ตำบลบึงทองหลางเป็น 1 ใน 8 ตำบลของอำเภอลำลูกกา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอ โดยพื้นที่ตำบลบึงทองหลางเป็นที่ราบลุ่ม มักประสบภัยน้ำท่วมในฤดูฝน ซึ่งจากการสันนิฐานพบว่าเดิมพื้นที่บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่า เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าทั่วไป โดยเฉพาะช้างจะมีอยู่จำนวนมาก อาศัยอยู่เป็นโขลงใหญ่ และมักจะเดินไปมาระหว่างที่ราบไปถึงเขาเขียว ส่งผลให้เส้นทางที่ช้างเดินผ่านดินจะมีความอ่อนนุ่ม จนกลายเป็นบึงน้ำ จึงเรียกว่า “บึง” ส่วนคำว่า “ทองหลาง” มาจากบริเวณดังกล่าวมีต้นทองหลางขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก จึงนำมารวมกันว่า “บึงทองหลาง”
สภาพปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย
พื้นที่ตำบลบึงทองหลางร้อยละ 90 เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน โดยแต่เดิมนั้นพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ตกทอดของบรรดาเจ้าขุนมูลนายต่างๆ แต่ต่อมาก็ได้มีการแบ่งขายให้บริษัทเอกชนต่างๆมาซื้อไป ส่งผลให้ชาวบ้านที่เข้าไปตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัย โดยจ่ายค่าเช่าเพียงปีละ 200 บาท เริ่มทยอยได้รับผลกระทบ ซึ่งผลกระทบรูปแบบแรกคือ บรรดาบริษัทเอกชนต่างๆได้ขอขึ้นค่าเช่าพื้นที่ เป็นหลังละ 1,200 บาท/ปี รูปแบบที่สองคือ การถูกไล่รื้อเพื่อนำไปก่อสร้างโรงงานหรือบริษัท
สถานการณ์ปัญหาผู้เดือดร้อนไม่ที่อยู่อาศัยจึงปรากฏขึ้น มีผู้เดือดร้อนจำนวนไม่น้อยถูกไล่รื้อภายใน 24 ชั่วโมง ผู้เดือดร้อนต่างพากันร่วมตัวเพื่อมาขออาศัยอยู่ในพื้นที่ศาลาสร้างสุข แต่ต่อมาทางคณะทำงานขับเคลื่อนตำบลบึงทองหลางจึงได้ดำเนินการของใช้พื้นที่วัด “ธรณีสงฆ์” เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้เดือดร้อนเข้ามาอยู่อาศัย จำนวน 20 ไร่แรก ค่าเช่า 400 บาท/ปี ทางคณะทำงานได้จัดสรรพื้นที่เป็น 40 ตารางวา/ครัวเรือน สามารถช่วยเหลือผู้เดือดร้อนได้ถึง 200 ครัวเรือน และมีผู้เดือดร้อนขอใช้สิทธิ์ครบเรียบร้อยแล้ว ในระยะถัดไปได้ดำเนินการขอเช่าพื้นที่สงฆ์อีก 50 ไร่ ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือผู้เดือดร้อนได้ถึง 500 ครัวเรือน
สถานการณ์ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้เมื่อมีโครงการบ้านพอเพียงชนบทเข้ามา ทางคณะทำงานและผู้เดือดร้อนจึงให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้เดือดร้อนในพื้นที่ธรณีสงฆ์เป็นอันดับแรกๆ
ก่อเกิดการช่วยเหลือ
ปี 2562 เป็นปีแรกที่ตำบลบึงทองหลางได้เข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบท โดยเข้าร่วมรับทราบข้อมูลโครงการที่ตำบลพืชอุดม จังหวัดปทุมธานี มีนายลั่นทม แหสมุทร เป็นผู้ประสานมา ซึ่งในรอบแรกของการประชุมรับทราบข้อมูลโครงการ คณะทำงานไม่เข้าใจในเนื้อหา-กระบวนการมากนัก ทราบเพียงแต่จะมีงบประมาณ 18,000 บาท/หลังคาเรือน ในการซ่อมสร้าง โดยได้เสนอรายชื่อไป 54 หลังคาเรือน
คณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท ได้ร่วมเอากลุ่มคนทำงานจากคณะต่างๆ (กองทุนสวัสดิการ ศาลาสร้างสุข กศน. หน่วยงานราชการต่างๆ) เข้ามาเป็นคณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท และวางบทบาท/ความรับผิดชอบตามกลไก ซึ่งสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ การที่มีกลุ่มพี่น้องผู้เดือดร้อนได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานด้วย
