ตำบลนาเรียง ในสมัยก่อนเรียกบ้านไม้เรียง ต่อมาเปลี่ยนเป็น ตำบลนาเรียง จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2536 โดยรวม 4 หมู่บ้าน ของ ตำบลบ้านเกา และ 4 หมู่บ้าน ของตำบล พรหมโลก และยกฐานะเป็นตำบลนาเรียง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2544 และได้เลือกตั้งสมาชิก อบต.ครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2540 ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2544
ตำบลนาเรียงเป็นตำบลหนึ่งใน 5 ตำบลอำเภอ พรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลตั้งอยู่ในหมู่ที่ 5 มีพื้นที่ 30 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 18,750 ไร่
ชาวบ้านในชุมชนมีอาชีพทำนาและเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนจากอาชีพทำนามาเป็นอาชีพการทำสวนยางร้อยละ 80 เพราะเห็นว่ายางราคาดีที่เหลือเป็นที่สวน ด้านสภาพแวดล้อมในพื้นที่ตำบล มีสภาพสิ่งแวดล้อมไม่ดี เช่นมีน้ำใช้ในการเกษตรไม่เพียงพอในการทำเกษตรกรรม ศัตรูพืชระบาด ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เกษตรกรมีการใช้สารเคมีมากขึ้น เกิดสารพิษตกค้างในผิวดินและแหล่งน้ำ และในตัวเกษตรกร ทำให้เกิดภาวะฝนตกไม่ตรงตามฤดูกาล และพบว่าความต้องการของชุมชนที่ต้องการหนุนเสริม คือ การรับรู้ถึงผลกระทบของการรักษาสิ่งแวดล้อมมากที่สุด และการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามปรัชญาของ รัชกาลที่ 9 แต่ขาดการรวมกลุ่ม ขาดการส่งเสริมจากส่วนราชการ
สภาองค์กรชุมชนตำบลนาเรียง มีจุดมุ่งหมายให้ระดับหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและบริโภคของประชาชนทุกครัวเรือน ให้อยู่บนวิถีพอเพียงและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยทีสุด และการนำขยะภายในครัวเรือนไปทำประโยชน์ เพื่อเป็นหมู่บ้านต้นแบบส่งเสริมสุขภาวะทั้ง 3 มิติในกลุ่มเด็ก เยาวชนและผู้สูงอายุ รวมทั้งกลุ่มประชาชนทั่วไป ให้มีการออกกำลังกาย ลด ละเลิกการสูบบุหรี่ และดื่มสุรา และส่งเสริมศีลธรรมเพื่อการดำรงชีพอย่างมีสุข เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับตำบล เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้สมุนไพรในการส่งเสริมสุขภาพควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน และการใช้วิธีการทางชีภาพในการปราบศัตรูพืช เพื่อมีการประชุมสภาองค์กรชุมชน วิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน และหาแนวทางแก้ไข
ทั้งนี้ ปัจจัยเอื้อสำคัญที่จะทำให้เกิดตามตัวชี้วัด คือ การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร ร่วมกับครัวเรือนให้มีการ ลด ละเลิกการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และมีการขยายผล รวมทั้งการมีสวนสมุนไพรที่รวบรวมพันธ์สมุนไพรทั้งในท้องถิ่นและนอกท้องถิ่น ไว้ใช้ประโยชน์ ชุมชนมีกิจกรรมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สืบทอดเผยแพร่เรื่องวิถีชีวิตพอเพียง ภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้สมุนไพรในการส่งเสริมสุขภาพควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน เดือนละ 1 ครั้ง หมู่บ้าน/ชุมชนมีการบันทึกข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ข้อมูลสุมนไพรในชุมชน เป็นลายลักษณ์อักษรง่ายต่อการสืบค้น เป็นแผนชุมชน
สิ่งที่สภาองค์กรชุมชนได้รับจากการดำเนินการ คือ เรื่องการแนะนำเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคการออกกำลังกาย เพราะทำให้ชาวบ้านในชุมชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ชาวบ้านในชุมชนสนใจการทำยาปราบศัตรูพืชจากสมุนไพรในครัวเรือนและการสาธิตการทำปุ๋ยหมักแห้งและการทำน้ำหมักชีวภาพเพราะได้ใช้ประโยชน์ในการปลูกผักปลอดสารพิษตามหลักปรัชญาส่งเสริมการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางของในหลวง เพราะช่วยเสริมรายได้ในครัวเรือนและลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ชาวบ้านได้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้นจากกิจกรรมตรวจสุขภาพและให้ความรู้เบื้องต้นและนำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง ชาวบ้านในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในการลดปริมาณขยะในครัวเรือนโดยการใช้ตะกร้าไม้ไผ่ในการไปจ่ายตลาดแทนการใช้ถุงพลาสติก และการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีเพื่อให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดและการนำขยะในครัวเรือนมาใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน
