เครือข่ายแพะภูเก็ตเกิดจากการรวมตัวของของสมาชิกผู้สนใจ โดยเริ่มจากกลุ่มอาชีพเลี้ยงแพะกลุ่มเล็ก ๆ มาจดแจ้งกลุ่มองค์กรในสภาองค์กรชุมชนตำบล เทพกระษัตรีย์ ในช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา โดยมีนายเกษม เชื้อสมัน เป็นประธาน การดำเนินงานของเครือข่ายในช่วงแรก เป็นการรวบรวมสมาชิกผู้เลี้ยงแพะที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจายในพื้นที่ตำบลเทพกระษัตรีย์

ต่อมาเมื่อ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดภูเก็ต โดยนางวารุณี สกุลรัตนธารา และทีมได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยจัดทำแผนพัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยให้ชุมชนร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล ค้นหาจุดอ่อน จุดแข็งของตำบล พบว่า ในตำบล เทพกระษัตรีย์ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะอยู่หลายราย จึงได้มีการรวบรวม และจัดตั้งกลุ่มอาชีพ เลี้ยงแพะขึ้น ต่อมา ได้มีการสำรวจเพิ่มเติมไปยังพื้นที่ใกล้เคียงเช่น ตำบลป่าคลอก ตำบล ศรีสุนทรและตำบลอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้มีการจัดตั้งเป็นเครือข่ายแพะ ภูเก็ตในช่วงต้นปี 2561 มีสมาชิกผุ้เลี้ยงแพะเข้าร่วมจำนวน 32 ราย กิจกรรมของเครือข่ายในช่วงแรกเป็นการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการเลี้ยงแพะ ต่อมาได้มีการประสานงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานปศุสัตว์ อำเภอ และ จังหวัด รวมทั้งภาคเอกชน ที่หันมาให้ความสนใจ การพัฒนาต่อยอด รวมทั้งการแปรรุปผลผลิต จากน้ำนมแพะ สู่ การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ต่างๆ ได้ แก่ สบู่ โลชั่นบำรุงผิว และ เครื่องสำอางประเภทต่างๆ นอกจากนั้น ในช่วงกลางปี 2561 เครือข่ายได้มีโอกาสทำงานร่วมกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต ในการเข้ามาต่อยอด การพัฒนา ทั้งในด้านการส่งเสริมช่องทางการตลาด และ ต่อยอด สู่ การท่องเที่ยวโดยชุมชน ทั้งนี้เนื่องจาก จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีต้นทุนด้านการท่องเที่ยว ที่เป็นที่รู้จัก และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดภูเก็ตปีละ กว่า 1 ล้านคนที่เป็นการส่งเสริมการท่องท่องเที่ยวในกระแสหลัก ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตกอยู่กับภาคเอกชน และภาคธุรกิจการโรงแรม และธุรกิจอื่นๆ ที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยว
ในส่วนของขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดภูเก็ตนั้น มีการเชื่อมโยงการทำงานโดยมีสภาองค์กรชุมชนทั้ง 18 ตำบล ทำงานร่วมกันโดยรวมตัวกันในนามเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดภูเก็ต มีบทบาทในการร่วมกันหนุนเสริมและพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน ให้มีการพัฒนาตามบริบทของพื้นที่นั้นๆ สำหรับ สภาองค์กรชุมชนตำบลเทพกระษัตรีย์ได้มีกลุ่มองค์กรเข้ามาจดแจ้งในครั้งแรก จำนวน 20 กลุ่ม นั้น หลังจากที่ขบวนองค์กรชุมชนในระดับจังหวัดได้ลงไปหนุนเสริมให้มีการจัดทำแผนพัฒนาสภาองค์กรชุมชน จนสามารถวิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็งและ ศักยภาพของพื้นที่ตัวเองได้ และ นำ เรื่อง ศักยภาพและ โอกาสของกลุ่มเลี้ยงแพะ ที่มีการจดแจ้งในสภาองค์กรชุมชนตำบล มาต่อยอด และ วางแผนในรายละเอียด นอกจากจะเป็นการกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่นและชุมชนแล้ว ยังเป็นการรักษาอัตลักษณ์ของชุมชน และ ยังเป็นการฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนด้วย โดยเครือข่ายได้ตั้งเป้าหมาย การทำงานไว้ดังนี้ คือ 1) เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ในการเลี้ยงแพะทุกชนิด 2) เพื่อต่อยอดยกระดับการเลี้ยงแพะสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน
สำหรับแพะที่เครือข่ายฯ เลี้ยงนั้นแม้จะเป็น สัตว์ที่หลายคนคิดว่ากลิ่นหม็นสาบ สกปรก ไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยง ใครจะคิดบ้างว่า แพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใช้เลี้ยงทดแทนโค – กระบือ และยังมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากอีกด้วย ข้อดี-ข้อเสียของการเลี้ยงแพะมีดังนี้ เลี้ยงแพะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าเลี้ยงวัว แพะหากินเก่ง และกินใบไม้ได้หลายชนิด แพะทนทานต่อทุกสภาพอากาศแพะมีขนาดตัวเล็ก ใช้พื้นที่น้อย จัดการง่าย
สายพันธ์แพะ แพะให้ผลผลิตได้ทั้งเนื้อ นม หนังและขนสำหรับพันธุ์ของแพะที่นิยมนำมาเลี้ยงมีหลายประเภท แต่สายพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์วิจัยและปรับปรุงพันธุ์ให้สามารถเลี้ยงได้ในประเทศไทย มี 7 พันธุ์ดังนี้ 1. แพะพันธุ์พื้นเมือง แพะพันธุ์พื้นเมืองในภาคใต้ มีสีหลากหลาย ส่วนใหญ่พบว่ามีสีดำ น้ำตาล หรือน้ำตาลสลับดำ แพะโตเต็มที่เพศเมียนมีความสูงตรงปุ่มหน้าขาประมาณ 48.5 ซม. มีน้ำหนักตัวประมาณ 12.8 – 16.4 กก. แพะพันธุ์พื้นเมืองไทยมีลักษณะคล้ายกับแพะพันธุ์กัตจัง (Kambing Katjang) พันธุ์พื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย 2. แพะพันธุ์แองโกลนูเบียน (Anglonubian) เป็นแพะที่ให้ทั้งเนื้อและนม มีหลายสี ทั้งสีเดียวในตัวและสีด่างปัน สันจมูกเป็นเส้นโค้ง ใบหูยาวปรกลง นำเข้ามาเลี้ยงและขยายพันธุ์ในไทยกว่า 20 ปี 3. แพะพันธุ์บอร์ (Boer) เป็นแพะพันธุ์เนื้อขนาดใหญ่ จากประเทศแอฟริกาใต้ มีลำตัวสีขาว หัวและคอจะมีสีแดง ใบหูยาวปรก นำเข้ามาเมื่อปลายปี 2539 4. แพะพันธุ์ซาเนน (Saanen) เป็นแพะพันธุ์นม สีขาวทั้งตัว หูใบเล็กตั้ง หน้าตรง 5. แพะพันธุ์หลาวซาน (Laoshan) เป็นแพะพันธุ์นม จากประเทศจีน มีลักษณะคล้ายพันธุ์ซาเนน 6. แพะพันธุ์อัลไพน์ (Alpine) เป็นแพะพันธุ์นม สีน้ำตาลหรือดำ ใบหูเล็กตั้ง หน้าตรง มีแถบสีข้างแก้ม 7. แพะพันธุ์ทอกเก็นเบิร์ก (Toggenburg) เป็นแพะพันธุ์นม ลำตัวสีช็อกโกแบต ใบหูตั้ง หน้าตรง มีแถบสีขาวข้างแก้ม
แพะพันธุ์กัตจัง Kambing Katjang

แพะพันธุ์แองโกลนูเบียน Anglonubian
นักท่องเที่ยวและผุ้มาเยือนจะได้สัมผัสและทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การให้นมแพะ การรีดนมแพะและ กิจกรรมการพักผ่อนหย่อนใจต่างๆ มากมาย
สำหรับการดำเนินการของเครือข่ายเพื่อต่อยอดสู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้น ได้มีการออกแบบ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงแพะ เพื่อรองรับกลุ่มศึกษาดูงาน และกิจกรรมอื่นๆ เช่น จุดสาธิตการทำขนมพื้นเมือง ศาลาภูมิปัญญา (ผู้สูงอายุลอกใบจาก ) การสาธิตการทำเหนียวหลาม เส้นทาง walk way ศึกษาธรรมชาติ ในป่าชายเลน นอกจากนั้นยัง มีการเชื่อมโยงกับจุดเรียนรู้ในเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนบน ถนน สายป่าคลอก ได้แก่ ฟาร์มแพะ มณีรัตน์ (การแปรรูปผลิตภัณฑ์นมแพะ) สวนเกษตรอินทรีย์ ร้านอาหารครัวบางโรง ฟาร์มแพะ เดือนล้อมดาว เป็นต้น
