ตำบลห้วยยูง แต่เดิมขึ้นอยู่กับอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ สภาพเดิมเป็นป่าที่สมบูรณ์มาก มีลำห้วยไหลผ่าน มีต้นยูงอยู่สองข้างลำห้วยเรียกว่า “ห้วยยูง” ปัจจุบันตำบลห้วยยูงขึ้นอยู่กับอำเภอเหนือคลอง อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 13 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัด 30 กิโลเมตร มีถนนทางหลวงแผ่นดินสายหลักผ่านตำบล แบ่งเขตการปกครองเป็น 8 หมู่บ้าน มีเนื้อที่ประมาณ 89 ตารากิโลเมตร หรือประมาณ 55,645 ไร่ จำนวนครัวเรือน 2,114 หลังคาเรือน ประชากร 7,086 คน แบ่งเป็นชาย 3,526 คน หญิง 3,560 คน มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบเหมาะแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ สวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน มีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้แก่ ป่าเขาขวาง แต่ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวไม่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากราษฎรได้ใช้พื้นที่ในการสร้างที่ทำกิน โดยทั่วไปประชากรของตำบลห้วยยูง ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีพืชทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน นาข้าว เลี้ยงสัตว์ และปลูกผักสวนครัวเพื่อกินและจำหน่าย อาชีพเสริม แปรรูปผลิตผลทางการเกษตร รายได้เฉลี่ยของประชาชนในตำบล ประมาณ 40,018 บาท/คน/ปี

ตำบลห้วยยูง มีการรวมกลุ่มของประชาชนที่เข้มแข็ง แยกเป็น กลุ่มอาชีพ 3 กลุ่ม กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 2 กลุ่ม กองทุนหมู่บ้าน 8 กลุ่ม กลุ่มทางสังคม 2 กลุ่ม มีปราชญ์ชาวบ้านด้านการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ การปลูกแฝก เลี้ยงแพะ และหมอดินอาสาประจำหมู่บ้านห้วยยูงใต้ โดยมีกลุ่มองค์กรต่างๆ เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครื่องแกงห้วยยูงพัฒนา เครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข กลุ่มทำปุ๋ยหมัก เครือข่ายอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปบ้านห้วยยูงใต้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบกห้องสร้างสรรค์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนธนาคารหมู่บ้านบกห้อง เครือข่ายคณะกรรมการหมู่บ้าน และเครือข่ายพัฒนาบทบาทสตรีตำบลห้วยยูง ได้รวมกันจดแจ้งและจัดตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยยูง ตาม พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2556 โดยมีนายสนั่น จีนพัด เป็นประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยยูงคนปัจจุบัน
นอกจากนี้ห้วยยูงยังมีศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ น้ำพุร้อน ซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร บ่อที่ 1 เป็นพุน้ำร้อนเล็กๆ หลายบ่อผุดรวมกันเป็นบ่อใหญ่มีขนาดกว้างยาวประมาณ 5×10 เมตร ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร บ่อน้ำพุร้อนบ่อที่ 2 เป็นพุน้ำร้อนผุดรวมกันอยู่ริมห้วยบางเตย มีขนาดกว้างยาวประมาณ 3×3 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร รอบบริเวณพบสาหร่ายสีเขียว และคราบผลึกของแคลไซต์สีขาว หินอาร์โคส หินกรวดมน และหินดินดาน ในยุคครีเทเชียส คำว่า ครีทา (Crete) แปลว่า หินชอล์ก ซึ่งเป็นหินที่พบมากในช่วงปลายยุค มีช่วงยาว 78 ล้านปี (จาก 144 ถึง 66 ล้านปีมาแล้ว)
เริ่มจาก 1 ไปให้ถึงเป้าหมาย
การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยยูง แกนนำมีความมุ่งหวังในการใช้ประโยชน์จากพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่างๆ แต่ด้วยการพัฒนาของสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยยูงในระยะแรกก่อตั้ง มีการหยุดชะงัก ขาดการทำงานที่ต่อเนื่อง จนกระทั่งในช่วงปลายปี 2560 จนถึงปี 2561 ทีมตำบลได้รวมกับทีมทำงานระดับโซนอำเภอเหนือคลองร่วมกันค้นหาทีมแกนนำและร่วมทบทวนสมาชิกสภาองค์กรชุมชน ปรับกลไกและระบบการทำงาน ให้เกิดความชัดเจนขึ้น
นายสนั่น จีนพัด ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยยูงคนปัจจุบัน เล่าย้อนหลังให้ฟังว่า “การทำงานของสมาชิกสภาเดิม ผมไม่ค่อยได้ติดตามการทำงานมากนัก เพราะในช่วงนั่นไม่ได้เข้ามมามีบทบาทในสภา แต่เมื่อสมาชิกสภามีวาระครบ 4 ปี ที่ต้องทบทววนกลุ่มองค์กรและตัวแทน ผมจึงได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมจนได้รับการเสนอเป็นประธานสภา การทำงานสภาจึงเริ่มจากการจัดทำแผนการการภัยพิบัติพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ (ดินถล่ม) ร่วมกับทีมโซนอำเภอ ต่อด้วยการทำงานร่วมกับ พมจ. จ.กระบี่ และเครือข่ายจังหวัด ในสำรวจข้อมูลด้านที่อยู่อาศัยและข้อมูล SDCKBI นำไปสู่การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยร่วมกับกาชาดจังหวัด สร้างบ้านผู้ยากลำบาก 1 หลัง ทำให้สภาองค์กรชุมชนที่เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และในอนาคตสภายังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาตำบลร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในเรื่องที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย”