ภายหลังการดำเนินงานร่วม ได้เกิดแกนนำเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปมีพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ผู้นำในชุมชน คณะครูนักเรียนและชาวบ้านในชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียงร่วมเข้าวัดฟังธรรมส่งเสริมศีลธรรม จริยธรรมตามหลักพระพุทธศาสนาในการดำเนินชีวิตประจำวัน และมีการลด ละ เลิกการสูบบุหรี่และการดื่มสุราทุกวันพระสุดท้ายของเดือน และมีการบรรยายพิเศษจากเจ้าอาวาสเรื่องพิษภัยของการสูบบุหรี่และการกินเหล้าให้กับผู้เข้าร่วมโครงการรับฟังเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

ด้านต่อมา คือ ชาวบ้านในชุมชนได้มีการปลูกสมุนไพรไว้ใช้ประโยชน์ในยามที่ต้องการและการส่งเสริมเรื่องการแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้สมุนไพรในการส่งเสริมสุขภาพควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนร่วมกับชาวบ้านในชุมชน หันมาสนใจสุขภาพของตัวเองมากยิ่งขึ้น เมื่อชาวบ้านในชุมชนลดการใช้สารเคมีในการเกษตรทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในชุมชนดีขึ้น ส่งผลให้ชาวบ้านในชุมชนมีสุขภาพจิตดี เมื่อสุขภาพจิตดีสุขภาพกายดีก็ตามมา ทำให้ชาวบ้านในชุมชนมีความสุข มีความรัก ความสามัคคีและความเข้าใจเกิดขึ้นในชุมชน ส่งผลให้ชุมชนเป็นชุมชนที่เข้มแข็งต่อไป ทำให้เป็นที่สนใจของชุมชนใกล้เคียง
กลุ่มเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไปมีสุขภาพที่ดีขึ้น มีพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง และหันมาสนใจสุขภาพของตัวเองมากยิ่งขึ้น เมื่อชาวบ้านในชุมชนลดการใช้สารเคมีในการเกษตรทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในชุมชนดีขึ้น ส่งผลให้ชาวบ้านในชุมชนมีสุขภาพจิตดี เมื่อสุขภาพจิตดีสุขภาพกายดีก็ตามมา ทำให้ชาวบ้านในชุมชนมีความสุข มีความรัก ความสามัคคีและความเข้าใจเกิดขึ้นในชุมชน ส่งผลให้ชุมชนเป็นชุมชนที่เข้มแข็งต่อไป
สภาองค์กรชุมชนตำบลนาเรียง ได้นำข้อเสนอแผนพัฒนาตำบลเสนอต่อองค์การบริหารส่วนตำบลนาเรียง ซึ่งได้รับการบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น 4 ปี (ปี 2562 – 2565) ได้แก่ (1) อุดหนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาเรียง จำนวน 100,000 บาท เพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพ (2) โครงการสนับสนุนการจัดทำแผนชุมชน,แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปีและแผนยุทธศาสตร์ จำนวน 30,000 บาท เพื่อจัดทำประชาคมแผนชุมชน,แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี และ (3) สนับสนุนศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาเรียง จำนวน 30,000 บาท เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารทางการเกษตร
ผลเชิงคุณภาพที่เกิดขึ้น พบว่า ประชาชนในชุมชน มีด้านสุขภาพจิตดีขึ้น มาจากภาวะเครียดเนื่องจากปัญหาหนี้สินทั้งในและนอกระบบจากสถานการณ์ปัญหาของชุมชนดังกล่าว ชุมชนเห็นความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาในทุกๆปัญหา แต่ความเป็นจริงแล้วด้วยเงื่อนไขข้อจำกัดทั้งทางด้านงบประมาณ และเงื่อนไขทางด้านสังคมชุมชนที่ยังไม่เข้มแข็งคงไม่สามารถที่จะแก้ไขทุกๆ ปัญหาได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นชุมชน จึงมีความคิดเห็นร่วมกันว่า การจัดให้มีโครงการพัฒนาที่จะสามารถเป็นเครื่องมือให้คนในชุมชนได้มีโอกาสมาเรียนรู้ร่วมกัน ขณะเดียวกันกิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าวสามารถนำไปสู่แก้ไขปัญหาของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมดังที่ปรากฏ ขณะเดียวกันชุมชนเกิดการเรียนรู้และได้กำหนดแนวทางร่วมกันกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้โครงการ ชุมชนต้นแบบสุขภาพดี ตามวิถีพอเพียง อย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ประสานงาน นายสว่าง เลิศพันธุ์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลนาเรียง
โทร.088-3795622






