เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท ร่วมกับสำนักงานภาคทั้ง 5 ภาค พร้อมด้วยสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง และสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยริมราง จัดประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ปี 2569 ในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมซักซ้อมความเข้าใจการทำงานร่วมกันภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งการจัดทำแผนรองรับการขับเคลื่อนงานในช่วงครึ่งปีหลัง และการจัดทำแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ของงานที่อยู่อาศัยระยะ 3 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมที่ประกอบด้วย ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานของแต่ละภาคส่วน รวมประมาณ 80 คน
จากการทบทวนผลการดำเนินงาน ปี 2569 ที่ผ่านมา พบว่า มีการอนุมัติโครงการและงบประมาณ ที่ให้ความสำคัญโดยให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนาพร้อมภาคีในพื้นที่ โดยมีผลการอนุมัติของแต่ละโครงการดังนี้ 1) โครงการบ้านมั่นคง 3,097 ครัวเรือน (เป้าหมาย 3,370 ครัวเรือน) 2) โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชั่วคราว กรณีไหม้ไล่รื้อ ภัยพิบัติ 124 ครัวเรือน (เป้าหมาย 165 ครัวเรือน) 3) โครงการบ้านพอเพียง ที่ดำเนินการเกินกว่าเป้าหมาย โดยมีการอนุมัติแล้ว 17,164 ครัวเรือน จากเป้าหมาย 15,634 ครัวเรือน 4) โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง มีการอนุมัติครบตามเป้าหมาย จำนวน 151 ครัวเรือน 4) โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมรางรถไฟ 1,805 ครัวเรือน (เป้าหมาย 2,300 ครัวเรือน) และจากผลการดำเนินการดังกล่าว ในที่ประชุมได้เสนอให้ดำเนินการอนุมัติโครงการและงบประมาณที่เหลือภายในเดือนพฤษภาคมนี้ รวมทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณที่ได้มีการอนุมัติแล้ว ตลอดจนเร่งฟื้นฟูคลี่คลายปัญหาองค์กรที่มีข้อติดขัด โดยเน้นการทำงานเป็นทีมร่วมทั้งเครือข่ายองค์กรชุมชนและภาคีในพื้นที่ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานเชิงลึก พร้อมกันนี้ได้เสนอให้แต่ละภาคจัดเวทีหารือร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนและภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
ในขณะที่ พอช. มีนโยบายในการทบทวนและจัดทำแผนระยะ 3 ปี เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนให้สอดรับกับทิศทางร่วมกัน จึงมีแผนและแนวทางในการทบทวนและจัดทำแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบทระยะ 3 ปี (2570 – 2572) ขึ้น ที่เน้นชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาตนเอง สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต โดยระดมความเห็นจากเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจากทั้ง 5 ภาค และภาคี เครือข่ายต่างๆ ที่เข้าร่วม
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์และผลกระทบจากวิกฤติการณ์ความขัดแย้งและภัยสงครามในตะวันออกกลาง ไม่เพียงแต่จะส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพทั่วโลกสูงขึ้น แต่ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัสดุก่อสร้างบ้านและการเดินทางสนับสนุนการดำเนินงานของทั้งขบวนองค์กรชุมชนและผู้ปฏิบัติงานของสถาบัน ทั้งนี้ พอช. ได้มีนโยบายสำคัญในการรับมือกับวิกฤติพลังงาน ด้วยการให้มีการปรับแผนงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะโครงการบ้านมั่นคง โครงการบ้านพอเพียงให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น โดยต้องมีการประชุมและมีมติร่วมกันจากสมาชิกชุมชน พร้อมทั้งมีการสนับสนุนให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม และใช้ระบบออนไลน์เป็นหลัก เมื่อดำเนินการไปสักระยะหนึ่งให้มีการสรุปบทเรียน เพื่อนำมาสู่วางวางแนวทางร่วมกันต่อไป











