การก่อตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ก่อตั้งเมื่อ 30 กรกฎาคม 2552  เริ่มต้นสมาชิก 44 คน โดยคณะกรรมการจังหวัดนครปฐมสนับสนุนให้มีจัดตั้งขึ้น   สมาชิกสะสม 1,286 ลาออก เสียชีวิตไปบ้าง ปัจจุบันสมาชิกคงเหลือ ประมาณ 900 กว่าคน เงินสมทบจากสมาชิก ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท  (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค.67)    กระทรวงการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับรองสถานภาพองค์กรเมื่อ วันที่ 15 ตุลาคม  2562

กองทุนจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกทั้งหมด 16 ประเภท ได้แก่  เด็กแรกเกิด 500 บาท อุบัติเหตุ 300 บาท เจ็บป่วยขอใบรับรองแพทย์จาก รพสต. เสียชีวิตจ่ายตามขั้นบันได ผู้ยากไร้ คนพิการ ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ มีกรณีผู้ติดเชื้อ 2 ราย กองทุนดูแลผู้ป่วยจนกระทั่งวาระสุดท้าย ครั้งแรก กองทุนสวัสดิการจ่ายสวัสดิการเงินสดให้ ประมาณปี 2566 ตอนหลังถึงรู้ว่าลูกติดเชื้อจากแม่  กองทุนจึงเพิ่มประเภทสวัสดิการ จัดงานศพให้แก่ผู้ยากไร้ ทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่ใช่สมาชิก กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการประชุมสามัญประจำปี  สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือการพัฒนาอาชีพ ช่วยผู้ป่วยติดเตียง  ตามระเบียบ  16 ประเภท  งานกิจกรรมของชุมชนคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ

กลไกการทำงาน

คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน  มาจากตัวแทนครบ 6 หมู่บ้านในตำบล  มีการประชุมชี้แจง เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ในการขับเคลื่อนงานไปสู่ความสำเร็จ  ประกอบด้วย อสม. ผู้นำ ผู้สูงอายุ รพสต. อบต. ประชากรในพื้นที่อบต.เป็นสมาชิก 99%  มีการแต่งตั้งคณะกรรมการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น คณะกรรมการคนไหนมีทักษะการพูดคุยกับผู้สูงอายุ  การพูดกับนักเรียน มอบหมายให้ทำด้านประชาสัมพันธ์

วิธีการทำงาน  คณะกรรมการจะลงพื้นที่ไปหาสมาชิก มีการวางแผน เก็บข้อมูล  จัดลำดับความสำคัญ มีการประเมินผล  ลงพื้นที่ไปหาผู้รับประโยชน์ 1 คน ลงไปเก็บข้อมูล มีหนี้สิน NPL หรือไม่ ส่วนไหนกองทุนจะช่วยเหลือได้ช่วยเหลือ  และมีการส่งไปให้ภาคีเครือข่ายสมาคมผู้สูงอายุช่วยเหลือด้วย ต้องหาสาเหตุของปัญหาว่า ปัญหาคืออะไร เช่น การค้างชำระเงินสมทบของสมาชิก หากดำเนินการไม่ได้เป้าหมาย  สุดท้ายคณะกรรมการต้องติดตาม

การดูแลสมาชิกผู้สูงอายุ ณ ปัจจุบัน กรรมการอายุ 70-80 ปี จะทำอย่างไรให้มีระบบการออมเงิน ปัจจุบันสะดวกแค่ส่งหมายเลขบัญชีให้สมาชิกโอนเงินออมกลับมา มีสมุดบันทึกไว้เก็บข้อมูลไว้ นำตัวเลขมาวิเคราะห์เพื่อบริหารความเสี่ยงของกองทุนหากสมาชิกเสียชีวิตลง  มีการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการ ด้านสมาชิก เมื่อก่อนสมัครกันอายุ 44 ปี ปัจจุบัน ปัจจุบันอายุเพิ่มขึ้นกลาย 60 ปีขึ้นไป  ผู้สูงอายุมีโอกาสเจ็บป่วยมากกว่าปกติ  สมาชิกเสียชีวิต เมื่อก่อนจ่ายสวัสดิการรายละ 10,000 บาท  ต่อมาขอมติที่ประชุมปรับระเบียบลดลง  สมาชิกสมัครเข้ากองทุน หากอายุเกิน 60 ปี + 1 คนในครอบครัวด้วย สมมติว่ามียาย 1 คนอายุเกิน 60 ปี  ต้องการสมัครเข้ากองทุนสวัสดิการขอให้ยายพาสมาชิกในครอบครัวอีก 1 คน มาสมัครพร้อมกันด้วย

