พอช. สนับสนุนงบประมาณฯ เมืองปากน้ำโพ 10,643,991 บาท
นครสวรรค์ เปิดเวทีบันทึกความร่วมมือ หนุนงบประมาณกว่า 10.6 ล้านบาท ขับเคลื่อน 5 โครงการยุทธศาสตร์ มุ่งสร้างระบบนิเวศชุมชนฝ่าวิกฤตประชากรสู่ความมั่นคงของมนุษย์อย่างยั่งยืน แนวทางการพัฒนาที่ถูกต้องต้องเริ่มจากประชาชน เปิดโอกาสให้เครือข่ายชุมชนเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาตนเอง ชี้รูปธรรมความสำเร็จบ้านพอเพียงและบ้านมั่นคงคือบทพิสูจน์การพัฒนาที่ยั่งยืน
รวมพลังขบวนองค์กรชุมชนคนปากน้ำโพ
นครสวรรค์/19มีนาคม69 –สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ จัดเวที “บันทึกความร่วมมือการสานพลังเสริมสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนเข้มแข็ง สู่จังหวัดจัดการตนเอง” โดยมีนายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายวิเชียร พลสยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. นายนิพัฒน์ ปรีศิริ นายอำเภอเก้าเลี้ยว พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจาก 44 ตำบล เข้าร่วมกว่า 200 คน ณ เรือนร่มไม้รีสอร์ท อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์
นายเศวด เพชรนุ้ย
“ถ้าบ้านดี ประเทศชาติจะดี”
นายเศวด เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์กล่าวว่า จังหวัดนครสวรรค์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาความยากจนและการลดความเหลื่อมล้ำ ตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสวัสดิการและมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ซึ่งขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ถือเป็น “ผู้ก่อการดี” ที่มีปณิธานแน่วแน่ในการพัฒนาพื้นที่โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นิทรรศการพื้นที่รูปธรรมสินค้าชุมชน
นายเศวดกล่าวต่อ ทิศทางที่ขบวนองค์กรชุมชนนครสวรรค์กำลังเดินอยู่นี้ สอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะการขยายผลการสร้างโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การที่ภาคประชาชนร่วมกันจัดทำ “แผนยุทธศาสตร์ภาคประชาชน (พ.ศ. 2566 – 2570)” ที่บูรณาการความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงถือเป็นการก้าวเดินที่มาถูกทิศถูกทางที่สุด
“ผมเชื่อมั่นในหลักการที่ว่า ถ้าทุกบ้านดี หมู่บ้านก็จะดี และส่งผลให้ประเทศชาติโดยรวมดีไปด้วย การที่พี่น้องประชาชนร่วมกันคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมทำ เป็นแนวทางการพัฒนาเมืองที่มาถูกทิศทางแล้ว” นายเศวดกล่าว
นางอร่ามศรี จันทร์สุขศรี
“คนปากน้ำโพไม่ทิ้งกัน”
นางอร่ามศรี จันทร์สุขศรี ประธานคณะกรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดนครสวรรค์กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขบวนชุมชนไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง ได้มีการจัดโครงสร้างอย่างเป็นระบบ มีคณะทำงานระดับจังหวัดถึง 48 คน ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนที่คัดสรรมาจากโซนอำเภอต่างๆ ผสานความร่วมมือกับนักวิชาการและภาคประชาสังคม เพื่อเป้าหมายเดียวคือการทำให้ “คนตัวเล็กตัวน้อย” ในนครสวรรค์มีชีวิตที่ดีขึ้น ภารกิจของพวกเขาครอบคลุมทุกมิติที่กระทบต่อปากท้องและความเป็นอยู่ ตั้งแต่การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้มั่นคงปลอดภัย การยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เป็นหลักประกันยามเจ็บป่วยหรือชราภาพ ไปจนถึงการส่งเสริมอาชีพและรายได้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ผันผวน ที่สำคัญขบวนชุมชนแห่งนี้ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง “ความโปร่งใส” โดยร่วมมือกับ ปปท. ในการสร้างกลไกตรวจสอบและต่อต้านการทุจริต เพื่อให้แน่ใจว่าทรัพยากรทุกอย่างจะตกถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ
ขบวนองค์กรชุมชนเมืองปากน้ำโพ “รวดเร็ว ทันสมัยโปร่งใส เที่ยงธรรม”
นางอร่ามศรีกล่าวต่อ ในปีงบประมาณ 2569 นี้ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ได้รับการอนุมัติงบประมาณจาก พอช. รวมทั้งสิ้น 5 โครงการระดับจังหวัด ครอบคลุม 44 ตำบล และ 9 กองทุนสวัสดิการ รวมเป็นวงเงินกว่า 10.6 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณก้อนนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “จังหวัดจัดการตนเอง” โดยมีการวางระบบบริหารจัดการโครงการที่มีธรรมาภิบาลและการเบิกจ่ายที่รวดเร็วผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบูรณาการแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน เข้าสู่แผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อให้ความต้องการของประชาชนถูกรับฟังและแก้ไขในเชิงนโยบาย การจะสร้างความเข้มแข็งที่แท้จริงได้นั้น ชุมชนต้องเป็นตัวนำในการแก้ปัญหา ผสานกับการสานพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นางอร่ามศรีกล่าวในตอนท้าย
