เวทีเสวนา “Inclusive City เมืองทั่วถึง เมืองเท่าเทียม มุ่งสู่อนาคต” ในงาน Social Development Expo 2026 (SDX 2026) ณ บูธ 11 พอช. มณฑล จันทร์แจ่มใส วิธี วิสุทธิ์อัมพร จันทิมา ลังประเสริฐ ร่วมสะท้อนมุมมองการออกแบบบ้านและเมือง (UD) ที่ต้องตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ขับเคลื่อนด้วยสิทธิ ศักดิ์ศรี และพลังความร่วมมือของชุมชน เพื่อสร้างเมืองที่เป็นของทุกคน
เมืองทองธานี/ 23 สิงหาคม 69 งานมหกรรม “Social Development Expo 2026 (SDX 2026)” วันสุดท้าย ได้จัดเวทีเสวนา “Inclusive City: เมืองทั่วถึง เมืองเท่าเทียม มุ่งสู่อนาคต การออกแบบบ้านอยู่ดี (UD)” มุมมองจากนักวิชาการ นักออกแบบชุมชนคนรุ่นใหม่และผู้นำชุมชน ได้แก่ รศ.ดร.มณฑล จันทร์แจ่มใส นายวิธี วิสุทธิ์อัมพร และนางสาวจันทิมา ลังประเสริฐ เพื่อร่วมกันไขคำตอบและหาแนวทางออกแบบเมืองที่ตอบโจทย์คนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ณ บูธ 11 ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี
รศ.ดร.มณฑล จันทร์แจ่มใส
เมืองสำหรับทุกคนหน้าตาเป็นอย่างไร
รศ.ดร.มณฑล จันทร์แจ่มใส ได้กล่าวถึง ประสบการณ์การสอนสถาปนิกในการออกแบบบ้านและโครงสร้างอาคารท่ามกลางตึกสูงมากมายรอบตัว ยังคงพบชุมชนสลัมและกลุ่มคนจนที่ยังไม่มีบ้านอยู่อาศัย และตั้งคำถามว่าใครจะเป็นคนออกแบบที่อยู่อาศัยให้คนกลุ่มนี้ที่เข้าไม่ถึงการออกแบบโดยสถาปนิก คำถามที่ว่าเมืองนี้เป็นของใครจึงยังตอบได้ยาก เนื่องจากหลายคนยังเข้าไม่ถึงสิทธิและระบบสาธารณูปโภค ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเมืองยังเป็นของทุกคนจริงหรือไม่ จากประสบการณ์ทำงานกว่า 17 ปี สถานการณ์ถือว่าดีขึ้น เปรียบเทียบเมืองเสมือน “ป่า” ที่ต้นไม้แต่ละประเภทต้องอยู่ร่วมกันได้ เมืองคือระบบนิเวศของทุกคน หากไม่มีต้นหญ้าป่าก็ขึ้นไม่ได้ การออกแบบเมืองจึงต้องคำนึงถึงคนทุกส่วนและมีการพึ่งพากันและกัน หากในอนาคตเราไม่อยากให้มีคนจนในเมือง เราก็จะไม่สามารถมีแม่บ้านหรือ รปภ. ได้เช่นกัน ดังนั้น การออกแบบจึงต้องเริ่มต้นจากการสร้างสรรค์ทั้งระบบร่วมกันภายใต้แนวคิดที่ว่า “เมืองที่เท่าเทียมต้องมีคนทุกประเภทอยู่ด้วยกัน”
นายวิธี วิสุทธิ์อัมพร
นายวิธี วิสุทธิ์อัมพร มองว่า คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันเริ่มจางหายไป และเมื่อพูดถึงการออกแบบสำหรับทุกคนหรือ UD (Universal Design) มักจะนึกถึงเส้นทางหรือทางขึ้น-ลงสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การออกแบบไม่ควรตีกรอบแค่มนุษย์ เนื่องจากในหลายโครงการที่ผ่านมามักนึกถึงมนุษย์เป็นหลักและดำเนินการอย่างรวดเร็วโดยลืมคำนึงถึงความละเอียดอ่อน ตัวอย่างเช่นโครงการ “บ้านเย็น” ที่ออกแบบบ้านให้ลดอุณหภูมิจากภายนอกได้ ควบคู่กับการสร้างพื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นแหล่งความเย็นและช่วยดึงดูดสัตว์ต่างๆ กลับเข้ามา พร้อมเน้นย้ำว่า “ออกแบบให้ละเอียดอ่อน เราก็ได้เมืองที่ละเอียดอ่อน”
นางสาวจันทิมา ลังประเสริฐ