หากสมาชิกรุ่นแรก ๆ  อายุ 60-70 เสียชีวิตไป ขอให้คนที่เป็นทายาทมาเป็นสมาชิกกับกองทุน  ถ้าสมาชิกส่ง รายปีๆละ 360 บาท เสียชีวิตในเดือนที่ 2 เหลืออีก 10 เดือน ให้สิทธิลูกหลานเข้ามาเป็นสมาชิกโดยใช้สิทธิของผู้ที่เสียชีวิตต่อได้เลย เพื่อเพิ่มสมาชิกให้มากขึ้น  เรื่องของประเภทสวัสดิการ มีการปรับเปลี่ยนทุกปี เดิมกำหนดจ่ายสวัสดิการ เสียชีวิตสูงสุด 10 ปี 10,000 บาท ปรับลดลงเหลือ 6,500 บาท เพื่อให้กองทุนอยู่ได้  พอปรับเสร็จสมาชิกไม่มีปัญหาเพียงส่วนน้อย คณะกรรมการคิดว่าดูแลกันในช่วงมีชีวิตดีกว่า  เรื่องอาชีพ ผู้ยากไร้ ผู้ป่วย งานสวัสดิการถือเป็นงานบุญ ทำบุญที่ต่าง ๆ แล้วได้อะไร  หากทำบุญกับคนในชุมชน 360 บาท บุญนั้นกลับคืนมา ระเบียบกองทุนปรับให้เหมาะสมกับสมาชิก  เชิญชวนทุกลุ่มเข้ามาเป็นสมาชิก วัยทำงาน วัยรุ่น

การเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สนับสนุนเรื่องสถานที่ บุคลากร  กองทุนมีปัญหา อบต.ให้คำปรึกษา   พื้นที่ของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา    ถือเป็นจุดตรงกลางของเครือข่ายอำเภอสามพราน/อำเภอพุทธมณฑล  การประชุมเครือข่ายทุก 2 เดือน/ครั้ง การเชื่อมโยงกับอาสาสมัครรักสิ่งแวดล้อม เรื่องการจัดการขยะ  อบต. คณะกรรมการสวัสดิการชุมชนให้ความรู้การคัดแยกขยะ

การเชื่อมโยงงานกับวัดต่าง ๆ วัดธรรมปัญญารามบางม่วง วัดญาณเวศกวัน วัดเดชานุสรณ์ วัดสรรเพชญ  และสมาคมผู้สูงอายุอำเภอสามพราน มีการมอบของใช้เครื่องอุปโภคบริโภค ญาติโยมนำของมาทำบุญกับทางวัด ทางวัดอยากนำของไปทำบุญต่อ  กองทุนสวัสดิการมีข้อมูลผู้ป่วย ผู้ยากไร้ คนพิการ นำข้อมูลมาพิจารณาร่วมกัน   คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนก็ไปช่วยงานวัดอยู่เสมอ   พระท่านไว้ใจให้กองทุนนำของไปแจก ของที่แจกเขียนระบุชื่อว่ามาจากไหน  ถือว่า กองทุนเป็นสะพานบุญ  กองทุนนำเงินไปร่วมทำบุญปูกระเบื้องให้โรงเรียนวัดเดชา ซึ่งเป็นเงินของสมาชิกทุกคน งานกีฬาสี  ไปช่วยแต่งหน้าให้เด็ก ๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ช่วยหนุนเสริมกับ ท้องที่ ท้องถิ่น เข้าร่วมเป็นสมาชิก

กองทุนสวัสดิการชุมชน เป็นการทำงานจากประสบการณ์และวิถีชีวิต คณะกรรมการอยู่ในชุมชน ได้สัมผัสชีวิตจริง คนไหนเป็นผู้เดือดร้อนช่วยเหลือกัน กรรมการกองทุนส่วนนึงเป็น อสม. ส่วนนึงเป็นผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกอบต. ประธานสภาฯ   พวกเราทำกันเอง  ทำให้เกิดความผูกพันกับสมาชิก ชาวบ้าน

ผลการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชน  เงินสะสม ดอกเบี้ย เงินบริจาคประมาณ 3 ล้านกว่าบาท ด้านการช่วยเหลือสมาชิก จำนวน 1,022 คน เป็นเงิน 800,000 กว่าบาท ด้านการบริหารจัดการ มีการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการ  สมทบเครือข่ายอำเภอ สมทบเครือข่ายจังหวัดบริหารจัดการ 300,000 กว่าบาท เงินกองทุนคงเหลือ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 จำนวน 1,900,000 บาท  มีการจัดสรรเงินบางส่วนไปซื้อฉลากออมสิน มีโครงการขยะออมบุญจดบันทึกบันชีแยกไว้ต่างหาก

การประเมินรายจ่าย ในรอบ 1 ปี มีการนำตัวเลขรายรับจำนวน 170,000 บาท รายจ่ายจ่ายอะไรไปบ้าง  ไม่นำค่าใช้จ่ายเรื่องบริหารงานมารวม  เงินของสมาชิกจะเก็บไว้จ่ายสวัสดิการอย่างเดียว  เงินที่กองทุนได้รับจากพอช. มาจากการจัดทำคุณสมบัติครบตามข้อกำหนด 1 ปี มีสมาชิกเพิ่มขึ้น 100 คน ได้รับงบสมทบนำมาเป็นบริหารจัดการ ทำให้รู้ว่าเงินสมาชิกมีอยู่เท่าไหร่ ปีนึงค่าใช้จ่ายจ่ายประมาณ 46.78% ใช้จริงกำหนดเพดานไว้ส่วนใหญ่จะเกิน 40%  เรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่เหนือการควบคุม  หากเสียชีวิตพร้อมกัน 5 ราย ค่าใช้จ่ายสวัสดิการจ่ายสูงมาประเมินและเก็บไว้เป็นทุนสำรอง  ปีล่าสุด 57%  เป็นการบริหารความเสี่ยง ทุก 2 เดือน ทำการประเมิน 1 ครั้ง รับ-จ่ายเงินคงเหลือเท่าไหร่ มาพิจารณาว่าขาดทุนไหม กำไร ค่าใช้จ่ายจ่ายสวัสดิการไปกับเรื่องใด การหาสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่ม

