สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน 3 จังหวัด เปิดเวทีถอดบทเรียน “บึงสามัคคีโมเดล” จังหวัดกำแพงเพชร พิสูจน์ความสำเร็จทฤษฎี “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน” พลิกโฉมสวัสดิการจากการสงเคราะห์ สู่โครงข่ายรองรับทางสังคมครบวงจร 10 มิติ พร้อมโชว์นวัตกรรมแก้หนี้นอกระบบและธุรกิจชุมชนที่สร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่สมาชิก
จังหวัดกำแพงเพชร /27 กุมภาพันธ์ 2569 —สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พรือ พอช. โดย สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร จัด “เวทีคืนข้อมูลโครงการศึกษาแนวทางการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนสู่การเป็นโครงข่ายรองรับทางสังคม” เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนและยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง ระหว่างวันที่ 25 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมจาก เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน ร่วมด้วย กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบึงสามัคคี อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร กองทุนสวัสดิการชุมชนเครือข่ายเมืองสิงห์บุรี ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลเสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 50 คน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงสามัคคี อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร
ดร.มณเฑียร สอดเนื่อง คณะอนุกรรมการสวัสดิการชุมชน (ใส่เสื้อสีขาว)
ดร.มณเฑียร สอดเนื่อง คณะอนุกรรมการสวัสดิการชุมชน กล่าวว่า การยกระดับกองทุนในยุคใหม่ไม่ใช่แค่การสงเคราะห์แบบ “จ่าย-รับ-จบ” แต่ต้องก้าวไปสู่การเป็นกลไกแก้ไขปัญหาของสังคมในภาพรวม โดยการสร้าง “โครงข่ายรองรับทางสังคม” ที่มีตาข่ายถี่ที่สุด เพื่อไม่ให้ใครหลุดรอดจากความช่วยเหลือ
จาก “จ่ายตาย” สู่สวัสดิการครบวงจร 10 มิติ
หัวใจสำคัญของการจัดเวทีครั้งนี้คือการถอดบทเรียนความสำเร็จของ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบึงสามัคคี หรือ “บึงสามัคคีโมเดล” ที่ใช้ทฤษฎี “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน” สร้างความเข้มแข็งจากภายใน จากจุดเริ่มต้นในปี 2550 ที่เน้นเพียงสวัสดิการกรณีเสียชีวิต ปัจจุบันได้ขยายผลครอบคลุมทุกช่วงวัยถึง 10 มิติ อาทิ การเกิด มอบเงินรับขวัญเด็กเกิดใหม่ 600 บาท การศึกษา มอบทุนการศึกษา 1,000 บาทต่อปี จนจบการศึกษา การเจ็บป่วย ค่าชดเชยรายวันคืนละ 200 บาท ผู้สูงวัย มอบบำนาญสมทบ 1,200 บาท เมื่อเป็นสมาชิกครบเงื่อนไข สวัสดิการมงคล ครอบคลุมทั้งงานแต่งงานและงานบวช
นวัตกรรมชุมชน ตัดวงจรหนี้ เพิ่มรายได้สวัสดิการ
นอกเหนือจากตัวเงิน กองทุนฯ ยังสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกอย่างยั่งยืน สถาบันการเงินชุมชน กลไกแก้หนี้นอกระบบที่ให้กู้ระยะสั้น 7 วัน ดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 และไม่คิดดอกเบี้ยหากคืนภายใน 1 เดือน ธุรกิจเพื่อชุมชน การดำเนินงานโรงสีข้าวหอมชลสิทธิ์ (น้ำตาลต่ำเพื่อสุขภาพ), ปั๊มน้ำมันชุมชนเพื่อลดต้นทุนเกษตรกร และโรงน้ำดื่มบึงสามัคคี เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่กองทุนสวัสดิการ
เวทีดังกล่าวนี้ยังได้นำเสนอผลการวิจัยเปรียบเทียบ 3 พื้นที่ต้นแบบ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบึงสามัคคี อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร กองทุนสวัสดิการชุมชนเครือข่ายเมืองสิงห์บุรี ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลเสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ ให้กลายเป็นเครื่องมือในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างความมั่นคงให้ชีวิตประชาชนในระดับฐานรากต่อไป


