กลไกขบวนองค์กรชุมชนและโครงสร้างคณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท
กลไกการทำงานของขบวนองค์ชุมชนตำบลบึงทองหลาง จะแบ่งเป็น 7 ส่วนงานสำคัญ ได้แก่ 1) สภาองค์กรชุมชน 2) กองทุนสวัสดิการชุมชน 3) ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศสปชต.) 4) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 5) ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 6) ศูนย์เกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล และ 7) สภาวัฒนธรรมตำบลบึงทองหลาง โดยกลไกการทำงานได้มีการประสานการทำงานและบรูณาการประเด็นงานต่างๆให้ไปในทิศทางเดียวกัน สามารถทำงานร่วมกันได้
คณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลบึงทองหลาง มีเป้าหมายในการบริหารจัดการโดยให้ชุมชนและท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด ร่วมทั้งเป็นผลงานรูปธรรมของการบริหารจัดการโครงการบ้านพอเพียงชนบทอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน ซึ่งมีคณะทำงานดังต่อไปนี้
แผนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตำบลบึงทองหลาง
- กระบวนการได้มาซึ่งผู้เดือดร้อน
– คณะกรรมการแต่ละหมู่บ้านพร้อมด้วยคณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท ลงพื้นที่สำรวจที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ตนเอง โดยได้นำข้อมูลเมื่อปี 2560 ที่ได้สำรวจเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยไว้ มาเป็นต้นทุนในการสำรวจ และเพิ่มเติมข้อมูล
– คณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทได้ตั้งเกณฑ์ในการพิจารณาและรับรองผู้เดือดร้อน พร้อมทั้งเช็คความพร้อมในการดำเนินงาน
เกณฑ์การพิจารณามีดังนี้
1) ผู้เดือดร้อนต้องเป็นผู้เข้าร่วมดำเนินการซ่อมสร้าง
2) ผู้เดือดร้อนต้องเป็นสมาชิกกองทุนบ้านพอเพียงชนบท
3) ผู้เดือดร้อนต้องเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน
– จัดเวทีประชุมและรับรองข้อมูลผู้เดือดร้อน
- 2. กระบวนการจัดลำดับความเดือนร้อน
– คณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทเป็นผู้ประเมินสภาพความเดือดร้อนและจัดลำดับการซ่อมสร้างตามความเป็นจริง
- กระบวนการซ่อมสร้าง
– จัดการประชุมเพื่อทำความเข้าใจในการใช้จ่ายงบประมาณ โดยผู้เดือดร้อนที่เข้าร่วมจะไม่ได้เป็นผู้ที่ถือเงินงบประมาณในการซ่อมสร้าง
– ผู้เดือดร้อนแต่ละหลังคาจะต้องจัดหาช่างในการซ่อมสร้างเอง (ดำเนินการเองหรือว่าจ้างแรงงาน)
– นำเสนอความเดือดร้อนว่าต้องการให้ช่วยเหลืออะไรบ้าง (ซ่อมแซม สร้างใหม่ ปรับเปลี่ยน ต่อเติม)
– ประเมินราคาในการซ่อมสร้าง และจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์กับร้านค้าที่คณะทำงานติดต่อไว้ ส่วนในการประเมินนั้น หากหลังคาเรือนใดงบประมาณเกิน 18,000 บาท จะต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนเกินเอง
– ทำสัญญาเงินกู้ยืมกับกองทุนบ้านพอเพียงชนบท ตามความพร้อมของผู้เดือดร้อน แบ่งเป็นรุ่นๆ (รุ่นละ 5 – 10 คน)
