บ้านปราสาทตั้งมาประมาณปี พุทธศักราช 2425 โดยอพยพมาจากบ้านทุ่ม ตำบลเมืองจันทร์เดิม แบ่งการปกครองออกเป็น 4 หมู่บ้าน คือ บ้านโนนธาตุ บ้านโนนดั่ง บ้านบาก พ.ศ. 2532 อำเภอห้วยทับทัน ได้แบ่งเขตการปกครองเพิ่มอีก 1 ตำบล เป็นตำบลปราสาท ซึ่งแยกออกจากตำบลห้วยทับทัน โดยนายพุทธา คะหาญ เป็นกำนัน ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบอาชีพการเกษตรเป็นอาชีพหลัก งอาศัยแหล่งน้ำตามธรรมชาติประกอบอาชีพ รายได้ไม่แน่นอน พร้อมกันนี้ประชากรยังขาดความรู้ ความสามารถ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเป็นปัจจัยในการผลิต รายได้ต่อหัวต่อคนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เห็นควรจัดให้มีอาชีพเสริมเพื่อเป็นรายได้ให้แก่ครอบครัวในช่วงหลังฤดูการทำนา การเกษตร
จุดเริ่มต้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตำบลปราสาท ได้ดำเนินกิจกรรมด้านแปรรูปสมุนไพรจนได้รับการยอมรับของตลาดและมียอดขายจำนวนมาก ผ่านช่องทางโรงพยาบาล หน่วยงานราชการ นักท่องเที่ยวและร้านค้าออนไลน์ลาซาด้า เพื่อเป็นการต่อยอดให้กับทางผู้มีรายได้น้อย และผู้ด้อยโอกาสในตำบลปราสาท และขยายการปลูกและแปรูปสมุนไพรที่มีแหล่งจำหน่ายที่ชัดเจน ถือโอกาสที่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้มีรายได้น้อยจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น สภาองค์กรชุมชนตำบลปราสาท เล็งเห็นความสำคัญของสมุนไพรจึงได้ทำโครงการส่งเสริมการแปรรูปสมุนไพรของตำบลปราสาท ที่เน้นส่งเสริมการทำลูกประคบสมุนไพร ชาอัญชัน ร่วมทั้งการส่งเสริมให้ปลูกพืชสมุนไพร เป้าหมายเพื่อลดการใช้ยาแผนปัจจุบันในการดูแลสุขภาพและส่งเสริมการอนุรักษ์สมุนไพรในชุมชน สร้างงานสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสผู้มีรายได้น้อย
การปฏิบัติการโครงการกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเข้าร่วมในการอบรมเพื่อรับความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณ การแปรรูปสมุนไพร (ลูกประคบหอม ชาอัญชัน ยาสระผมดำ เป็นต้น) และสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติและถ่ายทอดให้เพื่อนบ้านได้ ทั้งในเรื่องการแปรรูปสมุนไพร การทำลูกประคบ ตลอดจนการปลูกและการดูแลรักษาสมุนไพรและความรู้ด้านออกแบบด้านบรรจุภัณฑ์ การเรียนรู้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจาก วิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรพืชผักอินทรีย์ตำบลปราสาท และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล การดำเนินงานยังได้เชื่อมโยงกับโครงการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสมุนไพร 4.0 โฮมสเตย์งานแปรรูปสมุนไพรที่เน้นเรื่อง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเพณีของชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เน้น การสนับสนุนการปลูกและการแปรรูปสมุนไพรภายในบ้านและภายในชุมชน การนวดสมุนไพรและอาหารสมุนไพร
สมุนไพรตำบลปราสาท ได้นำร่องส่งเสริมความรู้และทักษะการทำให้กับผู้ด้อยโอกาสให้เข้ามามีส่วนในการแปรรูปสมุนไพร โดยทางตำบลจะปลูกอัญชันเป็นส่วนใหญ่ เบื้องต้นนำร่องให้ผู้ด้อยโอกาสมาอบรมส่งเสริมพัฒนาทักษะอาชีพในการเชื่อมกับเครือข่ายผู้ใหญ่บ้านกำนันและท้องถิ่น เข้ามาร่วมในการบริหารจัดการขับเคลื่อนโครงการ และดึงเครือข่ายทางเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ หน่วยงานตรวจมาตรฐานภู มีการส่งเสริมให้มีการปลูกสมุนไพรหลักๆ เช่น ขมิ้น และไพล นอกจากนั้นจะมีการแปรรูปโดยใช้วัตถุดิบที่มีในพื้นที่ คือ ลูกประคบที่ทำเป็นลูกเล็กๆ เพื่องานแก่การใช้ประโยชน์ คุณประโยชน์เป็นถุงหอมห้อยไว้ในตู้เย็น ในตู้เสื้อผ้า หรือนวดหน้าได้ และมีการแปรรูปเป็นผง ซึ่งผลผลิตไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย
และจากการทำงานในเวทีสรุปบทเรียนการทำงานผู้ที่เข้าร่วมในกระบวนการได้ให้มุมมองต่อการทำงานดังนี้
คุณสุจิตรา อรัญโชติ “สมุนไพรถือเป็นการทำงานไว้เป็นแบบอย่างให้ลูกหลาน มองเห็นภาพของชุมชนท้องถิ่น ทำให้เกิดการรักบ้านเกิด รักในทรัพยากรของชุมชนที่มีคุณค่า สามารถนำไปสู่ตลาดภายนอกได้ รวมถึงทำให้สุขภาพที่ดีกับผู้ที่ทำ นำไปสู่ครอบครัวอบอุ่นและมีรายได้แบบยั่งยืน”
