ตำบลคลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีทั้งหมด 28 หมู่บ้าน จำนวน 7,322 ครัวเรือน ประชากร 19,279 คน ส่วนใหญ่เข้ามาบุกเบิกที่ดินทำกินเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน โดยมาจากจังหวัดต่างๆ เช่น ลำปาง น่าน แพร่ เชียงราย ลำพูน ร้อยเอ็ด นครพนม นครสวรรค์ พิจิตร นครศรีธรรมราช ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงอาศัยอยู่ที่หมู่ที่ 16 บ้านสามัคคีธรรมอีก 30 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์
ลักษณะภูมิประเทศของตำบลน้ำไหลเป็นที่ราบเชิงเขา มีภูเขาสลับซับซ้อน ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีน้ำตกตลอดทั้งปี คือ น้ำตกคลองน้ำไหลหรือน้ำตกปางควาย มีบึงขนาดใหญ่ คือ บึงหล่มที่มีน้ำตลอดทั้งปี มีลำคลองที่ได้รับน้ำจากภูเขา 3 สาย คือ คลองน้ำไหล คลองปิ่นโต และคลองใหญ่
ดึง 109 กลุ่มตั้งสภาฯ แก้ไขปัญหาและพัฒนาตำบล
ในปี 2554 ผู้นำในตำบลคลองน้ำไหลได้รวบรวมกลุ่มต่างๆ ในตำบล จำนวน 109 กลุ่ม เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มสตรี ฯลฯ จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองน้ำไหลขึ้นมา มีตัวแทนจากแต่ละหมู่บ้านๆ ละ 2 คน เป็นสมาชิกสภาองค์กรฯ ในช่วงแรกสภาฯ มีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติบ้านชัยมงคล กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองน้ำไหล กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านชัยมงคล ร้านค้าชุมชนเพื่อการเกษตร และกลุ่มองค์กรต่าง ๆ อีกหลายกลุ่ม
นายทองดี จันทร์หีบ ประธานสภาองค์องค์กรชุมชนตำบลคลองน้ำไหล เล่าว่า ในปี 2558 สภาองค์กรชุมชนได้รับการประสานจากทางเครือข่ายทรัพยากรดิน น้ำ ป่า จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยชนบท เนื่องจากตำบลคลองน้ำไหลตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีปัญหาเรื่องสิทธิที่ดิน ทำกิน ชาวบ้านมีความไม่มั่นคงในที่ดินทำกิน ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ และที่ดินบางส่วนเป็นที่ดินที่อยู่ในความดูแลของ ส.ป.ก. แต่ตกหล่นไม่มีเอกสารสิทธิ
สภาองค์กรชุมชนตำบลคลองน้ำไหลจึงได้แต่งตั้ง ‘คณะทำงานที่ดินตำบลคลองน้ำไหล’ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ในการสำรวจ อบรม การเก็บข้อมูลที่ดินทำกิน และปัญหาที่ดินของตำบล โดยครั้งแรกได้ทำการสำรวจจำนวน 9 หมู่บ้าน และทำเพิ่มอีก 9 หมู่บ้าน รวม 18 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 28 หมู่บ้าน จากนั้นจึงได้เสนอข้อมูลปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยต่อหน่วยงานทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นคงมั่นใจในที่ดินที่ตนเองอยู่อาศัยและทำกิน
ปี 2559 สภาองค์กรชุมชนตำบลคลองน้ำไหลได้เข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหลให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนขึ้นมา จากเดิมที่มีกลุ่มเยาวชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เข้าไปจับกลุ่มมั่วสุมกันในพื้นที่รอบๆ อ่างเก็บน้ำ สมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลจึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาปรึกษาหารือกันในเวทีสภาองค์กรฯ จนได้ข้อสรุปว่าควรจะมีการพัฒนาปรับปรุงทัศนียภาพบริเวณรอบๆ อ่างเก็บน้ำให้ดูสะอาดตา มีความปลอดภัย โดยจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของ
“เมื่อมีการหารือกันแล้วจึงได้เริ่มปรับภูมิทัศน์พื้นที่รอบ ๆ อ่างเก็บน้ำให้มีสภาพแวดล้อมที่สวยงามสะอาดตา ไม่มีจุดสุ่มเสี่ยงมั่วสุมของเยาวชน และมีกิจกรรมสร้างสรรค์ภายในบริเวณอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาปรับภูมิทัศน์ การปลูกต้นไม้รอบอ่าง ปลูกปอเทือง ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ปล่อยปลา แข่งขันตกปลา หลังจากที่มีการพัฒนาอ่างเก็บน้ำแล้ว ชาวบ้านจึงเข้าไปขี่จักรยานและวิ่งออกกำลังกายกันมากขึ้น มีการดูแลเรื่องความสะอาด ช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องไม่ให้มีการมั่วสุม ทำให้อ่างเก็บน้ำกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจของคนในตำบล” นายทองดี จันทร์หีบ ประธานสภาฯ กล่าว
นายทองดี จันทร์หีบ ยังบอกด้วยว่า บริเวณที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหลอยู่ใกล้กับน้ำตกคลองน้ำไหลซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวตลอดทั้งปีๆ ละนับแสนคน ดังนั้นสภาองค์กรชุมชน ผู้นำ และชาวบ้าน จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหลให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคู่กับน้ำตก เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้จากการท่องเที่ยว เช่น ขายสินค้า อาหาร บริการเช่าเต๊นท์ เช่าแพ
นอกจากนี้ยังต้องการให้กิจกรรมการพัฒนาเพื่อสร้างความสามัคคีในชุมชน ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนา ทำให้เกิดความรัก ความใส่ใจในทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชม รวมทั้งให้บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนในชุมชน
เส้นทางพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหลให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