ตำบลห้วยยูงเป็น 1 ใน 9 ตำบลพัฒนาบ้านพอเพียงชนบทของจังหวัดกระบี่ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคใต้ มีกลุ่มเป้าหมาน 20 หลังคาเรือน งบประมาณรวม 380,000 บาท โดยตำบลมีกระบวนการในการวิเคราะห์ศักยภาพตำบล แบ่งเป็น
ด้านจุดแข็ง (Strength) 1) พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะแก่การเพาะปลูกทำการเกษตร 2) ประชาชนส่วนใหญ่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตนเองมีปราชญ์ชาวบ้านที่ให้คำแนะนำแก่ประชาชนได้ 3) ประชาชนมีนิสัยขยันขันแข็ง มีเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สะดวก รวดเร็ว 4) มีโรงงานอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม

ด้านจุดอ่อน (Weak) 1) กลุ่มอาชีพยังไม่เข้มแข็ง เนื่องจากขาดทักษะความรู้ในการบริหารจัดการและการตลาด 2) ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่ำ 3) ปัญหาที่ทำกินและที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง สภาพบ้านเรือนไม่มั่นคง 4) ขาดองค์ความรู้ด้านการจัดการด้านเศรษฐกิจครัวเรือน
ด้านโอกาส (Opportunity) 1) สินค้าเกษตรที่สำคัญและนิยมปลูก เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน 2) รัฐบาลส่งเสริมการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ 3) รัฐบาลมีนโยบายสร้างระบบประกันความเสี่ยงให้เกษตรกร 4) สถาบันการเงินให้โอกาสในการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อย และวิสาหกิจชุมชน
ด้านข้อจำกัด (Threat) 1) ต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ย สารกำจัดวัชพืช น้ำมัน มีราคาแพงและมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ 2) ขาดการช่วยเหลือจากรัฐบาลในการประกันราคา 3) ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้แนวโน้มปัญหาโจรกรรม อาชญากรรมเพิ่มสูงขึ้น
ซึ่งผลจากกระบวนการวิเคราะห์ศักยภาพของตำบล ทำให้มีการกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาของตำบล “ร่วมสามัคคี สร้างความดีให้ชุมชน เพื่อทุกคนอยู่ดีมีสุข” โดยมีแผนงานที่สำคัญ คือ 1) การพัฒนาการอยู่อาศัยที่มั่นคง ยั่งยืน 2) การพัฒนาฐานเศรษฐกิจชุมชน 3) การจัดการครอบครัวและชุมชนข้มแข็ง มีเป้าหมายเพื่อให้เกิด “ห้วยยูงอยู่ดี มีเศรษฐกิจที่มั่นคง คนมีความสุข”
ร่วมมือ ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ วิสาหกิจสร้างชุมชน
การพัฒนาความเข้มแข็งตำบลห้วยยูง มีความร่วมมือของกลุ่มองค์กร และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในตำบลและหน่วยงานภายนอก โดยมีเป้าหมายที่เพื่อคนห้วยยูงทุกคน ซึ่งในกระบวนการพัฒนาซึ่งมีสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยยูงเป็นกลไกกลางในการประสานงาน การสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกัน ที่ทำให้เกิดความรักความสามัคคี และหนุนเสริมระหว่างกันมากกว่าการแข่งขัน ชิงดีเด่นระหว่างกัน ทำให้ตำบลห้วยยูงประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาในตำบลอย่างเป็นรูปธรรม และมีต้นแบบที่น่าศึกษาเรียนรู้ในหลายด้าน
นายวินัย มากสม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยูง เล่าให้ฟังว่า “การพัฒนาตำบลห้วยยูง มีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต รวมถึงกลุ่มกองทุนหมู่บ้านที่ยังดำเนินงานทั้ง 8 กลุ่มใน 8 หมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนากลุ่มอาชีพจนเกิดเป็นวิสาหกิจน้ำดื่มชุมชนบกห้อง มีการสนับสนุนกิจกรรมในตำบล เช่น การจัดการป่าต้นน้ำชุมชน การส่งเสริมการรวมกลุ่มเยาวชนเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการที่ดินสาธารณะในตำบลเพื่อปลูกปาล์มชุมชน โดยผลผลิตที่ได้นำไปใช้ในกิจกรรมส่วนร่วมของหมู่บ้าน ซึ่งในตำบลห้วยยูง มีหมู่บ้านต้นแบบอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันชุมชนแบบไร้ของเสีย เนื้อที่ 500 ไร่ คือ หมู่ที่ 1 บ้านห้วยยูงตก โดยร่วมกับศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกระบี่ นอกจากนี้ยังมีปราชญ์ชุมชนที่เป็นต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียง คือ ลุงบุญแก้ว ทิพย์รงค์ เกษตรกรบ้านห้วยยูงใต้ที่ประสบความสำเร็จในการทำการเกษตรจนได้รับยกย่องให้เป็นปราชญ์ชาวบ้านด้านการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ การปลูกแฝก เลี้ยงแพะ และหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน”

การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนตำบลห้วยยูง มีการยกระดับจากระบบกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนซึ่งมีต้นแบบของวิสาหกิจชุมชนที่น่าสนใจ คือ วิสาหกิจชุมชนธนาคารหมู่บ้านบกห้องพัฒนา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 บ้านบกห้อง ที่เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรเพื่อแก้ปัญหา เกษตรกรขาดความรู้ทางด้านวิชาการในการประกอบอาชีพ และขาดเงินทุนในการผลิต โดยกลุ่มเกษตรกรได้มีการปรึกษาหารือ การเรียนรู้แลกเปลี่ยนและการขอรับคำแนะนำเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ให้เกิดการดำเนินการรวมกลุ่ม และถ่ายทอดวิชาการ การผลิตสินค้า เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต สามารถพึ่งพาตนเองได้ของชุมชน โดยใช้หลักระดมทุน ระดมทรัพยากร ภูมิปัญญา แรงงาน การสร้างเครือข่าย และการเข้าถึงการช่วยเหลือภาครัฐ และเอกชน ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ พึ่งพาตนเองได้ จนได้เกิดแนวคิด ในการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านเพื่อระดมทุนช่วยเหลือสมาชิก ในการบริหารจัดการด้านการเงิน ปัจจัยการผลิต ปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินชีวิต และได้จัดให้มีจัดสวัสดิการแก่สมาชิกตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุนการศึกษา และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้ชุมชนเข้มแข็งรวมกับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลห้วยยูง โดยในการจัดสวัสดิการชุมชนโดยกองทุนสวัสดิการชุมชน ได้มีการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยูงในหมวดรายจ่ายผูกพันเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลห้วยยูง จำนวน 60,000 บาท ส่งผลให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิต กลุ่มคนด้อยโอกาสและวัยพึ่งพิงที่สามารถเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐาน เกิดความร่วมมือและพึ่งตนเองได้ของคนในตำบล
ความร่วมมือของชุมชน สร้างคน สร้างบ้านให้น่าอยู่

นอกจากความร่วมมือในระดับพื้นที่แล้ว ในปีที่ผ่าน สภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยยูงร่วมกับท้องถิ่น ท้องที่ ได้มีการประสานความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาผู้ด้อยโอกาส กับเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ และการประสานความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดกระบี่ เพื่อปรับปรุงที่อยู่อาศัยผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งสิ้น 11 ครอบครัว
นางสาวภัทราพร สงศรีอินทร์ ผู้ประสานงานโครงการบ้านพอเพียงตำบลห้วยยูง เล่าให้ฟังอย่างภูมิใจว่า “การทำงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยยูง โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างบ้าน ปรับปรุงบ้าน ทำให้สภาองค์กรชุมชนเป็นที่รู้จักของหน่วยงานและเป็นที่ยอมรับของคนในตำบลมากขึ้น เพราะการทำงานที่ผ่านมาทุกขั้นตอนเราเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วม การสร้างข้อตกลงร่วมกัน หลายบ้านอาจจะมีปัญหามากกว่าบ้านที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 20 หลัง แต่เราไม่อยากทำแค่สร้างบ้าน ปรับปรุงบ้าน แต่อยากทำงานเป็นระบบกลุ่มที่ต้องการพัฒนาด้านอื่นๆ ด้วย สมาชิกในโครงการบ้านพอเพียงจึงมีข้อตกลงร่วมกันในเรื่อง ความร่วมมือของสมาชิกทั้งในโครงการบ้านและงานอื่นๆ ของชุมชน ซึ่งทั้ง 20 ครอบครัวที่ผ่านการคัดเลือก กรรมการทุกคนเห็นร่วมกันว่าเป็นคนที่เสียสละ ช่วยเหลืองานในชุมชนมาอย่างดี และเป็นครอบครัวที่ยากจนประสบปัญหาบ้านไม่มั่นคง ไม่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยด้วย ในอนาคตทั้ง 20 คน จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนและคงจะได้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ ตามมาอีกด้วย”
การใช้กระบวนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยมาเป็นเครื่องมมือในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน สร้างการมีส่ววนร่วมและการประสานความร่วมมืออย่างจริงจัง ทำให้เกิดการพัฒนาที่ทุกคนเป็นเจ้าของและทำให้เกิดการนำพาไปสู่ “ห้วยยูงอยู่ดี มีเศรษฐกิจที่มั่นคง คนมีความสุข” ถ้วนถั่วหน้า อย่างยั่งยืนร่วมกัน






