ตำบลนาหินลาด เป็นตำบลเก่าแก่ตำบลหนึ่งของอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก มี 7 หมู่บ้าน เดิมเรียกตำบลเขาใหญ่ ตั้งเป็นตำบลนาหินลาดประมาณ พ.ศ.2453 ที่ได้ชื่อว่าตำบลนาหินลาด เพราะสภาพภูมิประเทศเป็นโขดหินลาดก้อนใหญ่ กระจายอยู่ทั่วไป ชาวบ้านกลุ่มแรกที่เข้ามาอยู่ที่นี่เป็นกลุ่มคนที่อพยพมาจากเวียงจันทน์ นำโดยนาย กองสา ถูกกวาดต้อนมาจากเมืองร้อยเอ็ด มาอยู่ที่ดงหัวโขด แขวงเมืองปราจีนบุรี ต่อมามีความแร้นแค้นจึงอพยพลัดเลาะมาตามเขาใหญ่ และตั้งรกรากบริเวณตำบลนาหินลาดในปัจจุบัน
นางวิมลวรรณ สังขะวินิจ เลขานุการสภาองค์กรชุมชนตำบลนาหินลาด เล่าว่า สภาองค์กรชุมชนฯ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2553 โดยเริ่มจากการรวมตัวของแกนนำชุมชน มีสมาชิกแรกเริ่มประมาณ 50 คน มีการเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานและภาคีต่างๆ เช่น การแก้ไขปัญหาชาวบ้านที่มีความยากลำบาก สภาพบ้านเรือนทรุดโรม โดยผ่านโครงการบ้านพอเพียงชนบท
จากการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนในตำบล พบว่า มีผู้เดือดร้อนในตำบลที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะเรื่องการซ่อมแซมบ้าน ทางคณะทำงานสภาฯ จึงได้รวมรวมข้อมูล และจัดลำดับผู้เดือดร้อนตามความเร่งด่วน จากนั้นจึงเสนอแผนงานกับทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนในปี 2561 จำนวน 10 ครัวเรือน และปี 2562 จำนวน 4 ครัวเรือน งบประมาณ 18,000 บาท ต่อครัวเรือน เป็นการช่วยเหลือแบบให้เปล่าไม่ต้องส่งคืน ปัจจุบันดำเนินการซ่อมสร้างเสร็จแล้วทั้ง 14 ครัวเรือน
นางรัชฎา เทพวงศา อายุ 51 ปี เล่าว่า ได้รับงบสนับสนุนจากสภาองค์กรชุมชนฯ ในปี 2562 เพื่อซ่อมแซมบ้านที่ทรุดโทรม โดยซ่อมแซมห้องน้ำซึ่งเมื่อก่อนสภาพห้องน้ำค่อนข้างทรุดโทรม หลังคารั่ว ผนังใกล้จะพัง อยากจะซ่อมเองแต่ไม่มีงบ จนกระทั่งมีแกนนำชาวบ้านเข้ามาสำรวจและจัดสรรงบให้ และตอนนี้ก็สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว งบที่เหลือก็เอาไปซ่อมพื้นหลังบ้าน
“รู้สึกดีใจ และขอขอบคุณทางสภาองค์กรชุมชนฯ ที่ช่วยเหลือ ตอนนี้ก็สะดวกมากขึ้น ไม่ขออะไรเพิ่มแล้ว ได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว อยากให้เอางบไปช่วยคนอื่นๆ ที่ลำบากกว่าบ้าง” นางรัชฎาบอก


บ้านของนางรัชฎา เทพวงศา ซ่อมแซมห้องน้ำและเทพื้นหลังบ้าน
นางเกษมสุข กล้าหาญ อายุ 47 ปี เล่าว่า เมื่อก่อนอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียวและเป็นผู้พิการไม่สามารถเดินได้ ลูกชายได้ทุนไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ พอเรียนจบก็กลับมาดูแลตนที่พิการ ในช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตนอยู่อย่างยากลำบากเนื่องจากไม่มีคนช่วยดูแล อีกทั้งสภาพที่อยู่อาศัยค่อนข้างทรุดโทรมโดยเฉพาะห้องน้ำ และจำเป็นต้องใช้สภาพแบบนั้น จนกระทั่งมีสภาองค์กรชุมชนเข้ามาสำรวจผู้เดือดร้อนและเห็นว่าตนเป็นผู้พิการและไม่มีรายได้ อีกทั้งบ้านยังมีสภาพทรุดโทรม จึงได้รับงบช่วยเหลือ เอางบมาซ่อมแซมห้องน้ำ โดยทางสภาฯ และญาติเข้ามาช่วยซ่อมแซม จนเสร็จสมบูรณ์


“รู้สึกดีใจที่มีโครงการนี้ สามารถช่วยคนที่ยากลำบากได้เยอะ อยากให้มีโครงนี้ไปเรื่อยๆ ต้องขอขอบคุณสภาองค์กรชุมชนมากๆ” นางเกษมสุขบอก
นางวิลาวัลย์ กรงทอง เล่าว่า คณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนฯ เข้ามาสำรวจครัวเรือนที่เดือดร้อน จนได้รับงบประมาณในปี 2561 ตนได้ซื้อหลังคามาปิดฝาบ้านเพราะมักจะมีฝนสาดเวลาฝนตก ตอนนี้ซ่อมเสร็จแล้ว แต่ปัญหาที่กำลังเจออยู่ตอนนี้คือบ้านใกล้จะพัง ขื่อบ้านเริ่มหัก ตนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงอยากให้สภาฯ ช่วยเหลือเพิ่มเติม และที่ให้งบมาครั้งนี้ก็รู้สึกดีใจและขอขอบคุณสภาองค์กรชุมชนฯ อย่างมาก