นายวิเชียร พลสยม
“ชุมชนเป็นตัวตั้ง” คนตัวเล็กสร้างรากฐานเข้มแข็ง มุ่งเป้าจังหวัดจัดการตนเอง
นายวิเชียร พลสยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งในความหมายของ พอช. คือการส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวกันของคนในชุมชน เพื่อลุกขึ้นมาจัดการปัญหาที่กระทบต่อวิถีชีวิตด้วยมือของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยที่ทรุดโทรม การขาดแคลนสวัสดิการพื้นฐาน หรือปัญหาที่ดินทำกิน กระบวนการเหล่านี้จะสำเร็จได้ต้องเริ่มจากการที่ชุมชนมี “แผนที่ชีวิต” หรือแผนยุทธศาสตร์ระดับตำบลที่ชัดเจน โดยใช้ข้อมูลจริงในพื้นที่เป็นตัวนำทาง เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น และภาคเอกชน ให้มองเห็นเป้าหมายเดียวกัน
นายวิเชียรกล่าวต่อ หัวใจสำคัญคือเราต้องทำให้องค์กรชุมชนเป็นกลไกหลัก ไม่ใช่เพียงผู้รับการสงเคราะห์ แต่เป็นผู้ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง” เมื่อคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคมมารวมกลุ่มกันเป็นองค์กรที่เหนียวแน่น จะเกิดการเรียนรู้และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้แม้ในยามวิกฤต โดยมี พอช. ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางและสนับสนุนทรัพยากรเพื่อให้แผนงานต่างๆ กลายเป็น “นโยบายที่กินได้จริง” และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน
การยกระดับจากปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การสร้าง “พลังร่วมทางนโยบาย” เมื่อเสียงของชาวบ้านในแต่ละตำบลร้อยเรียงกันเป็นยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดและระดับภาค เสียงเหล่านั้นจะมีพลังเพียงพอที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปกฎหมายที่ดินหรือการจัดสรรงบประมาณที่ตรงจุด ซึ่งถือเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะพานครสวรรค์ไปสู่เป้าหมาย “จังหวัดจัดการตนเอง” นายวิเชียรกล่าว
เวทีบันทึกความร่วมมือการสานพลังเสริมสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนเข้มแข็ง
ยกระดับงบประมาณสู่ชุมชน 10.6 ล้านบาท
พอช. สนับสนุนงบประมาณรวมทั้งสิ้น 10,643,991 บาท เพื่อนำไปพัฒนาและยกระดับชุมชน มีการใช้ระบบโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่งตรงถึงระดับตำบลและกองทุนแบบทันที ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วและสร้างมาตรฐานความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล ครอบคลุมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5 ด้านหลัก ได้แก่ การเสริมสร้างขีดความสามารถชุมชน การสร้างระบบนิเวศชุมชนท้องถิ่นฝ่าวิกฤตประชากร การสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน 9 กองทุน โครงการบ้านพอเพียงเพื่อการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย งบประมาณสนับสนุนการบริหารจัดการจังหวัดจัดการตนเอง
ประกาศเจตนารมณ์ฯ
คำประกาศเจตนารมณ์การสานพลังเสริมสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนเข้มแข็งสู่จังหวัดจัดการตนเอง
เพื่อเป็นคำมั่นสัญญาสาธารณะในการขับเคลื่อนจังหวัดนครสวรรค์ไปสู่การบริหารจัดการตนเองอย่างมีส่วนร่วม เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ได้วางยุทธศาสตร์สำคัญคือการให้ “ชุมชนเป็นเจ้าของโครงการ” โดยมีคณะทำงานเครือข่ายระดับจังหวัดเป็นแกนกลางเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีพัฒนา เพื่อเปลี่ยนผ่านจากผู้รับผลกระทบสู่การเป็นผู้กำหนดทิศทางการพัฒนา ดังต่อนี้
- เราเป็นพลเมืองในจังหวัดมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กำหนดทิศทางการพัฒนาการบริหารจัดการจังหวัดตนเองในทุกด้าน
- เรามีความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานพัฒนาของจังหวัดร่วมกัน
- เรามีแผนชุมชนพัฒนาของจังหวัดที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัด เพื่อให้เกิดการแก้ไขในมิติต่างๆ ของประชาชน
- เรามีการบูรณาการทรัพยากรทั้งจากภาคประชาชน ภาคประชาสังคมภาคเอกชน ภาครัฐ และหน่วยงานที่สำคัญในจังหวัด
- เรามีการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ชุมชน ตำบลให้เข้มแข็งครอบคลุมทั้งจังหวัด
คำประกาศเจตนารมณ์ฉบับนี้ เป็นสัญญาร่วมกันของคณะทำงานเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ ที่จะร่วมมือกับภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคีทุกภาคส่วน ในการสานพลังเสริมสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนเข้มแข็งสู่จังหวัดจัดการตนเอง ทั้งนี้เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วหน้า
ผลิตภัณฑ์จากหวายเทียมอีกหนึ่งอาชีพเสริมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน
