เรื่องการฝึกอาชีพ “พวกเราเป็นนักแสวงหา” คณะกรรมการไปขอรับงบประมาณจากภายนอก  ของพมจ.นำมาจัดกิจกรรม  ปลูกพืชผักสวนครัว ขนมไทยข้าวต้มมัด  จัดให้กับสมาชิก  โครงการอบรมขนมของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนครปฐม  บางโอกาสต้องไปช่วงชิงงบประมาณ   หน่วยงานให้ไปหา 20 คนให้ครบ รีบรวบรวมรายชื่อใครอยากฝึกอาชีพบ้าง  ภายหลังถึงทราบว่าได้รับอุปกรณ์ทำขนมประมาณ 6,000 กว่าบาท มาด้วย

โครงการฝึกอาชีพถักโครเช จัดโดยกรมการพัฒนาชุมชน  หนึ่งเดียวของสามพราน จังหวัดให้ 1 อำเภอ 1 โครงการ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการถักในกระเป๋าประหยัดไม่ต้องไปซื้อกระเป๋าใช้  คนที่อยู่บ้านถักกระเป๋าขายสร้างอาชีพให้กับเขา

ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศษรฐกิจพอเพียง   “เมื่อก่อนไม่มี เราอยากได้” ช่วงนั้นประธานเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รู้ว่ามีงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยตำบลละ 5 ล้านบาท จึงประสานท้องถิ่น ขอความอนุเคราะห์จากท่านเจ้าอาวาส ขอใช้สถานที่ ท่านอนุญาตเห็นว่าเกิดประโยชน์  จึงได้มาเป็นสถานที่ที่ทำการกองทุน เป็นที่อบรมอาชีพ ทำสบู่ ทำขนมไทย ข้าวต้มมัด จัดทำขนมเบรคเวลามีประชุม  และทำไปขายที่วัดเวลามีงานทำบุญ ขายให้กับคนที่ศึกษาดูงานเพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิก

แกนนำของผู้สูงอายุ  ทำงานฝ่ายสันทนาการ ฝ่ายกิจกรรม  ฝ่ายประชาสัมพันธ์  เครื่องเสียง นำสินค้าของเราไปขาย เกิดการเชื่อมโยงกัน  งบของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด  อบรมทำขนม 5 วัน ทำขนมได้ 10 อย่าง คนที่เข้าอบรมได้อุปกรณ์ รับจัดเบรค  เวลามีคนมาศึกดูงาน สั่งของสมาชิก ขนมอบ  กล้วยกรอบ มะพร้าวแก้วหนึบ

“ป้าแดง ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนดำเนิงานนมาถึงทุกวันนี้”  ประธานเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อน มีป้าแดงกับพี่จริยา ทำกันอยู่ 2 คน ทำไปทำมา พี่จริยาเสียชีวิต เหลือป้าแดงคนเดียว  “พี่นั่งดูนึกอยู่ในใจดี๋ยวก็เลิก” ป้าแดงไม่เลิก เหมารถไปจังหวัด จังหวัดเรียกสอบทานกองทุนเก็ไปคนเดียว ตอนหลัง “เราก็ไปกับแก ไปช่วยแก ได้เริ่มรู้”  เป็นการทำงานเพื่อช่วยเหลือคน ได้ช่วยเหลือกันมากกว่าตอนเสียชีวิต เริ่มศึกษาเพิ่มขึ้น  เริ่มเข้าใจ  ตอนนั้น มีกรรมการ 20 คนทำงาน รองประธาน 2 คน ทำงานเองทั้งหมดไม่ได้  มีการสื่อารให้เข้าใจเหมือนกัน หลังจากนั้นทำเรื่อยมาช่วยป้าแดงมาตลอด

ป้าแดง เล่าว่า ตั้งแต่วันแรกที่จัดตั้งเก็บเงินนำไปเข้าธนาคาร ตอนนั้นตนเองพอเป็นคนรู้จักของคนตำบล เขาให้สมัครอะไรก็ทำแม้ว่าบางครั้งเจ็บป่วยก็ต้องมา รักชาวบ้าน ช่วงแรก ๆ ป้าแดงทำกับพี่จริยา  พี่จริยาเสียชีวิตไป ประธานกองทุนคนปัจจุบันเข้ามาช่วยงาน “ฉันไม่ยอมเลิก ทำคนเดียวก็ทำ ชวนคนนู้นคนนี้มาช่วยกัน”   ป้าแดงอยากให้กองทุนอยู่คู่กับตำบลยายชา จึงไม่ยอมออกต้องมาทำตลอด คือ ความผูกพันของคนทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา

