ในวันที่มวลน้ำมหาศาลโหมเข้าท่วมท้นชุมชนเมืองหาดใหญ่ เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด บ้านเรือนจมอยู่ใต้น้ำ และผู้คนนับหมื่นชีวิตต้องเผชิญกับความมืดมิดและความไม่แน่นอน ชุมชนหลายแห่งกลายเป็นเกาะที่ถูกแยกออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง สถานการณ์เช่นนี้เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งทางกายภาพในการเอาชีวิตรอด หนักหน่วงต่อสภาพจิตใจและความเป็นปึกแผ่นของสังคม ท่ามกลางความสับสนอลหม่านและความต้องการความช่วยเหลือที่ดังระงม ในโมงยามที่มืดมนที่สุดนั้นเอง กลับปรากฏแสงสว่างแห่งความหวังจากเครือข่ายผู้คนที่พร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือที่รู้จักกันในชื่อ พอช. องค์กรที่มีภารกิจหลักในการ “ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรชุมชน” ให้มีความเข้มแข็ง ทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศ ด้วยความเชื่อมั่นว่าชุมชนที่เข้มแข็งคือรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ เมื่อภัยพิบัติมาถึง จึงไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ สามารถเข้ามาเชื่อมต่อและระดมเครือข่ายพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันมา ตอบสนองต่อวิกฤตได้อย่างทันท่วงที
พอช. ได้เริ่มต้นปฏิบัติการโดยการร่วมมือกับพันธมิตรหลักในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สภาองค์กรชุมชน, องค์กรปกครองท้องถิ่น, วัด และโรงเรียน ฯลฯ การทำงานคือการ “เชื่อมศักยภาพ” ของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน โดยอาศัยความเข้าใจในพื้นที่ขององค์กรท้องถิ่น และใช้เครือข่ายองค์กรชุมชนในการกระจายความช่วยเหลือ สนับสนุนงบประมาณบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนโดยตรง เพื่อให้ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักสามารถนำไปซ่อมแซมบ้าน หรือใช้เป็นงบฉุกเฉินสำหรับชุมชน
ภารกิจหลักในระยะเร่งด่วนคือการจัดตั้ง “ครัวกลางช่วยภัยพิบัติ” เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของผู้ประสบภัยที่ถูกตัดขาดอย่างเร่งด่วนที่สุด จากการระดมความร่วมมือ พอช. และเครือข่ายสามารถเปิดครัวกลางได้ กว่า 40 จุด ในหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ น้ำใจที่หลั่งไหลมารวมกันเพื่อผลิตและแจกจ่ายอาหารพร้อมทาน น้ำดื่ม และชุดยังชีพ ส่งตรงถึงมือประชาชนหลายหมื่นชีวิตที่กำลังรอคอยกำลังใจ ปฏิบัติการในระยะเร่งด่วนนี้คือการสร้างหลักประกันความมั่นคงทางอาหารและฟื้นฟูขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง ก่อนจะนำไปสู่ขั้นตอนการฟื้นฟู
เมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเริ่มคลี่คลายและระดับน้ำลดลง ภารกิจที่ท้าทายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น คือการเปลี่ยนผ่านจากการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าไปสู่การฟื้นฟูชุมชนในระยะกลางและระยะยาว เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงกว่าเดิม แนวทางการทำงานของ พอช. ในระยะฟื้นฟูนั้น มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ โดยแบ่งออกเป็นขั้นตอนดังนี้คือ 1.สำรวจความจริงเพื่อวางแผนที่ตรงจุด แทนที่จะประเมินจากบนลงล่าง พอช. และเครือข่ายได้ลงไปพูดคุยกับชาวบ้าน สำรวจทุกบ้านเรือนและความเสียหายของชุมชน เพื่อให้แผนการฟื้นฟูที่เกิดขึ้นมาจากความต้องการที่แท้จริง นำทางสู่การช่วยเหลือที่ตรงจุดที่สุด 2.สร้างเกราะป้องกันสำหรับอนาคต นอกจากการซ่อมสร้างสิ่งที่เสียหาย การมองไปข้างหน้าคือสิ่งจำเป็น สนับสนุนการจัดอบรมให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อมอบเครื่องมือและองค์ความรู้ให้คนในชุมชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตครั้งต่อไป 3.มุ่งสู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนกว่าเดิม เป้าหมายคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตหลังวิกฤตให้ดีและมั่นคง
การทำงานของ พอช. และเครือข่ายชุมชนในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ได้มีบทเรียนที่สามารถสรุปออกมาเป็นสาระสำคัญได้คือ พลังของการทำงานแบบเครือข่าย การที่ พอช. ลงไปช่วยเหลือและทำงานผ่านองค์กรท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม เช่น สภาองค์กรชุมชน วัด หรือ อปท. ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เพราะอาศัยทั้งความคุ้นเคยในพื้นที่ ความไว้วางใจจากชาวบ้าน และทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น ชุมชนคือศูนย์กลางการแก้ปัญหา หัวใจสำคัญที่ทำให้การช่วยเหลือครั้งนี้ คือการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสำรวจความเสียหายไปจนถึงการวางแผนฟื้นฟู วิธีการนี้ทำให้การช่วยเหลือตอบโจทย์ความต้องการจริง เปลี่ยนสถานะของพวกเขาจาก “ผู้รับ” ที่รอคอยความช่วยเหลือ ไปสู่การเป็น “ผู้ลงมือทำ”
ณัฐชานนท์ ทองคำ : เรื่อง
ธิปไตย ฉายบุญครอง : เรียบเรียง












