ ดินไม่มี ชุมชนเต็มไปด้วยปัญหา แม้ประเทศไทยพัฒนามากว่า 50 ปี
งานของ พอช. คืองานสำคัญที่สุดของประเทศไทย ที่จะตอบโจทย์สิ่งที่ทุกหน่วยนั้นมองข้าม ไม่ว่าจะเรื่อง Ai เรื่องของ EEC เขาไม่ได้มองความสุขของพี่น้องประเทศไทย สิ่งที่เราทำมีค่าและตอบโจทย์
การสร้างชุมชนเข้มแข็ง มีหลายหน่วยงานที่ทำ ไม่ว่าจะมหาดไทย สภาพัฒน์ ความแตกต่างของเรามีเป้าหมาย 2 เรื่องที่เป็นจุดแข็งของ พอช. คือ 1.เราต้องสร้างผู้นำชุมชนเข้มแข็ง เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด เป็นผลงานที่สำคัญที่สุด ที่ต้องเดินหน้าให้เต็มที่
“กระทรวงอื่นๆ มีแต่แจกเงิน ของเราไม่ใช่ เราต้องสร้างผู้นำชุมชนเข้มแข็งให้ได้ เมื่อผู้นำเข้มแข็ง จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งไปด้วย พอช.มีผู้นำหลากหลาย มากมาย ทำให้เกิดผู้นำเข้มแข็ง ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เราต้องทำให้เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงการพัฒนา New Gen เราต้องสร้างในพื้นที่ให้เกิดคนรุ่นใหม่ เช่น การทำทำเนียบผู้นำ การปักหมุดผู้นำชุมชนผ่านระดับ DATA ของ พอช. รวมไปถึงการทำ CODI ACADEMY” ดร.กอบศักดิ์ยกตัวอย่าง
สิ่งที่ทำสำคัญ เช่น การสร้างตลาดทั่วไทย มีการเปิดงาน เกิดตลาดทั่วไทย มีรัฐมนตรี มีผู้ว่าฯ ไปเปิด แต่สุดท้ายก็ร้าง การทำเหล่านี้ไม่ยั่งยืน เพราะไม่มีใครทำต่อ การสร้างผู้นำชุมชนเป็นแก่นของการทำผลึกของพลัง เราต้องเริ่มที่ผู้นำ
เริ่มจากโครงการเล็กๆ ขยายสู่ทุกภาค เต็มพื้นที่ทั่วไทย
ประการที่สอง เราต้องพัฒนาและมีองค์กรชุมชนหลากหลาย ทั้งการออม สถาบันการเงินชุมชน สวัสดิการชุมชน ร้านค้าชุมชน วิสาหกิจชุมชน รวมไปถึงกลุ่มอื่นๆ รวมถึงศูนย์เด็กเล็ก องค์กรที่ทำเรื่องป่าชุมชน เราต้องสร้างองค์กรชุมชน และขยายให้กว้างเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง หากเราทำอย่างนี้ได้ เราจะมีแก่นผลึก มีแขนขาของเขา ในหนึ่งองค์กรชุมชน อาจจะมีการทำกิจกรรมที่หลากหลายมากกว่า 1 โครงการ จะทำให้เกิดความเข้มแข็ง เช่น ดงขี้เหล็ก มีทั้งเรื่องของสถาบันการเงิน เรื่องที่ดิน เรื่องอาชีพ เรื่องพัฒนาที่อยู่อาศัย เป้าหมายคือ เราต้องทำให้ทั้งผู้นำชุมชนเข้มแข็ง รวมถึงองค์กรชุมชนเข้มแข็ง เกิดขึ้นเต็มพื้นที่
เหล่านี้นำมาสู่ทักษะของเรา ทักษะเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อเรารู้เป้าหมายแล้ว เราจะนำมาสู่การพัฒนาทักษะของเรา อะไรคือผลลัพธ์สำคัญ ทักษะของเราคือ ทักษะของการสร้างผู้นำ เราต้องเติมเต็มเรื่องนี้ให้ได้ เราต้องมีผู้นำชุมชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีโรงเรียนพัฒนาผู้นำ สร้างเครือข่าย ต้องมีองค์ประกอบให้ครบ มีระบบนิเวศน์ที่เอื้อในการพัฒนาและสร้างผู้นำ