ด้านปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน
นายวิชาญ มะลิพันธ์ หรือบังหลี ผู้ประสานงานศูนย์เรียนรู้ฟาร์มแพะเดือนล้อมดาว เล่าให้ฟังว่า กิจกรรมที่ดำเนินการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น สมาชิกเครือข่ายยังต้องเสริมความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ ที่จะต้องมีต้นทุนในการประกอบการ นอกจากนั้น กิจกรรมของเครือข่ายที่จะต่อยอดการเลี้ยงแพะสู่ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงแพะ และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้น ยังไม่เป็นที่รู้จักต่อสาธารณะ และนักท่องเทียวโดยทั่วไป จำเป็นต้องมีแผนในการประชาสัมพันธ์ และเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในกระแสหลัก และ ภาคเอกชนที่ให้บริการด้านการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่องกัน รวมทั้งการสร้างความเข้าใจกับองค์กรชุมชนในตำบลและเครือข่ายในการที่จะร่วมกับขับเคลื่อนกิจกรรมให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ชุมชนเกิดการรวมตัว สามารถต่อยอดกิจกรรมสู่การพัฒนาด้านอื่นๆ เช่น การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯ ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และ ป้นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน นักศึกาและบุคคลทั่วไป
การเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคี
เครือข่ายฯ และสภาองค์กรชุมชนตำบลเทพกระกษัตรีย์ ทำงานร่วมกันกับภาคีในท้องถิ่นโดยเฉพาะ อบต ที่สนับสนุนงบประมาณการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน รวมทั้งงบประมาณด้านการส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชน เป็นต้น นอกจากนั้นหน่วยงานภาครัฐไม่ว่าจะเป็นสำนักงานปศุสัตว์ อำเภอ และ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ได้ให้ การส่งเสริม ด้านความรู้ ระบบปศุสัตว์ ฯลฯ นอกจากนั้นสำนักงานการศึกษานอกระบบได้ขอให้เครือข่ายแพะฯเป็ศูนย์การเรียนรู้ด้านการเลี้ยงแพะแก่ นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปด้วย สำหรับการประสานและเชื่อมโยงกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก้ตนั้น ยังมีการเชื่อมโยงด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการหนุนเสริมความรู้ และ การประสานช่องทางการตลาดสู่ภาคธุรกิจอื่นๆ ด้วย
แผนงานที่จะดำเนินการในอนาคต
- จัดทำแผนการประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยการพัฒนาให้มีเพจ ในสื่อออนไลน์ เพื่อสะดวกและง่ายต่อการค้นหา
- พัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยว และกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มเช่น นักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มนักเรียน นักศึกษา คณะ ศึกษาดูงาน รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ
- พัฒนาเครือข่ายและขบวนองค์กรชุมชนให้เข็มแข้ง
นายบุญเจียม หลักเลิศ
ประธานสภาองค์กรชุมชน
เบอร์โทร. 085-886-3812






