Page 24 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 24
24 • สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป
4
5
Community Organization ที่อาจารย์เคยได้รับรู้จากเมืองไทยมาก่อนอยู่บ้าง ข่ายสร้างองค์กรของตนเองขึ้นมาอาจารย์ก็ช่วยดูแล ให้คำาปรึกษาและร่วมเป็น
7
ทำาให้มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น สามารถนำามาใช้เป็นฐานคิดในการประยุกต์ใช้ใน คณะกรรมการอยู่ด้วย
การทำางานในเมืองไทยในเวลาต่อมาได้เป็นอย่างดี
4. ผู้เชี่ยวชาญกลุ่ม การยกระดับเทคนิคการท�างานพัฒนา
3. กลับมาเริ่มงานพัฒนากับขบวนการเอ็นจีโอภาคอีสาน
การได้ร่วมงานในตำาแหน่งผู้เชี่ยวชาญกลุ่ม โครงการส่งเสริมการมี
ปี พ.ศ. 2527 อาจารย์บัณฑร กลับมาเมืองไทย ช่วงแรกเริ่มงาน ส่วนร่วมของเกษตรกรในงานพัฒนา (Small Farmers’ Participation Project
แบบอาสาสมัครอิสระที่ภาคอีสาน โดยรับเงินสนับสนุนพอยังชีพจากองค์กรเดิม - SFPP) ทำาให้อาจารย์ได้ขยับขยายงานครอบคลุมไปยังส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ที่ฮ่องกงระยะหนึ่ง โดยเริ่มงานที่โครงการประสานความร่วมมือพัฒนา ที่กำาลังทำางานส่งเสริมพัฒนาให้กับชาวบ้าน อาจารย์ได้ใช้ความรู้และประสบการณ์
ทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ อ. สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นมา อาจารย์ก็ทุ่มเทเวลา ในช่วงที่ผ่านมา คือแนวคิดและวิธีการของ Community Organization หรือ CO
ของชีวิตให้กับงานพัฒนาอย่างเต็มกำาลัง ส่วนมากจะทำางานแบบกึ่งอาสาสมัคร นำามาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในปัจจุบัน สร้างสรรค์รูปแบบ เทคนิควิธีการทำางาน
มีเงินเดือนตอบแทนมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่งบประมาณความพร้อมของ พัฒนาที่มุ่งเน้นที่คนจนและการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายองค์กรประชาชน นับได้ว่า
แต่ละโครงการหรือองค์กร ทำาให้อาจารย์สามารถใช้ชีวิตอย่างสมถะทำางานเพื่อ มีส่วนช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงยกระดับวิธีการทำางานพัฒนากับคนในชุมชน
ส่วนรวมได้ยาวนาน โดยสามารถดูแลครอบครัวได้บ้างตามสมควร โดยเฉพาะการทำางานกับคนยากคนจนของหน่วยงานภาครัฐในอีกหลาย ๆ
ในปี 2528 ทางโครงการพัฒนาชนบทภาคอีสาน 1 องค์การอนุเคราะห์เด็ก หน่วยงาน เช่น เรื่องการศึกษาวิเคราะห์ชุมชน แบบ “การวิเคราะห์ระบบชนบท
(Redd- Barna Thailand) จ. ขอนแก่น จึงได้เชิญให้อาจารย์มารับผิดชอบโครงการ (Rural System Analysis- RSA)” และ “กระบวนการกลุ่ม “ หรือ “การทำางาน
6
ประเมินผลแบบมีส่วนร่วมที่ขอนแก่น ซึ่งต่อมาอาจารย์ก็มีบทบาทสนับสนุน กับองค์กรเกษตรกร” เป็นต้น เหล่านี้ คือตัวอย่างที่อาจารย์และคณะผู้ร่วมงาน
งานพัฒนาของชาวบ้านในโครงการดังกล่าว ช่วยเป็นวิทยากรอบรมนักพัฒนา ในโครงการดังกล่าว ได้ช่วยกันสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อ
ให้ออกไปพบปะผู้นำาชาวบ้านในพื้นที่และเมื่อชาวบ้านได้รวมตัวกันเป็นเครือ การทำางานพัฒนาในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ผู้คนในวงการพัฒนาไม่ว่าจะ
อยู่ที่ไหนเมื่อเรียกร้องอาจารย์ให้ไปอบรมไปสอนอาจารย์จะรับไปทำาให้แม้ต้อง
เดินทางไกลสมบุกสมบันเพียงใดก็ตาม
4 ในประเทศไทยเรียก “การจัดระเบียบชุมชน” เผยแพร่ในกลุ่มพัฒนาของคริสต์ศาสนามานาน หลังจากพ้นตำาแหน่งผู้เชี่ยวชาญกลุ่ม อาจารย์ก็ยังคงช่วยทำางาน
ตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2510 ซึ่งอาจารย์บัณฑรได้เรียนรู้เกี่ยวกับ CO จากการได้ร่วมงานกับ ฝึกอบรม ทำาวิจัยประเมินผลให้โครงการและองค์กรต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ใน
องค์กรพัฒนาของคริสต์ และเคยได้ร่วมงานกับกลุ่ม POP (People Organization for Power) ใน ช่วงนั้นนักพัฒนาที่สังกัดองค์กรพัฒนาเอกชนขนาดเล็กขนาดใหญ่ทั้งหลายใน
ช่วงสอนอยู่ธรรมศาสตร์ก่อนไปท�างานกับสภาคริสตจักรแห่งเอเซียอยู่ที่ฮ่องกง ท�าให้ได้เรียนรู้มากขึ้น
5 ผู้สนใจศึกษา “วิธีการท�างานแบบ CO ในบริบทสังคมไทย” โปรดดูงานเขียนของอาจารย์ใน ภาคอีสาน ได้อาศัยความรู้ความสามารถทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของ
Bantorn Ondam and Stephen Teo (1981), Organising Experience From Thailand,
CCA-URM Concerns Series, NO.1, Hongkong, 7 ในที่นี้หมายถึง องค์กรชาวบ้านเพื่อการพัฒนาภาคอีสาน (Village Volunteer Organization
6 ชื่อเอกสารภายในฉบับ ภาษาอังกฤษ คือ Bantorn Ondam and Jarin Boonmathya, For Rural Development) จ. ขอนแก่น เป็นเครือข่ายชาวบ้านที่ส่งเสริมโดยองค์กรพัฒนาเอกชน
Evaluation On Six Villages In The Community Development Northeast Project 1, Redd มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 และได้จัดตั้งเป็นองค์กรประชาชนขึ้น ในปี 2530 สานต่องานพัฒนาที่เน้นหลักการ
Barna Thailand, November 15, 1985 การพึ่งตนเองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ต่อมาจึงได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิในปี พ.ศ. 2537