ขณะเดียวกันเรื่ององค์กรชุมชนนั้น เราต้องดูว่า จะทำอย่างไรให้องค์กรชุมชนเราขยายผล ตอนนี้เรามีแฟลกชิฟหลายอย่าง เช่น สภาองค์กรชุมชน มีกว่า 30,000 แห่ง เรามีกองทุนสวัสดิการชุมชนเต็มพื้นที่ บ้านมั่นคงเราทำได้หลายที่ ขณะนี้เราก็ทำในเรื่องอื่นๆ เช่น ศูนย์เด็กเล็ก ที่ดำเนินการแล้ว 60 ศูนย์ เราอยากทำเป็นขั้นๆ ไป ปีแรกเริ่มตั้งโครงการ แล้วเราก็ขยายผลออกไปในปีถัดๆ ไป การมีทักษะที่สำคัญเริ่มจากโครงการเล็กๆ แล้วขยายสู่ทุกภาค และดำเนินการในทุกที่ เต็มพื้นที่ทั่วไทย โครงการอื่นๆ ของรัฐบาลยิ่งทำยิ่งลด สร้างผู้นำ และขยายองค์กรชุมชนให้เต็มพื้นที่ทั่วไทย
ประเทศไทยจะเปลี่ยน…ประเทศไทยจะมีพลังด้วยมือของเรา
ประการที่สาม ความสามารถในการประเมิน เราต้องมีความสามารถในการประเมินผลงานของเราว่าคืออะไร ตอนนี้มีคำถามว่า เราพอใจไหมในชุมชนที่เราดูแล เข้มแข็งไหม 3 ระดับ 1.ชุมชนยืนขึ้นมาได้ เมื่อยืนได้หลังล้มลง ให้ยืนมีความเข้มแข็ง สุขภาพดี และสุดท้ายให้เขาวิ่งได้ ตอนนี้ถูกบั่นทอนจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น หนี้นอกระบบ ไม่มีทางที่ชุมชนจะจ่ายหนี้ได้ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียที่ดิน และปัญหาต่างๆ โครงการของเราคือคำตอบ อย่างสวัสดิการชุมชน การออม
นอกจากนั้นเขามีปัญหาในเรื่องของคนกลางที่ไปทำร้ายชุมชน ที่ได้สัดส่วนที่มากกว่าชุมชน ชาวบ้านถูกคนกลางกดขี่ จากความไม่รู้ ทำอะไรเดิมๆ จึงเจอปัญหาเดิมๆ ตลอดเวลา เราต้องทำร้านค้าชุมชน ทำช่องทางให้ชุมชนมีตลาดได้ สุดท้าย ต้องหานวัตกรรมและสิ่งใหม่ๆ ให้เขาสามารถหารายได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจฐานราก มีสุขภาวะที่ดี
“สิ่งสุดท้ายที่อยากจะบอกทั้งหมดนี้ พอช. มีพลังจำกัด เราต้องเอาพลังของคนอื่นมาใช้ของเรา เราสามารถเอาเงิน และงบประมาณจากกองทุนต่างๆ มาส่งเสริมชุมชน เช่น กองทุนสื่อสร้างสรรค์ กองทุนพลังงาน กองทุนไฟฟ้า จะทำให้เราสร้างผู้นำ และสามารถส่งเสริมองค์กรชุมชนได้มากขึ้น รวมไปถึงภาคเอกชน เราอาจจะจัดงาน โดยเอาผู้นำรุ่นใหม่มาใช้ New Gen ต้นกล้าคืนถิ่น เมื่อเรานำพลังต่าง ๆ มาใช้ได้เหมือนกับการติดปีกให้ พอช.”
ปัจจุบันเรามีโครงสร้างใหม่ ผมคิดว่าเราต้องเพิ่มทักษะ 4.0 นำมาใช้และขับเคลื่อน ทั้งหมดนี้ต้องปรับให้เข้ากับสังคม ชาวบ้านตามไม่ทันเทคโนโลยี หากเราจะช่วยชาวบ้านได้ เราต้องใช้เทคโนโลยีได้ก่อน อยากให้คิดว่าเราจะปรับองค์กรเป็น Digital เป็น 4.0 ได้อย่างไร ?
“ขอให้เชื่อว่าเราทำได้ เราต้องทำทีละอย่าง ไม่ต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน ค่อย ๆ ทำทีละโครงการ เมื่อสำเร็จแล้วทำโครงการอื่น ๆ ต่อไป อยากให้ทุกคนคิดว่า พอช.เป็นบ้านของเรา เราจะทำอย่างไรให้บ้านของเราดี ให้องค์กรชุมชนเข้มแข็ง ผู้นำเข้มแข็ง และช่วยกันคิดโครงการดีๆ หากเราทำสำเร็จ ประเทศไทยจะเปลี่ยน ประเทศไทยจะมีพลังด้วยมือของเรา” ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวทิ้งท้าย
เรื่องและภาพ : สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์