โครงการจัดการขยะ  อบต.แจกถังขยะให้ชาวบ้าน  กองทุนช่วยแจกถังขยะให้สมาชิกที่ยังไม่ได้จาก อบต. ทำเรื่องการจัดการขยะ ขยะอินทรีย์  นำมาทำปุ๋ย สมาชิกกองทุนไปช่วยเก็บขยะที่ทิ้งในซอย จัดทำถังขยะเปียกรักษ์โลก  ปลูกต้นไม้ คัดแยกกันที่บ้านทำเป็นปุ๋ย ปลูกต้นไม้ ขยะออมบุญ  รับบริจาคขยะจากสมาชิกแล้วมาทำการคัดแยกขยะเพื่อนำไปขาย เมื่อได้เงินมานำไปเยี่ยมผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง เวลาไปเยี่ยมผู้สูงอายุ ซื้อนมกล่อง ผลไม้ส้ม เล็กๆน้อยๆ ไปเยี่ยม เวลาเยี่ยมบอกว่ามาจากกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา ให้กำลังใจกัน  เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนร่วมกับภาคีเครือข่าย ทำความสะอาดบริเวณชุมชน ใส่เสื้อกองทุนทำกิจกรรมทำดีเพื่อในหลวงร่วมกัน

การลงเยี่ยมผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงจะลงพร้อมกับชมรมจิตอาสา กองทุนสวัสดากรชุมชนสนับสนุนงบประมาณร่วมด้วยประมาณ  5,000 บาท หากกองทุนช่วยเพียงลำพังช่วยได้แค่ 10 คน  คนละ 500 บาท นำเงิน 5,000 บาท ไปรวมเยี่ยมพร้อมกับชมรมจิตอาสาได้ 100 กว่าคนทั้งตำบล ใช้วิธีการเชื่อมโยง ตั้งงบประมาณไว้ทุกปี ลงเยี่ยมพร้อมกัน

รางวัลที่ได้รับเป็นองค์กรที่ทำกิจกรรมดีเด่นทางสังคม ทางพมจ. ให้เขียนว่าชุมชนทำอะไรบ้าง ส่งรูปไป ปรากฎว่านำรูปเสนอได้รับเลือกในปี 2566 ทราบว่ามีเรื่องกองทุนได้รับรางวัล 5 กองทุนที่ได้ องค์กรที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น และรางวัลที่ภาคภูมิใจ  รางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชน ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ แห่งปี 2566

การศึกษาดูงานช่วยสร้างความเข้าใจแก่คณะกรรมการและสมาชิก ชวนไปดูงานกองทุนที่ประสบความสำเร็จ นำเงินที่ได้รับการสนับสนุนมาบริหารเหมารถ มีแนวคิดว่าต้องพาสมาชิกไปร่วมด้วย การพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน ครั้งแรกปี 2560 ไปดูงานพื้นที่บางระกำ  จากนั้น หากหลักสูตรอบรมมีจัดอบรมที่ไหน กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชาส่งคนเข้าร่วม ล่าสุดเป็นกองทุนเดียวในอำเภอสามพราน ที่ไปขอรับงบ พมจ. ในการอบรมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน

การประชุมของคณะกรรมการ  ประธานกองทุน สร้างบรรยากาศให้เกิดการแลกเปลี่ยน ไม่ได้เอาความคิดของประธานเป็นหลัก และขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ การคัดเลือกประธาน คณะกรรมการ สมาชิกช่วยกันคัดเลือกจากการประชุมสามัญประจำปี แต่งตั้งประธาน  ประธานเป็นคนเลือกคณะกรรมการ  คุณสมบัติต้องเป็นคนที่สมาชิกและประธานสามารถพูดคุยกันด้วยได้   กรณี การเสนอชื่อกองทุนเข้าร่วมประกวดรางวัล ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์  ประธานแจ้งว่า เสนอ 2 ปีแล้ว  หลังจากหารือร่วมกันได้ขอ้สรุปว่ายังไม่ส่ง ปีหน้าค่อยพิจารณากันใหม่

คณะกรรมการมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ ทำงานตามความถนัดของตนเอง  บางคนเป็นกรรมการสมาคม          มีกิจกรรมมอบเงินให้กับผู้สูงอายุติดเตียง กรรมการบางคน มีงาน Care Giver จัดพิมพ์ข้อมูลรายชื่อส่งให้สาธารณสุขจังหวัดได้รวดเร็ว  ช่วยกันตรวจสอบทานข้อมูลให้กับสมาคมด้วย ส่วนใหญ่ คณะกรรมการและสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน เป็น อสม. ประมาณ 95%  ทำให้มีข้อมูลคนในชุมชน

คณะกรรมการดูแลสมาชิกในแต่ละหมู่บ้าน ทำหน้าที่จัดเก็บเงินสมทบจากสมาชิก นำข้อมูลสมาชิกรายคนมารวมกัน กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล หลักการสมทบ 3 ขา  1) เงินสมทบจากสมาชิก  2) เงินสมทบจากรัฐบาลผ่าน พอช.  3) เงินสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   ปัจจุบันไม่ได้รับเงินสมทบจากท้องถิ่น 

