รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นำคณะผู้บริหารพม. ลงพื้นที่เขตหลักสี่ ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนริมคลองเปรมประชากร พร้อมเป็นประธานมอบทะเบียนบ้านแก่สมาชิกชุมชนมิตรประชาพัฒนา 92 ครัวเรือน ชื่นชมโมเดลความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนริมคลองให้มั่นคงและยั่งยืน
หลักสี่/8 ธันวาคม 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และคณะผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ชุมชนมิตรประชาพัฒนา เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
รมว.พม. ลงเรือจาก ท่าเรือวัดหลักสี่ ถึง ชุมชนมิตรประชาพัฒนา เพื่อติดตามความก้าวหน้าการ ก่อสร้างเขื่อนริมคลองเปรมประชากรสองฝั่ง ในระยะทางประมาณ 1,600 เมตร ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาผ่าน 6 ชุมชน เพื่อให้เห็นภาพรวมของการจัดระเบียบที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน
“อาชีพมั่นคง” เชื่อมต่อ ล้อ ราง เรือ เป็นภารกิจถัดไปหลังได้บ้าน
นายอัครา พรหมเผ่า รมว.พม. กล่าวว่า แม้ชุมชนจะมีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ภารกิจต่อไปที่รัฐบาลและ พม. จะดำเนินการต่อคือการสร้าง “อาชีพที่มั่นคง” ในชุมชน เพื่อเติมเต็มการลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกทุกเพศทุกวัย นโยบายสำคัญที่ได้รับมอบหมายจากสำนักนายกรัฐมนตรี ในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวง พม. (เจ้าภาพหลัก), กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสร้างโครงสร้างความมั่นคงที่เข้มแข็งให้กับประชาชน
รมว.พม.กล่าวถึง แผนการส่งเสริมอาชีพที่เป็นรูปธรรมสำหรับสมาชิกในชุมชน โดยเน้นการใช้แรงน้อยแต่มีค่าตอบแทนสูง กลุ่มผู้สูงอายุ กระทรวง พม. จะทำงานร่วมกับ กรมหม่อนไหม (กระทรวงเกษตรฯ) เพื่อส่งเสริมการ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ในพื้นที่รอบบ้าน โดยกรมหม่อนไหมจะสนับสนุนกล้าหม่อนและตัวไหม และรับซื้อรังไหมคืนถึงหน้าชุมชน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุได้ประมาณ 250 บาทต่อรัง หรือประมาณ 1,000 – 2,500 บาทต่อเดือน หากเลี้ยง 10 ถาด กลุ่มเยาวชนและคนทั่วไป ส่งเสริมให้เยาวชนและสมาชิกที่สนใจเป็น อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เพื่อใช้โซเชียลมีเดียในการ ไลฟ์สดขายของ สร้างรายได้ระหว่างเรียน หรือเป็นอาชีพเสริมให้กับพ่อบ้านแม่บ้านที่ไม่อยากออกไปทำงานนอกบ้าน
นายอัครากล่าวต่อ เมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อนเสร็จสมบูรณ์ กรมชลประทานจะผลัก น้ำสะอาดจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้ามาในคลอง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาในมิติอื่น กรมประมงจะเข้ามาปล่อยปลาและกุ้ง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ทางบก ทางราง และทางน้ำ โดยจะมีการสนับสนุนเรือสำหรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน ทำให้ชุมชนมี ท่าเรือ ที่รองรับนักท่องเที่ยว รมว.พม. ยกตัวอย่างความสำเร็จของ คลองแม่ข่า ที่เชียงใหม่ โดยหวังให้ชุมชนริมคลองเปรมประชากรกลายเป็น “หนึ่งจุดเช็คอิน” ด้านการท่องเที่ยวทางเรือ
ในส่วนของสวัสดิการสังคม ได้ประกาศแผนการปรับปรุงสวัสดิการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำอย่างถ้วนหน้ารัฐบาลจะปรับเพิ่มเบี้ยอุดหนุนการเลี้ยงดูบุตรสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 6 ขวบ เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้าต่อครอบครัว (จากเดิม 600 บาท) เตรียมปรับเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า ให้กับทุกคนที่ย่างเข้าวัย 60 ปีขึ้นไป โดยไม่มีระบบขั้นบันได (600, 700, 800 บาท) เตรียมปรับเบี้ยคนพิการถ้วนหน้าเป็น 1,000 บาท (จากเดิม 800 บาท) พร้อมประกาศจะ ปรับหลักเกณฑ์การประเมินความพิการใหม่ จากเดิมที่เน้นทางกายภาพมากเกินไป ให้เปลี่ยนมาเป็น ประเมินทางสังคม เพื่อให้บุคคลที่มีความบกพร่องบางส่วน เช่น ตาบอดข้างเดียว หรือนิ้วขาดเพียงข้อเดียว สามารถเข้าถึงสวัสดิการและได้รับบัตรคนพิการได้ นายอัครากล่าวในตอนท้าย
ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนริมคลองเปรมประชากร
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวถึง “โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร” ว่าเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลและกระทรวง พม. ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ริมคลอง และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ทั่วถึง ดำเนินการตามหลักการ มีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีประชาชนเป็นแกนกลาง มุ่งเน้นการ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ผ่านการทำงานเชิงรุกและการบูรณาการระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ
นายกฤษดา กล่าวว่า โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร มีเป้าหมายรวม 38 ชุมชน 6,386 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่เขตหลักสี่ จตุจักร ดอนเมือง และจังหวัดปทุมธานี ปัจจุบัน ชุมชนริมคลองเปรมประชากร ได้ดำเนินการ รื้อย้ายบ้านรุกล้ำเดิม และ ก่อสร้างบ้านพร้อมระบบสาธารณูปโภคแล้วเสร็จจำนวน 2,495 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 39 ของเป้าหมายทั้งหมด
ชุมชนมิตรประชาพัฒนา ที่เป็นหนึ่งในพื้นที่รูปธรรมความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ซึ่งมีการสนับสนุนที่ชัดเจน ได้แก่ ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย พอช. ได้สนับสนุน งบประมาณรวมกว่า 15 ล้านบาท สำหรับพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและอุดหนุนการก่อสร้างบ้าน พร้อมทั้งสนับสนุน งบสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อย วงเงินกว่า 36 ล้านบาท ทำให้ชุมชนสามารถ ก่อสร้างบ้านใหม่ได้ครบ 92 ครัวเรือน และสมาชิกทุกครัวเรือนเข้าอยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว นอกเหนือจากบ้านและโครงสร้างพื้นฐาน พอช. ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบกระบวนการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เช่น แนวคิด “บ้านกลาง” สำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย ซึ่งชุมชนร่วมสมทบสร้างจนเกิดขึ้นจริง รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนา พื้นที่สีเขียวและสวนครัวอินทรีย์ ที่ช่วยลดรายจ่าย สร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในชุมชน นายกฤษดากล่าว
“มิตรประชา” ความสำเร็จเกิดจากการพึ่งพาตนเอง
นายอัมรินทร์ จารุตามระ ผู้อำนวยการเขตหลักสี่กล่าวว่า ชุมชนมิตรประชาพัฒนาถือเป็นพื้นที่สำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม โดยมีการจัดการพื้นที่ที่สอดคล้องทั้งด้านความมั่นคงของที่อยู่อาศัย การพัฒนาสภาพแวดล้อม และศักยภาพของประชาชน ความสามารถของสมาชิกชุมชนในการรวมตัวกันเพื่อ จัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน เพื่อบริหารจัดการและพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ด้วยตนเอง การที่ชุมชนสามารถรวมตัวจัดตั้งสหกรณ์เพื่อบริหารจัดการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ด้วยตนเอง ถือเป็นตัวอย่างของ ชุมชนเข้มแข็ง ที่เติบโตจากการ พึ่งพาตนเอง ควบคู่กับการสนับสนุนจากรัฐบาล
เครือข่ายชุมชนริมคลองเปรมประชากร ยื่น 5 ข้อเสนอเชิงนโยบายถึงรัฐบาล