– ดำเนินการซ่อมสร้างบ้าน หลังจากได้รับวัสดุอุปกรณ์แล้ว โดยจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 เดือน
การบริหารจัดการกองทุนบ้านพอเพียงชนบทสู่ความยั่งยืนของตำบล
งบประมาณสำหรับดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลบึงทองหลางได้แบ่งจ่ายงบประมาณออกเป็น 2 งวด โดยงวดที่ 1 70% หรือจำนวน 684000 บาท (38 ราย) งวดที่ 2 30% หรือจำนวน 288000 บาท (16 ราย)
งบประมาณที่ได้มาจากการสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท ได้นำมาจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับโครงการโดยเฉพาะ “กองทุนบ้านพอเพียงชนบท” ซึ่งภายหลังจาการดำเนินโครงการเสร็จสิ้น เงินงบประมาณจะเกิดการหมุนเวียนจากการส่งคืนของผู้เดือดร้อน โดยการส่งคืนของผู้เดือดร้อนที่กู้ยืมไปนั้น จะต้องนำส่งคืนในช่วงระยะเวลา 3 – 5 ปี เป็นการกำหนดช่วงเวลาไว้ เพื่อยืดหยุ่นให้ผู้เดือดร้อนที่ไม่สามารถส่งคืนเงินได้ตรงตามกำหนด การส่งคืนตามกติกาคือ จำนวน 500 บาท/เดือน ส่งคืนทุกวันที่ 1 – 5 ของทุกเดือน (แต่สามารถยืดหยุ่นได้ในกรณี กำหนดการเงินเดือนออกของแต่ละบริษัท , กลุ่มผู้ที่ทำเกษตรกรรม) โดยจะต้องโทรแจ้งเพื่อกำหนดวันส่งคืนในเดือนนั้นๆ
ส่วนรายที่ต้องช่วยเหลือพิเศษ ทางคณะทำงานได้ลดหย่อนให้ส่งคืนเพียงเดือนละ 300 บาท เงินส่วนต่าง 200 บาท ให้นำไปใช้จ่ายในครัวเรือนของตนเอง
การส่งคืนเงินไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยๆใดใด แต่ในแผนงานการบริหารจัดการกองทุนในปีถัดไป จะมีการหักเงินงบประมาณไว้ 480 บาท สำหรับให้คณะทำงานได้มีเงินในการบริหารจัดการ โดยจำนวนเงินดังกล่าวได้ผ่านการเสนอมาจากผู้เดือดร้อนที่จะเข้าร่วมในปีถัดไป
ครอบครัวประดับบุตรเดิมอาศัยอยู่รวมกันในพื้นที่หมู่ 19 แต่ต่อมาเกิดปัญหาการไล่รื้อภายใน 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ครอบครัวประดับบุตรต้องย้ายออกจากพื้นที่ในทันที พร้อมเงินจำนวน 50,000 บาท ที่เจ้าของที่ดินได้มอบติดตัวมาให้ ครอบครัวดังกล่าวทำได้เพียงการเข้ามาขอความช่วยเหลือจากคณะทำงานตำบลบึงทองหลาง คณะทำงานจึงให้ครอบครัวดังกล่าวเข้ามาพักอาศัยในห้องประชุมชั่วคราว
หลังจากนั้นทางคณะทำงานได้ดำเนินการติดต่อวัด เพื่อขอใช้พื้นที่ว่างเปล่าของวัดสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราวแก่ผู้เดือดร้อน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นคณะทำงานและครอบครัวผู้เดือดร้อนได้สร้างบ้านพักชั่วคราว อาศัยอยู่ได้ประมาณเพียง 1 ปี ก็เริ่มมีการก่อสร้างบ้านตามจำนวนทุนที่หามาได้จากการประกอบอาชีพ
ต่อมาเมื่อโครงการบ้านพอเพียงชนบทเข้ามา จึงนำมาปรับปรุง/สร้างบ้านใหม่ โดยครอบครัวดังกล่าวเมื่อย้ายมานั้น ทางคณะทำงานได้จัดสรรเนื้อที่ให้ครอบครัวละ 40 ตารางวา แบ่งออกเป็น 3 ส่วน นำเงินจำนวน 50,000 บาท มาถมที่และใช้วัสดุจากการถูกไล่รื้อมาเป็นส่วนประกอบในการสร้างบ้าน ซึ่งภายหลังจากที่ผู้เดือดร้อนได้เข้าร่วมโครงการ ผู้เดือดร้อนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สภาพบ้านมีความมั่นคง เหมาะแก่การอยู่อาศัย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เช่น หลังคารั่วเนื่องจากเป็นวัสดุเก่า แต่โดยภาพรวมผู้เดือดร้อนมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการเป็นอย่างมาก