การบริหารเงินกองทุนสวัสดิการ เงินบริจาค เงินที่ได้รับสมทบผ่าน พอช. นำมาใช้เรื่องการบริหารจัดการ      ค่าพาหนะ ส่งคณะกรรมการไปอบรม ค่าใช้จ่ายในการประชุม  เงินที่ได้รับสมทบจากสมาชิก  นำไปจ่ายสวัสดิการให้แก่สมาชิก ตามหลักเกณ์ 16 ประเภท  หากสมาชิกเสียชีวิต 5 คน พร้อมกับการจ่ายสวัสดิการประเภทอื่น  ทำให้ต้องมีทุนสำรองไว้  ท้องถิ่นมองว่าใช้จ่ายให้หมดก่อนและจะสมทบให้  ถือว่ามองกันคนละมุม

เรื่องการสมทบเงินกองทุนจากท้องถิ่น หากมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยพัฒนากองทุนในการดูแลสวัสดิการคนในชุมชนได้ดีขึ้น  กรณีท้องถิ่นไม่สนับสนุนมองมุมบวกว่าจะทำให้กองทุนมีความแข็งแกร่ง การสมทบ 2 ขา ที่แข็งแรงสามารถดำเนินงานมาได้ถึงปัจจุบัน หากกองทุนเข้มแข็งจำนวนมีสมาชิกมากขึ้น สามารถจัดทำแผนของชุมชน  จะเจรจาต่อรองให้เกิดความร่วมมือในอนาคต กองทุนจะมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา ได้มีการประสานงานกับบริษัทเอกชน  เช่น  ขอรับการสนับสนุนจากโรงงานเส้นหมี่ในพื้นที่   บริษัทต่าง ๆ ทำกิจกรรมเพื่อสังคม  CSR  กรรมการกองทุนไปช่วยงานวัด เป็นเหรัญญิก งานผ้าป่า ทอดกฐิน ชวนหลวงพ่อเป็นสมาชิกกองทุน พระท่านมอบเงินสมทบให้มาปีละ 5,000 บาท คนงานช่างทาสี ซ่อมแซมวัดมาเป็นสมาชิกกองทุนอีก 2 คน “เราจะไปขอเขา ต้องไปช่วยงานเขาก่อน เหรัญญิกไปช่วยงานวัดมา 15 ปี  พระท่านเห็นว่ามีความจริงใจกับผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้  เวลาไปมอบสิ่งของชวนลงพื้นที่ไปด้วยกัน และถ่ายรูปส่งกลับไปยังผู้ที่มอบของให้มา  วัดม่วงมีการประสานงานกับสมาคมผู้สูงอายุสามพราน  คณะกรรมการเราพยายามไปทุกที่ พยายามช่วยกัน

หลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่ได้รับสิ่งของ  มีการจัดทำข้อมูลช่วยให้สะดวกและป้องกันข้อกล่าวหา ที่ว่า ช่วยเหลือพวกเดียวกัน  คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการหลายคนอีกบทบาทหนึ่งเป็นผู้นำในการงานพัฒนาชุมชน  เช่น ผู้ใหญ่บ้าน อสม. รองประธานชมรมผู้สูงอายุ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ฯลฯ  ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น   “เรามีข้อมูล จัดส่งได้รวดเร็ว ทางสมาคมผู้สูงอายุสามพรานเชื่อมั่น”

เครือข่ายสวัสดิการชุมชนอำเภอสามพราน ประกอบด้วย ตำบล 1) อ้อมใหญ่ 2) กระทุ่มล้ม 3) ทรงคนอง    4) บางเตย 5) หอมเกร็ด 6) บางกระทึก 7) ท่าข้าม รวมอีก 2 ตำบล  อำเภอพุทธมณฑลด้วย  1) คลองจินดา  2)บางช้าง  จะมาประชุมกันที่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชาซึ่งเป็นศูนย์กลางของ 2 อำเภอ  แนวคิดจากประธานเครือข่ายคนเดิม อยากให้มีเวทีสัญจร เวลาประชุมเครือข่ายหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ มีบางพื้นที่สถานที่ไม่สะดวกที่จะรับรองเครือข่าย  ด้วยทำเลที่ตั้งของตำบลยายชาอยู่ศูนย์กลางพอดี   คลองจินดา อ้อมใหญ่ อยู่ไกลคนละฝั่ง ตำบลยายชาอยู่ตรงกลาง และมีพื้นที่อำนวยความสะดวก กลายเป็นศูนย์กลางเครือข่ายของสามพราน   ประชุมเดือนเว้นเดือน ประชุมครั้งใหญ่รายปี เครือข่ายมาประชุมด้วยกันทำให้เห็นภาพการทำงานของอำเภอและจังหวัดมีความใกล้ชิดกัน เวลามีปัญหาเหมือนพี่น้องสนับสนุนกันทุกปี  มีการสื่อสาร ด้วยทัศนคติ ความเห็นมุมมองเดียวกัน

การเลือกตั้งประธานกองทุน เลือกตั้งวันประชุมสามัญ มีการติดต่อสื่อสารผ่านกลุ่ม line กับสมาชิก line กรรมการ line มีประโยชน์มาก หากไม่สามารถนัดมาประชุมร่วมกันได้ หรือมีเหตุการณ์เร่งด่วนที่จะขอมติจากคณะกรรมการเพื่อตัดสินใจ หารือกันในกลุ่ม line

สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน มาจากทั้ง  6 หมู่บ้าน รวมจำนวน 1,200 กว่าคน คิดเป็นประมาณ 1 ใน 8 ของประชากรทั้งหมด  กรรมการจะดูแลสมาชิกในหมู่บ้านของตนเอง ดูแลสมาชิกจำนวนมากน้อยแตกต่างกัน   ที่ตั้งกองทุนอยู่ในพื้นที่หมู่ 6  จำนวนสมาชิกที่มากที่สุดในตำบลยายชา กรรมการหมู่ 6 มีจำนวนมากกว่าหมู่อื่น และหากหมู่ไหนต้องการความช่วยเหลือ จะช่วยเหลือกันดูแลหมู่อื่นด้วยเช่นกัน

กรณีช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ  กรรมการชวนเข้ามาเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อจะได้ช่วยเหลือเขาในฐานะสมาชิก ดูแลเขามาหลายปี เจ็บป่วย กองทุนพาไปหาหมอ ไปโรงพยาบาล  จนกระทั่งแม่เขาเสียชีวิตก่อน ไปช่วยเหลือเรื่องงานศพ  ตอนหลังลูกเสียชีวิต ไปช่วยจัดการงานศพ หลังนั้นก็ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้ออีก โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะไม่บอกว่าเขาเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ  เขาแสดงอาการ มีลักษณะร่างกายที่เปลี่ยนไป เห็นว่ามีความยากลำบาก

กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้จ่ายเงินสวัสดิการให้แก่สมาชิก  พบว่า มี 2 ประเภทสวัสดิการมากที่สุด  1) อุบัติเหตุ 2) เสียชีวิต  อุบัติเหตุส่วนใหญ่ รถล้ม หมากัด งูกัด  ใช้เอกสารใบรับรองแพทย์ จ่าย 300 บาทไปหาหมอ ไม่มีเพดาน จะโดนมีดบาด 3 ครั้งต่อเดือนก็ได้  ความจริงไม่มีใครอยากใช้สวัสดิการ 2 ประเภทนี้  ตัวเลขล่าสุด อันดับหนึ่งประเภทสวัสดิการเสียชีวิต

กองทุนอื่น ๆ  จะมีการจ่ายกรณีเสียชีวิตมากกว่า  มองว่าประโยชน์น่าจะเกิดขึ้นกับสมาชิก  ตายไปแล้วสมาชิกได้ประโยชน์อะไร จัดสวัสดิการให้สมาชิกได้ประโยชน์  จัดสวัสดิการให้กับประชาชน ปรับลดสวัสดิการเสียชีวิต(สวัสดิการที่คนตายไม่ได้ใช้) เพิ่มสวัสดิการที่ช่วยคนเป็น คนที่มีชีวิตมากกว่า  ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น มีคำเปรียบเทียบว่า ทำประกันชีวิตบริษัทประกันจ่ายเงินทดแทนให้มากกว่า แล้วทำไมต้องมาสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน กรณี อสม. เสียชีวิต ได้รับเงิน 500,000 บาท พิจารณาแล้วไม่สามารถแข่งขันเรื่องสวัสดิการเสียชีวิตได้ จึงปรับลดสวัสดิการเสียชีวิตลงเพิ่มการช่วยเหลือด้านอื่น

การจ่ายเงินสมทบข้ากองทุน อยู่ที่ความสะดวก รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 1 ปี  ราย 2 ปี ปัจจุบันสะดวกขึ้น ส่งหมายเลขบัญชีธนาคารไปให้สมาชิก หลังจากรับเงินออกใบเสร็จเป็นหลักฐาน ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน คนเก็บเงินจะติดต่อประสานงานกับสมาชิกรายคนตกลงกันเอง ตามความสะดวก จ่ายราย  1 เดือน 3 เดือน ราย 1 ปี ราย 2 ปี  จัดส่งเอกสารใบเสร็จให้สมาชิก แล้วแต่สมาชิกและวิธีการของคนเก็บเงินของแต่ละคน

ข้อมูลสมาชิก มีการจัดทำเอกสารทะเบียนก่อน นำไปบันทึกข้อมูล ใน computer เครือข่ายจังหวัด มีการอบรมให้ความรู้ระดับจังหวัด  ตำบลยายชาใช้โปรแกรมการบริหารการเงินและบัญชีกองทุนสวัสดิการชุมชน SWF  มีเหรัญญิก และผู้ช่วยจดบันทึกลงสมุดไว้  จะมีคนทำบัญชีอีกคนนึง  บางครั้งประธานก็ช่วยออกใบเสร็จรับเงินด้วย   ข้อมูลทะเบียนสมาชิก  ข้อมูลที่ส่งหน่วยงานทำกันเอง  มีคนรุ่นใหม่มาช่วยดำเนินการ  ผู้ตรวจสอบบัญชีเรียนจบบัญชีและเป็นสมาชิกของกองทุน มีตรวจสอบทานตัวเลขกัน และกรรมการบางคนเรียบจบบัญชี ต่างนำทักษะความรู้และประสบการณ์มาช่วยงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน และการสนับสนุนงานของเครือข่ายสวัสดิการจังหวัดอย่างสม่ำเสมอ