นายฐิตพล น้อยจาด ผู้แทนเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง ยื่นแถลงการณ์ต่อ รมว.พม. ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการปฏิบัติงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองอย่างจริงจัง ผ่านการจัดทำ MOU ระหว่าง 10 หน่วยงานหลัก พร้อมขอให้ทบทวนแผนแม่บทฯ และมีมาตรการจัดการกับกลุ่มผู้คัดค้านที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาและข้อจำกัดที่ขัดขวางความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร ข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 ประการที่เครือข่ายฯ ยื่นต่อรัฐบาล มีดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการนำนโยบายการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ ไปปฏิบัติในทิศทางเดียวกันอย่างจริงจัง เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น 2. ขอให้มี ผู้แทนของเครือข่ายฯ เข้าร่วมให้ข้อมูล ในการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานที่รัฐบาลได้แต่งตั้งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการฯ ทั้งในระดับนโยบายและระดับการแก้ปัญหาในพื้นที่ 3. รัฐบาลควรจัดให้มีการ บันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สำนักการระบายน้ำ, กรมธนารักษ์, พอช., การไฟฟ้า, การประปา, กรมที่ดิน, กรมส่งเสริมสหกรณ์, กรมตรวจบัญชีสหกรณ์, จังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นกรอบการทำงานที่ชัดเจน 4. รัฐบาลควรจัดให้มี มาตรการและแนวทางในการจัดการกลุ่มหรือบุคคลที่คัดค้าน และเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการ รวมถึงเร่งรัดการดำเนินการทางกฎหมายโดยภาครัฐ ให้เกิดความชัดเจนและเป็นรูปธรรม 5. ขอให้มีการ ทบทวนแก้ไขแผนแม่บท การพัฒนาคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร ให้สอดคล้องกับการพัฒนาในพื้นที่ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาและข้อจำกัดในการดำเนินงาน
สหกรณ์เคหสถานมิตรประชาพัฒนา จำกัด
ชุมชนมิตรประชาพัฒนา เขตหลักสี่ ซึ่งเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ริมคลองเปรมประชากร บริเวณติดกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้กลายเป็นรูปธรรมความสำเร็จของการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง โดยสมาชิกชุมชนได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็น “สหกรณ์เคหสถานชุมชนมิตรประชาพัฒนา จำกัด” เพื่อบริหารโครงการอย่างเป็นระบบ การพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชนนี้ดำเนินการบนที่ดินของกรมธนารักษ์ ขนาด 4 ไร่ 2 งาน 33 ตารางวา โดยได้รับสิทธิเช่าระยะเวลา 30 ปี รูปแบบการแก้ไขปัญหาคือการปรับปรุงในที่ดินเดิมให้กับสมาชิกจำนวน 92 ครัวเรือน
ปัจจุบัน โครงการได้ดำเนินการ ก่อสร้างบ้านใหม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้ง 92 ครัวเรือน โดยสมาชิกทั้งหมดได้เข้าอยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว บ้านเรือนที่ก่อสร้างมี 2 รูปแบบ คือบ้านแถว 1 ชั้น และบ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4×7 เมตร โครงการมิตรประชาพัฒนา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนรวมทั้งสิ้น 15,098,000 บาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการอย่างรอบด้าน งบประมาณดังกล่าวครอบคลุมทั้งการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค 4,950,000 บาท , งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย 2,475,000 บาท , และงบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบถึง 7,128,000 บาท
ทั้งนี้ ชุมชนยังมีสมาชิกกลุ่มเปราะบางที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ 10 คน , ผู้พิการ 1 คน , ผู้ป่วยติดเตียง 4 คน และคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว 1 คน
รมว.พม. ยังได้มอบทะเบียนบ้านให้แก่สมาชิก สหกรณ์เคหสถานมิตรประชาพัฒนา จำกัด จำนวนรวม 92 ครัวเรือน พร้อมทั้งมอบถุงกำลังใจให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาส จำนวน 2 ราย และมอบถุงกำลังใจให้กับผู้พิการ จำนวน 1 ราย และเยี่ยมชมบ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จของชุมชนมิตรประชา
