นางสาวจันทิมา ลังประเสริฐ กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานใกล้ตัวในการตอบความต้องการคือการเข้าถึงสิทธิ ทั้งด้านสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และบริการสาธารณะ ซึ่งหลายอย่างยังไม่ตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อย การมีบ้านสักหลังหรือดินสักผืนเป็นเรื่องยากและต้องอาศัยวินัยของแต่ละบุคคล จากประสบการณ์การทำงานพบว่ามีการวิวัฒนาการในการออกแบบบ้านที่มีส่วนร่วมมากขึ้น สอดคล้องกับการใช้ชีวิต แต่เนื่องจากรายได้กระจุกตัว การสร้างเมืองที่อยู่ได้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และที่สำคัญที่สุดคือภาคประชาชนที่ต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคีในการพัฒนาและต่อยอด
หัวใจสำคัญและคำสำคัญของเมืองที่เท่าเทียมกับการออกแบบ UD
รศ.ดร.มณฑล จันทร์แจ่มใส กล่าวว่า ก่อนการออกแบบเมือง ทุกคนต้องมีบ้านและมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้านก่อน เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของเมืองให้กับชุมชน จากประสบการณ์การปรับปรุงบ้านริมคลองลาดพร้าว พบว่าชาวบ้านต้องการพื้นที่หน้าบ้านสำหรับตักบาตร จึงเกิดแนวคิดการออกแบบโดยเว้นระยะร่น 50 เซนติเมตร ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น มีราวจับและทางเข้า-ออกที่เดินสบาย แนวคิด UD สามารถออกแบบได้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยมี 3 คำสำคัญ คือ 1. การมีปัจจัยพื้นฐานและคุณภาพชีวิตที่ดี เดินทางสะดวก และเมืองต้องมีพี่น้องภาคบริการอยู่ในเมือง 2. เมืองต้องให้โอกาสเข้าถึงอย่างเท่าเทียม บริการสาธารณะราคาไม่แพง และ 3. บริการพื้นฐานเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องออกแบบกลไกและเครื่องมือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพด้วยพลังชุมชน
นายวิธี วิสุทธิ์อัมพร ได้สรุป 3 คำสำคัญ ได้แก่ 1. สิทธิ 2. คุณภาพชีวิต 3. ความสัมพันธ์ ในมุมมองของสถาปนิกอาจไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของชุมชน แต่ชาวบ้านคือผู้เชี่ยวชาญการใช้ชีวิต เครื่องมือสำคัญในกระบวนการคือบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ผ่านเครือข่ายและความสัมพันธ์
นางสาวจันทิมา ลังประเสริฐ ย้ำว่า “ผู้มีรายได้น้อยเรามีศักดิ์ศรี ไม่ได้อยากให้ใครมาทำให้ แต่ออยากทำด้วยกัน” ตั้งแต่ระดับนโยบาย ที่ผ่านมาการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการภาครัฐมีความซับซ้อนและยากลำบาก จึงอยากให้มีการออกแบบที่ดี เชื่อมโยงภาคีเครือข่าย ฟังเสียงประชาชนมากกว่าเดิม มีเวทีแลกเปลี่ยนรับฟังความเห็นของผู้เดือดร้อน และสร้างความเท่าเทียมให้เสียงของทุกคนดังเท่ากันในเมือง
อนาคตของชุมชน
ข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนและคนจนไปยังภาครัฐว่าเป็นข้อเท็จจริงการทำงาน โดยมี “คน” เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา รศ.ดร.มณฑล จันทร์แจ่มใส กล่าว
นายวิธี วิสุทธิ์อัมพร เน้นย้ำ โจทย์สำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ พร้อมสร้างลีลาการทำงานที่ทันสมัยและการถ่ายเทความรู้สู่คนรุ่นใหม่เพื่อให้คำตอบอยู่คู่กับชุมชน
นางสาวจันทิมา ลังประเสริฐ กล่าวถึง ความเชื่อมั่นในการพัฒนาตนเองและการสร้างภูมิคุ้มกันผ่านความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และการเชื่อมโยงหน่วยงานภาคีเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง






