อ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหลตั้งอยู่ห่างจากอำเภอคลองลานประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากที่ตั้งจังหวัดประมาณ 50 กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างในปี 2547 แล้วเสร็จปี 2550 เริ่มกักเก็บน้ำและดำเนินการระบบส่งน้ำในปี 2553 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นแหล่งน้ำในการเพาะปลูกให้แก่พื้นที่ประมาณ 25,000 ไร่ ในเขตตำบลคลองน้ำไหล ตำบลโป่งน้ำร้อน และตำบลสักงาม อำเภอคลองลาน นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อนำน้ำมาใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภค เป็นแหล่งประมงน้ำจืด และเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของคนในตำบล
นายทองดี จันทร์หีบ .ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองน้ำไหล เล่าถึงกระบวนการในการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหลให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวว่า ในปี 2559 มีการประชุมหารือกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนเพื่อระดมปัญหาที่เกิดขึ้นจากการมั่วสุมของเยาวชนบริเวณพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำ และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยน
หลังจากนั้นจึงแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนาฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในตำบล มีการจัดเวทีวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ต้นทุนทรัพยากร และศักยภาพที่มีในชุมชน พบว่า ในตำบลคลองน้ำไหลยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจและเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในตำบลตลอดทั้งปี เฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนคน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว วันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ เช่น น้ำตกคลองน้ำไหล หรือน้ำตกปางควาย มีความสูง 9 ชั้น แต่ละชั้นมีแอ่งน้ำและความสูงแตกต่างกัน มีลานหินกว้างเป็นสีนิลวาววับบริเวณชั้นที่3 เหมาะสำหรับการเล่นน้ำตก จุดเด่นของน้ำตกแห่งนี้ไม่ใช่ที่ตัวน้ำตก แต่อยู่ที่สายน้ำที่เป็นธารยาวต่อจากน้ำตก เป็นสถานที่ที่ผู้มาเที่ยวชมนิยมลงเล่นน้ำมาก เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่ มานั่งทานอาหารแบบปิคนิคริมธาร เด็กๆ สามารถลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน



มีการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันปรับภูมิทัศน์รอบ ๆ อ่างให้มีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ไม่มีจุดที่สุ่มเสี่ยงในการเข้ามามั่วสุมของเยาวชน หลังจากนั้นจึงจัดกิจกรรมสร้างสรรค์บริเวณอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง เช่น การปรับภูมิทัศน์ ปลูกต้นไม้รอบอ่าง ปลูกปอเทือง ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ปล่อยปลา แข่งขันตกปลา ฯลฯรวมทั้งการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในตำบลแห่งใหม่ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
ส่วนการบริหารจัดการ มีคณะกรรมการบริหารจัดการท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหล ประกอบไปด้วย ตัวแทนท้องที่ มีบทบาทในการเป็นคณะกรรมการร่วม ตัวแทนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ เครื่องจักรในการทำงาน ให้คำปรึกษาแนะนำ เจ้าหน้าที่ป่าไม้, ประมง,อุทยานฯ, ตำรวจ, ทหาร เป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนกิจกรรม โดยมีวัดและโรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเช่นกัน ส่วนสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองน้ำไหลเข้ามามีบทบาทในด้านเป็นที่ปรึกษาและคณะทำงาน อำนวยความสะดวกเพื่อให้เกิดการจัดเวทีปรึกษาหารือ การประสานหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันพัฒนา
“จากบทบาทของสภาองค์กรตำบลในการขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จึงทำให้หน่วยงานต่างๆ เข้าใจบทบาทของสภาฯ และสนับสนุนการทำงานของสภาฯ มากขึ้น เช่น ชลประทานเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหล รวมทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้และอุทยานแห่งชาติคลองลาน ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมกิจกรรมทุกครั้ง รวมถึงกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน เอกชน ห้างร้าน ร่วมสนับสนุนน้ำดื่ม อาหาร วัสดุในการทำกิจกรรมตลอดมา” ประธานสภาฯ ยกตัวอย่างผลที่เกิดขึ้น
ส่วนแผนงานที่จะดำเนินการต่อไปนั้น ประธานสภาฯ บอกว่า จะจัดตั้งกลุ่มให้เป็นรูปแบบที่เป็นทางการมีหน่วยงานรับรอง โดยจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อรับงบประมาสนับสนุน การทำแพท่องเที่ยว ทำกังหันลม จัดบริการสถานที่รองรับนักท่องเที่ยว จำหน่ายสินค้าชุมชน ฯลฯ
นอกจากบทบาทการขับเคลื่อนเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนแล้ว สภาองค์กรชุมชนตำบลคลองน้ำไหลยังมีบทบาทการพัฒนาตำบลในด้านอื่นๆ เช่น การจัดตั้งกองทุนที่ดิน การจัดสวัสดิการแก่ชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เช่น ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ โดยยึดหลักความเสมอภาคในการจัดสรรผลประโยชน์ของคนในชุมชน นอกจากนี้ยังทำแนวกันไฟ กิจกรรมปลูกป่า การดูแลป่าชุมชนซึ่งเป็นแหล่งอาหาร สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผืนดิน ฯลฯ เพื่อก้าวไปสู่ตำบลจัดการตนเอง นำไปสู่ความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนต่อไป..!!