คุณโชคอำนวย คุณบัวบุญ คุณธนา “การพัฒนาคุณภาพชีวิตในมุมมองของเขาที่สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ ได้มุมมองและทักษะความรู้เกี่ยวกับด้านสมุนไพร ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จริง ได้ยกระดับทั้งอาชีพที่มีอยู่แล้วมาต่อยอดอาชีพให้กับชุมชนได้ ได้พัฒนาตนเองให้มีความกล้าที่จะนำเสนอ โดยสรุปการได้เข้าฝึกอบรมพัฒนาคุณภาพชีวิตทำให้ครอบครัวชุมชนมีความเข้มแข็งและยั่งยืน 100%”
“คุณกมลวรรณ หนุ่ยโท การพัฒนาคุณภาพชีวิต คือ การพัฒนาโอกาสให้กับคนในชุมชน เยาวชน รวมถึงผู้ขาดโอกาสที่จะเรียนต่อ ได้เข้ามามีส่วนในกิจกรรมต่างๆ ในตำบลและชุมชน ประเด็นต่อมา คือ ให้โอกาสเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม เพื่อหลีกหนีปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับเยาวชน ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เยาวชนสนใจในกิจกรรมต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับเยาวชนได้”
คุณอรอนงค์ บุญสำเร็จ “คิดว่าโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นโครงการที่ดูแลผู้ด้อยโอกาสเพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสมีอาชีพและมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามที่ข้าพเจ้าได้เข้ามาร่วมและเรียนรู้ตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในส่วนของผู้ด้อยโอกาส ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในด้านต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร สามารถที่จะส่งเสริมแต่ละคนตามความเป็นไปได้ภายใต้โครงการแปรรูปสมุนไพร ซึ่งมีการเข้ามาสอนเรื่องการต่อยอดเพื่อเป็นการเสริมรายได้ ให้กับผู้ด้อยโอกาส ได้นำไปต่อยอดให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีการสนับสนุนท่อนพันธุ์ ต้นพันธุ์เพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงทางด้านอาชีพต่อไป”
ภาพที่ 1 เกี่ยวกับกิจกรรมสรุปบทเรียนการทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต
การทำงานสุมนไพรของพื้นที่ทำโดยภายใต้มาตรฐาน GMP อินทรีย์ มีจำนวน 6 ราย ทุกคนพร้อมใจกันรวมกลุ่มกันมีการสร้างเครือข่ายเพิ่มขึ้น มีการเชื่อมออเดอร์จากทางสระแก้ว ซึ่งตอนนี้พื้นที่ในการปลูกมีน้อยมีการเชื่อมกับภาคีเครือข่ายให้ร่วมกันปลูก มีการเชื่อมอำเภอโนนคูณ เครือข่ายอำเภอเมือง เครือข่ายโพธิ์ศรี ซึ่งมีแนวทางในการขยายเพิ่มเติมเข้ามาเป็นกลุ่มเครือข่าย ทางพื้นที่ได้รับโอกาสดีจากทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษจัดเรื่องสมุนไพร โดยเฉพาะทำเส้นทางท่องเที่ยวต่างๆของจังหวัด เพื่อเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบครบวงจรมีป่าสมุนไพร มีห้องอบ ห้องนวดสมุนไพร พื้นที่ได้รับจากงบประมาณจากทางจังหวัด1,500,000 บาท เพื่อมาสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ มีการจัดทำโฮมสเตย์ในพื้นที่ และมีแผนในเรื่องของการพัฒนาสุขภาพหมอนวดพื้นบ้านในพื้นที่ในโฮมสเตย์หรือในสวนสมุนไพรต่อไป
ภาพที่ 2 ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสมุนไพรและการท่องเที่ยวของชุมชน
โดยสรุปโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการแปรรูปสมุนไพรเป็นแนวทางที่มีประโยชน์สำหรับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยโครงการนี้มุ่งหวังที่จะนำสมุนไพรท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการแปรรูปสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ลดการลงทุน และส่งเสริมการอนุรักษ์สมุนไพรในพื้นที่ นอกจากนั้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการแปรรูปสมุนไพรยังส่งเสริมการอนุรักษ์สามารถสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรในชุมชน สร้างโอกาสในการศึกษาทักษะการแปรรูปให้กับชุมชนผ่านการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ และสร้างความเข้มแข็งในชุมชนท้องถิ่นต่อไป
#ผลงานนักสื่อสารชุมชน
ทัพไท ชุ่มนาเสียว
นักวิจัยอิสระ














