
“นิคมเศรษฐกิจพอเพียง อ. วังน้ำเขียว” อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาภูหลวง (โซนอี) ที่กรมป่าไม้มอบให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นำมาดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ด้วยเนื้อที่ 3,798 ไร่ เมื่อปี 2536 โดยผู้ถือครองเดิม คือ บริษัท วนาวาส จำกัด ได้แจ้งขอสละสิทธิ์โดยไม่ขอรับค่าชดเชยเมื่อเดือนก.พ. 2546 ดังนั้นทาง ส.ป.ก.จึงได้นำที่ดินไปจัดสรรให้แก่เกษตรกร ภายใต้แผนแก้ไขปัญหาความยากจนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปัจจุบันได้คัดเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน ให้เข้ามาทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นชาวอ.วังน้ำเขียวที่ไม่มีที่ดินทำกิน หลังจากจัดสรรที่ดินให้แล้วเกษตรกรจะได้ที่ดินจำนวน 2 ไร่ 2งาน เพื่อมาทำการเกษตร ซึ่งการเกษตรกรรมที่ทำอยู่ปัจจุบัน เป็นการปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงสัตว์

ล่าสุด วันนี้ (7 ธันวาคม 2564) นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่โครงการนิคมเศรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ให้กำลังใจสมาชิกบ้านมั่นคงชนบท เยี่ยมชมการจัดการแปลงรวมการผลิตพืชผลทางการเกษตรทั้งแบบโรงเรือน และกลางแจ้งของชุมชน อีกทั้งยังร่วมปลูกผักเก็บผลผลิตทางการเกษตร และแลกเปลี่ยน รับฟังเรื่องเล่ารูปธรรมความสำเร็จจากสมาชิกในโครงการฯ โดยมีนายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด แกนนำเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เครือข่ายบ้านมั่นคงภาคอีสาน และสมาชิกในนิคมเศรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียว เข้าร่วมกว่า 100 คน


นายไมตรี อินทุสุต
นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ในการลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ เพื่อลงพื้นที่หารือในเรื่องผลกระทบจากรถไฟโคราช มอบบ้านมั่นคงชนบทตำบลตะขบ ที่ได้รับผลกระทบปัญหาน้ำท่วม และเยี่ยมเยียนโครงการนิคมเศรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียว โดยในส่วนพื้นที่ ส.ป.ก. นั้น ทาง ส.ป.ก. ต้องการให้เกษตรกรที่มีรายได้น้อยไม่มีที่ดินทำกินให้สามารถเพิ่มมูลค่าในที่ดินจากการทำเกษตร เป็นการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกร โดยทาง ส.ป.ก. ได้ผ่อนคลายระเบียบ นำพื้นที่มาจัดสรรให้เกษตรกรให้ชาวบ้านได้มีที่ครัวเรือนละ 2 ไร่ 200 ตารางวา ซึ่งพอช.นั้นมีโครงการหลายบ้าน บ้านมั่นคงเมืองสร้างในเขตเทศบาลจับมือกับกรมธนารักษ์ บ้านมั่นคงชนบทจับมือกับ ส.ป.ก. เป็นสำคัญ ที่จริง ส.ป.ก.ควรใจดีทำให้ทั่วประเทศ แต่ในข้อเท็จจริงยังมีคนไม่จนจริงมาแทรกปะปน

นิคมเศรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียว ได้จัดสรรแปลงให้เกษตรกรสร้างให้เกิดประโยชน์ให้เกิดคุณค่า และมูลค่า ส.ป.ก.ให้ที่ให้ความรู้เบื้องต้น ต่อมามีศูนย์เรียนรู้ ส่งเสริมการเกษตรให้โรงเรือน เป็นการทำงานที่เรียกว่าบูรณาการ ซึ่ง พอช.เป็นโซ่ข้อกลางในการร้อยหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่

นายไมตรี อินทุสุต กล่าวต่อว่า จะเห็นว่าของดีมีอยู่ในชนบท พื้นที่แปลงนี้ “สงบ ร่มเย็น ผาสุข” สิ่งเหล่านี้รัฐควรช่วยในทุกจังหวะก้าวของพี่น้อง นอกจากส.ป.ก.จัดสรรที่ดินแล้ว พอช.ก็เข้ามาเติมเรื่องที่อยู่อาศัย ที่ขับเคลื่อนโดยภาคประชาชน ทำด้วยแกนนำขบวนและเครือข่าย กระตุ้นให้เกิดเครือข่าย ที่ลุกขึ้นมาจัดการ ชุมชนชายฝั่งทะเลจัดการอย่างหนึ่ง ชุมชนที่กระทบจากรถไฟอย่างหนึ่ง บ้านมั่นคงเมืองชุมแพแบบหนึ่ง เริ่มจากการสร้างบ้านมั่นคง และขับเคลื่อนทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต จากที่ยากจนมาสู่การมีชีวิตรอด เกิดความพอเพียง ก้าวสู่ความยั่งยืน และมีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิตอล การสื่อสารมาหนุนการพัฒนา

