ตำบลแม่ยางฮ่อ อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ คำว่า “ แม่ยางฮ่อ ” มีตำนานเล่าสืบมาว่า มีชาวจีนฮ่อได้อพยพกองกำลัง เพื่อจะไปตีข้าศึกคือพม่า ได้มาหยุดพัก หรือยั้ง (เป็นภาษาคำเมือง) ที่ริมน้ำห้วยแม่ยาง จึงเรียกบริเวณนี้ว่า “ แม่ยั้งฮ่อ ” ต่อมาเป็น
“ แม่ยางฮ่อ ” ตำบลแม่ยางฮ่อเดิมมีพื้นที่ครอบคลุมทั้งตำบลแม่ยางตาลและตำบลแม่ยางร้อง เมื่อปี พ.ศ.2445 มีราษฎรจากบ้านดอนดี หรือบ้านเปี้ยวนอก ตำบลกาญจนา อำเภอเมืองแพร่ (ตำบลกาญจนา เดิมคือตำบลนาจักร) ได้อพยพมาจำนวน 2 ครอบครัว คือนายศรี นางแก้ว คำศรีวาท และท้าวลาด ไม่ทราบนามสกุล ได้มาบุกเบิกที่ดินบริเวณลำน้ำแม่ยางหลวง เพื่อเป็นที่ทำการเกษตร ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ต่อมามีราษฎรที่อยู่ ในอำเภอเมืองแพร่รู้ข่าวจากญาติพี่น้อง ประกับกับที่อยู่เดิมไม่เพียงพอ ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงได้อพยพครอบครัวมาอยู่ที่บ้านแม่ยางเปี้ยวเพิ่มมากขึ้น และขยายเป็นชุมชนในปัจจุบัน มีชื่อว่าบ้านแม่ยางเปี้ยว
เมื่อปี พ.ศ.2518 ตำบลแม่ยางฮ่อ ได้แบ่งการปกครองออกไป 1 ตำบลคือ ตำบลแม่ยางตาล ต่อมาปี พ.ศ.2535 ตำบลแม่ยางฮ่อ ได้แบ่งการปกครองออกไปอีก 1ตำบล คือตำบลแม่ยางร้อง ปัจจุบันตำบลแม่ยางฮ่อได้แบ่งการปกครองออกเป็น 6 หมู่บ้านดังนี้
หมู่ที่ 1 บ้านแม่ยางเปี้ยว
หมู่ที่ 2 บ้านแม่ยางหลวง
หมู่ที่ 3 บ้านแม่ยางหล่ายทุ่ง
หมู่ที่ 4 บ้านแม่ยางฮ่อ
หมู่ที่ 5 บ้านแม่ยางเตาปูน
หมู่ที่ 6 บ้านแม่ยางเปี้ยว
ตำบลแม่ยางฮ่อ ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอร้องกวางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดแพร่ไปทางทิศเหนือ ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 600 กิโลเมตร มีเขตการปกครอง 6 หมู่บ้าน มีพื้นที่ประมาณ 33 ตารางกิโลเมตร
จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุในตำบลแม่ยางฮ่อ กล่าวไว้ว่าเดิมนั้นพื้นที่ตำบลเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มีป่าไม้ และต้นน้ำ มีราษฎรอพยพมาจากบ้านเปี้ยว อำเภอเมือง อำเภอสูงเม่น มาอยู่ในตำบลแม่ยางฮ่อและตั้งชื่อหมู่บ้านตามบ้านเปี้ยวเดิม และนำชื่อลำน้ำแม่ยางที่ไหลผ่าหมู่บ้านรียกชื่อว่าบ้านแม่ยางเปี้ยว แม่ยางหลวงเป็นต้น
ตำบลแม่ยางฮ่อมีพื้นที่ ทั้งหมด 20,625 ไร่ จำแนกออกเป็น พื้นที่เกษตรกรรม 7,280 ไร่ พื้นที่ป่าไม้ 13,545 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัยและอื่น ๆ 1,141 ไร่ มีทรัพยากรแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่งเช่น ห้วยลึก , ห้วยผักหนาม , ห้วยโป่ง ห้วยร่องเกี๋ยง , ห้วยร่องบงและห้วยแม่ยางหลวง ห้วยหีต ,ห้วยช้างล้วง ,ห้วยต้นยาง ,ห้วยร่องก้อง ,ห้วยแม่ยางหลวง
เมื่อพูดถึงทรัพยากรป่าไม้ เมืองแพร่เป็นเมืองไม้สัก ผู้คนทั่วไปมักจะมองแบบนี้ ป่าไม้สักเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองแพร่ เพราะเคยเป็นที่ตั้งของบริษัททำไม้บริษัทบอมเบย์เบอร์ม่าของอังกฤษ และบริษัทอีสต์เอเชียติกของเดนมาร์กด้วย นอกจากนี้แล้ว ยังมีโรงเรียนป่าไม้แพร่ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในเมืองไทย
ถึงแม้ว่าอาชีพหลักของชาวบ้านในชุมชนคือการทำการเกษตร ทำนา ทำไร่ยาสูบ ในอดีตนั้นการตัดไม้สักจึงถือเป็นเรื่องปกติ จนกระทั่งมีกลุ่มอิทธิพลลักลอบตัดไม้สักด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีขึ้น มันจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในเมืองแพร่ จากปัญหาการลักลอบตัดไม้ที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบติดตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งปัญหาน้ำไหลหลากเข้าท่วมในฤดูฝน โดยหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วม ดินถล่ม และความแห้งแล้งผิดปกติในฤดูร้อน ทำให้พืชผลทางการเกษตรลดลง สิ่งต่างเหล่านี้เริ่มทำให้คนในชุมชนเริ่มตระหนักถึงผลเสียที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งร่วมมือกันพยายามผลิกผืนป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง จนกระทั่งประมาณปี 2552 ได้มีการประชุมสภาองค์กรชุมชนและนำปัญหาสถานการณ์นี้เข้าหารือในที่ประชุมและได้ข้อตกลงร่วมกันว่าในแต่ละหมู่บ้านในตำบลจะต้องมีการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้โดยการจัดตั้งป่าชุมชนขึ้น และมีกิจกรรมการฟื้นฟูทรัพยากรป่าต้นน้ำและให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืนเป็นประจำและต่อเนื่องทุกปี
ปัจจุบันรวมทั้งตำบล มีการจัดการป่าชุมชน ทั้งหมดประมาณ 977 ไร่ 1 งาน 76 ตารางวา จำแนกแต่ละหมู่บ้านดังต่อไปนี้
หมู่ที่ 1 มีจำนวน พื้นที่ป่าประมาณ 148 ไร่
หมู่ที่ 2 มีจำนวน พื้นที่ป่าประมาณ 99 ไร่
หมู่ที่ 3 มีจำนวน พื้นที่ป่าประมาณ 77 ไร่
หมู่ที่ 4 มีจำนวน พื้นที่ป่าประมาณ 149 ไร่
หมู่ที่ 5 มีจำนวน พื้นที่ป่าประมาณ 223 ไร่
หมู่ที่ 6 มีจำนวน พื้นที่ป่าประมาณ 281 ไร่ 1 งาน 76 ตารางวา