ข้อมูลกองทุนมีการจัดทำให้เป็นปัจจุบัน จากข้อมูลย้อนหลังนับสิบปี เดิมไม่ได้บันทึกเข้าระบบโปรแกรม computer กรรมการต้องไปดูข้อมูลเก่า ต้องให้ค่าจ้างน้องเป็นการตอบแทนน้ำใจ พอข้อมูลเริ่มเป็นระบบ  ทำให้เรารู้ข้อมูลย้อนหลัง 12 ปี เดิมไม่เคยทำมาก่อน  มีการจดบันทึกในสมุด  ตอนนั้นประธานต้องไปนั่งทำกันกับป้าแดงช่วยกันอยู่ 2 คน  ทำกันด้วยความมุ่งมั่น แยกประเภทชาย หญิง จำนวนกี่คน  งานทะเบียนต้องใช้ความละเอียด  การจัดเก็บข้อมูลจัดเก็บในเครื่องคอมพิวเตอร์ของกองทุนสวัสดิการ และเครื่องคอมพิวเตอร์ของประธานเครื่องนึง (เครื่องส่วนตัว)  หากมีสมาชิกใหม่ จะส่งไปให้ฝ่ายทะเบียนลงบันทึกข้อมูลไว้  ข้อมูลนี้นำมาพิจารณาประเมินร่วมกัน 2 เดือนครั้ง  กองทุนสวัสดิการชุมชนมีประชุมสามัญปีละ 1 ครั้ง

การพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการ ประธานสนับสนุนให้คณะกรรมการ เข้าร่วมไปศึกษางานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้ได้เห็นจุดเด่น อุปสรรค ข้อดี ข้อเสีย ของพื้นที่อื่น ๆ  เรื่องการพัฒนาศักยภาพโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้ประโยชน์มาก มีการฟังบรรยายได้รับความรู้ คณะศึกษาดูงานบางครั้งไปกัน  50 คน จากหลายพื้นที่ มีการประกวดเรื่องการจดบันทึกเนื้อหาในสมุด ตำบลยายชาได้รางวัล 2 ครั้ง จนผู้จัดขอให้เว้นวรรคตำบลยายชาไม่ต้องรับรางวัลแล้ว

ปัจจัยความสำเร็จ

กองทุนสวัสดิการชุมชนดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน 2567 ในมุมมองของคณะกรรมการ สิ่งสำคัญ คือ ความศรัทธาที่มีต่อประธานกองทุน เดิมมีการทำงานร่วมกันในบทบาทอื่น ๆ อยู่แล้ว งาน อสม. งานผู้สูงอายุ ทำให้เกิดความเข้าใจ รับรู้ว่าประธานและคณะกรรมการแต่ละคนมีวิธีการทำงานเป็นอย่างไร ทำงานร่วมกันแล้วรู้สึกสบายใจ  ทำงานแล้วตอบคำถามชาวบ้านได้ มีตัวเงินเข้ามาเกี่ยวข้องในกองทุน เชื่อมั่นในความโปร่งใส 1. คือ ประธาน  2. กรรมการ  กรรมการทุกคนเหมือนพี่น้องกัน ไม่มีใครให้ร้ายกันภายหลังช่วยเหลือกัน  คนที่ช่วยได้พร้อมจะสนับสนุน ทำงานเต็มที่ ศักยภาพแต่ละคนมีความถนัดความพร้อมที่แตกต่างกัน  ทุกคนพยายามช่วยเหลือ ประสาน สามารถขับเคลื่อน มองประโยชน์ส่วนรวมเหมือนกัน ภาพกิจกรรมยังน้อยหากเปรียบเทียบกับสิ่งที่เราทำ คนที่ลงมือทำปฏิบัติ การสื่อสารไปยังสมาชิก แววตาของชาวบ้านทำให้รับรู้ได้ว่า นี่คือ บุญ สร้างความปิติ ความภาคภูมิใจ ส่งต่อแรงบันดาลใจที่จะดำเนินการต่อไป  เป็นตัวอย่างดี ๆ ที่จะส่งต่อให้ลูกหลาน แม้ว่าไม่ใช่เม็ดเงินจำนวนมากมาย ได้ช่วยเหลือเยียวยาคนในชุมชนเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกัน เริ่มจากประธาน กรรมการดำเนินงานสมาชิกพิจารณาแล้วเกิดประโยชน์ ทำได้ดี สมาชิกจะสื่อสารต่อไป

สมาชิกกองทุนถึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ “กองทุนที่มีนโยบายที่จับต้องได้จริง” ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบันประชาชนเหมือนปลาที่อยู่ในบ่อ ต้องแสวงหาอากาศเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ได้   วิถีชีวิตแต่ละบุคคลแตกต่างกัน  ปัจจุบันเงินสมทบสวัสดิการวันละ 1 บาท เดือนละ 30 บาท เมื่อสมาชิกเดือดร้อน เจ็บป่วย แม้ว่ามี 30 บาท รักษาทุกโรค แต่นโยบายของกองทุน  คนเราในเวลาที่ชีวิตตกต่ำ ความเจ็บป่วย สำคัญที่สุด คือ การปรึกษาหารือ ให้กำลังใจ  กำลังใจจากสมาชิกในครอบครัว  ได้รับกำลังใจจากสมาชิกและกรรมการบางกลุ่ม มีผลไม้ ส้ม  2 ลูก กล้วยน้ำว้า 2 หวี  ไปเยี่ยม ดีกว่ากินยา เป็นสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข  สามารถลดความขัดแย้งในสังคมให้ลดน้อยลงไป