ในการสร้างภูมิคุ้มกันนั้นมีหลายวิธี คำตอบอยู่ที่ชุมชนโดยแท้ รัฐต้องให้ข้างล่างบริหารจัดการตนเอง รัฐบาลไม่สามารถจัดการได้ลำพัง ซึ่งเป็นเรื่องของ 4 ร. ราษฎร ราชการ รัฐบาล ราชประชา (ภาคประชาสังคม) ต้องประสานความร่วมมือกัน วันนี้เดินตรง แต่จะปรับเทคนิคอย่างไรให้เกิดความรุ่งโรจน์ชัชวาลย์ ร่มเย็นผาสุขปล่อยให้ข้างล่างจัดการตนเอง ลดกับดัก เสริมพลัง อย่าให้ชาวบ้านสะดุด ความสุขวัดแต้มไม่ได้ แต่คือการที่ประชาชนอยู่อย่างเพียงพอ และมีปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน

วันนี้แกนนำสร้างเครือข่ายไม่แค่ท้องที่ท้องถิ่น แต่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน พอช. เป็นโซ่ข้อกลาง ลดกับดัก ทะลายรั้วกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคลง เพื่อชาวบ้านมีความสุข ช่วยพยุงให้พี่น้องมี 4 อา. 1) อาชีพ รายได้ พัฒนาการผลิต การปลูกผักอย่างไร 2) อาศัย ที่อยู่อาศัยที่ถาวรมั่นคง เลี้ยงครอบครัว มีหลังคา ห้องน้ำ 3) อาหาร ความมั่นคงทางอาหาร มีอาหารเลี้ยงดูชึมชน เหลือขายส่งต่อตลาด 4) อากาศ อากาศดี สุขภาพดี ผลผลิตก็ดีขึ้น สุดท้ายคำตอบอยู่ที่หมู่บ้านให้ชุมชนได้จัดการตนเอง มาสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยมือของเราเอง บทพิสูจน์ชุมชนเข้มแข็ง โควิดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าชุมชนได้ยืนบนลำแข้งตัวเองได้ นายไมตรี อินทุสุต กล่าวในตอนท้าย

อย่างไรก็ตาม “นิคมเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอวังน้ำเขียว” จังหวัดนครราชสีมา จัดตั้งขึ้นเพื่อขจัดปัญหาความยากจนของประเทศโดยการบูรณาการ การบริหาร การจัดการ งบประมาณ และการปฏิบัติ เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับบุคค ระดับชุมชน และระดับประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนการแก้ไขปัญหาความยากจนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2548 มีหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ 1) เน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และปัญญา 2) เน้นการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกษตรกรรู้จักการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และ เข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ 3) เน้นการนำที่ดินที่ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรยากจน และ 4) เน้นการรวมกลุ่มเกษตรกรให้พึ่งพาช่วยเหลือกัน ในรูปสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเชื่อมโยงด้านการตลาด

คณะกรรมการการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2548 เห็นชอบให้ดำเนินการในพื้นที่นำร่องนิคมเศรษฐกิจพอเพียงในเขตปฏิรูปที่ดินในปี พ.ศ.2549 จำนวน 10 จังหวัด หนึ่งในนั้นคือจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการจัดตั้งนิคมเศรษฐกิจพอเพียงในเขตปฏิรูปที่ดิน บ้านคลองบงพัฒนา หมู่ที่ 16 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ 3,832 ไร่ โดยนิคมเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอวังน้ำเขียว ได้จำแนกการใช้ประโยชน์พื้นที่ออกเป็น 5 ลักษณะ 1) พื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการ จำนวน 200 ไร่ 2) พื้นแปลงเกษตรกรรม จำนวน 1,000 ไร่ 3) พื้นที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 238 ไร่ 4) พื้นที่อนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ จำนวน 2,194 ไร่ และ 5) พื้นที่ถนนและแหล่งน้ำ จำนวน 200 ไร่ และจัดสรรที่ดินให้เกษตรกร จำนวน 315 ราย รายละ 2.5 ไร่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนด้านที่ดินทำกิน จำนวน 150 ราย และโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ และโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ จำนวน 165 ราย

ในปี 2562 ชุมชนนิคมเสรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียว ได้รวมกลุ่มในนามกลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงชนบทนิคมเศรฐษกิจพอเพียงวังน้ำเขียว ได้รวบรวมข้อมูลชุมชน และพัฒนาแผนพัฒนาภายใต้โครงการบ้านมั่นคงชนบท เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอยู่อาศัย พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชน โดยได้รับงบประมาณโครงการบ้านมั่นคงชนบท จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จำนวน 304 ครัวเรือน เป็นเงิน 15,086,441 บาท (แบ่งเป็นงบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย 11,960,000 บาท และงบการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค 3,126,441 บาท) เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มั่นคง ระบบสาธารณูปโภค พัฒนาอาชีพให้กับสมาชิกในนิคมฯ และพัฒนาการรวมกลุ่มและการออมทรัพย์ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง บ้านคลองบงพัฒนา อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่มีการใช้แปลงพยากรณ์ศัตรูพืช ในการป้องกันศัตรูพืชและแจ้งเตือนภัยสถานการณ์ศัตรูพืชให้กับสมาชิกกลุ่มได้ทราบ จึงได้บริหารจัดการได้ทันท่วงที แปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช หรือแปลงพยากรณ์ศัตรูพืช เป็นหนึ่งในวิธีการอารักขาพืชหรือการบริหารจัดการศัตรูพืช นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจติดตาม และเฝ้าระวังศัตรูพืช สามารถพยากรณ์หรือคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดการระบาดของศัตรูพืช และเตือนภัยแก่เกษตรกรได้ทันท่วงที นำไปสู่การเลือกวิธีการจัดการศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ด้วย