หากหน่วยงานราชการให้ความสำคัญ ชวนเชิญลงมาในพื้นที่ มาดูว่าชาวบ้านอยู่กันอย่างไร  ทำไม ชาวบ้านพูดถึงแต่กองทุนสวัสดิการชุมชน นโยบายของกองทุนจับต้องได้  ทำให้เกิดแรงจูงใจในการสมัครสมาชิกคนในสังคมอยู่ได้ ทุกคนมีความสุข ชีวิตมีชีวา มีจิตใจ มีแรงจูงใจ อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก

เริ่มต้นสมัครเข้ากองทุนจากที่ไม่รู้รายละเอียด  สมัครสมาชิก 30 บาท คิดแค่สมทบ เดือนละ 30 บาท ส่งเงินสมทบครบ 1 ปี   เห็นว่ามีประโยชน์ไม่ใช่เงินสวัสดิการเสียชีวิตอย่างเดียว  คนเจ็บป่วย คนพิการ ตนเองลูกเป็นผู้พิการ 1 คน สวัสดิการมีเงินมอบให้  2 – 3 เดือน ครั้งนึง  เงินสมทบไป 30 บาท กลับมาดูแลลูกและคนพิการอื่นด้วย เด็กยากไร้ ไม่มีเงินสมาชิกจะไปบอกต่อชักชวนมาสมัครเข้ากองทุน  ช่วยสมาชิกด้วยกัน

เดิมเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มีคำเชิญชวนว่าไม่ทำบุญเหรอ แค่ 30 บาท คิดว่าส่งไปเดี๋ยวก็เลิก ป้าแดงมีเอกสารมาให้ครบ แผ่นพับ ใบเสร็จนำมาให้  สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุน  ทำบุญไปแล้วมีประโยชน์ ตอนนั้น ยังไม่มีหลักเกณฑ์ สมาชิกอายุ 60 ปี + 1 สมาชิกในครอบครัว  ภายหลังต้องบวก 1 เริ่มสื่อสารกันว่า “ทำบุญได้ช่วยเหลือคนในชุมชน  ต่างจากทำบุญ 9 วัด”  เริ่มมีคนสนใจเก็บเงินวันละบาท ถ้าไม่เดือดร้อน 3 เดือน ทำ  ปัจจุบันญาติพี่น้องสมัครเป็นสมาชิกกันหมด   กองทุนดำเนินการได้ เพราะมีการช่วยเหลือกันในชุมชน ทำแล้วได้บุญ   ศรัทธากองทุน ได้ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก  บางคนได้รับเงินช่วยเหลือสวัสดิการร้องไห้ด้วย

สิ่งที่ภาคภูมิใจ ประธานเล่าว่า การได้ต้อนรับคณะผู้ที่ได้รับรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล  ซึ่งเดินทางมาจากทั่วโลก ตอนนั้นคณะมาดูงานในประเทศไทย 4 แห่ง เราเป็นท้องถิ่นขนาดเล็กสุด  ตื่นเต้นมาก  เด็ก ๆ แต่งตัวมาช่วยกันต้อนรับ คนที่มีความรู้เรื่องภาษามาช่วยเป็นล่ามให้  สมาชิกกองทุนทุกคนมาช่วยกัน

ประธาน มีความกระตือรือร้นในการทำงาน ไม่เคยเกี่ยงเปิดกว้างมาก ให้ความรู้คำแนะนำ แสดงถึงความจริงใจ เต็มใจที่จะแก้ไขปัญหา มีความสามารถในการรับรู้ ควบคุม อารมณ์ของตนเองได้ดี  แสดงออกถึงความจริงใจ ทำให้รู้สึกว่าดีเหมือนกันได้เพื่อนใหม่ สมาชิกที่เป็นคณะกรรมการทุกคน ๆ ทำด้วยใจ ไม่ได้ผลประโยชน์   มีแนวคิดอุดมการณ์ไปในทิศทางเดียวกัน ความมุ่งมั่น ความพยายามอยากช่วยเหลือผู้อื่น มีจิตเมตตา นี่คือ ที่มองเห็นในช่วงเวลาที่มาทำงาน

สรุป ความตั้งใจของคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลยายชา  ตั้งใจจะสร้างสังคมเป็นสังคมที่น่าอยู่ เมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ เป็นกองทุนที่เข้มแข็ง เรียนรู้ด้วยตัวเอง กิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน จะเห็นคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนเข้าร่วมด้วยตลอด เช่น งานบุญงานประจำปี งานประเพณี  วันเด็ก การสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมให้จากการปฏิบัติจริง สมาชิกในกองทุน  และสมาชิกในชุมชนรับทราบรับรู้ประโยชน์ที่ตนเองได้รับ ส่งผลให้เกิดความร่วมมือด้านต่าง ๆ เกิดเป็นสังคมน่าอยู่ในปัจจุบัน

(ข้อมูลจากการลงพื้นที่ถอดบทเรียน วันที่ 14 พฤษภาคม 2567)