สิงห์บุรี / เมื่อวันที่ 25–26 กรกฎาคม 2568 สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร พอช. ร่วมกับสำนักงานภาคกลางและตะวันตก ได้จัดเวที “ศึกษาแนวทางการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนสู่การเป็นโครงข่ายรองรับทางสังคม” ณ สภาองค์กรชุมชนเทศบาลบางเมืองสิงห์บุรี ตำบลบางมัญ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีกรรมการและสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนเครือข่ายเมืองสิงห์บุรี ผู้แทนหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เข้าร่วมกว่า 35 คน
นางสาวพัชรลดา จุลเพชร (ถือไมค์ในภาพ)
นางสาวพัชรลดา จุลเพชร หัวหน้างานพัฒนาองค์ความรู้ เปิดเผยว่า พอช. ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ 2568 ในโครงการ “การวิจัยศึกษาแนวทางการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนสู่การเป็นโครงข่ายรองรับทางสังคม” ครอบคลุมพื้นที่ศึกษา 5 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี ฉะเชิงเทรา กำแพงเพชร อำนาจเจริญ และภูเก็ต โดยมีทีมวิจัยจากพอช. ภาคีวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และนักวิชาการอิสระเข้าร่วม
ผศ.ดร.เกศกุล สระกวี
ที่ผ่านมา นักวิจัยได้ทบทวนวรรณกรรม ออกแบบเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและการสัมภาษณ์เชิงลึก พร้อมทั้งจัดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการการวิเคราะห์ “ผลตอบแทนทางสังคม (SROI) แบบชาวบ้าน” โดย ผศ.กิตติกาญจ์ หาญกุล และทีมวิทยากร เพื่อทำความเข้าใจการประเมินคุณค่าทางสังคมจากการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชน รวมถึงการระดมความคิดเห็นต่อความเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน
นางสาวสิริกร บุญสังข์
นอกจากนี้ นางสาวสิริกร บุญสังข์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ยังได้นำเสนอการใช้เครื่องมือ Timeline เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเวทีร่วมกันจัดลำดับเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ก่อนและหลังการเกิดกองทุนสวัสดิการชุมชน สะท้อนบทบาทและแนวทางการพัฒนาในอนาคต
นายมณเฑียร สอดเนื่อง
นายมณเฑียร สอดเนื่อง ผู้แทนอนุกรรมการสวัสดิการชุมชนระดับชาติ กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญและความท้าทายของ กองทุนสวัสดิการชุมชน คือการยกระดับบทบาทให้เป็น องค์กรกลางหรือแกนหลัก ในการรวบรวมและบูรณาการระบบเศรษฐกิจและระบบสวัสดิการต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสังคม ให้มาบริหารจัดการร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ โดยกองทุนสวัสดิการชุมชนจะก้าวสู่การเป็น ศูนย์ช่วยเหลือสังคมภาคประชาชน ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และภาคส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดสวัสดิการ หรือองค์กรที่มีบทบาทในการสนับสนุน
ในอนาคต ทุกกองทุนสวัสดิการชุมชนจะได้รับการยกระดับให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือสังคมภาคประชาชน เชื่อมโยงทั้งแหล่งทุนและระบบสวัสดิการที่มีอยู่แล้วให้รวมศูนย์อยู่ที่กองทุนฯ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและครอบคลุมมากขึ้น
การจัด สมัชชาสวัสดิการชุมชนระดับภาคทั้งห้าภาค ได้มีการประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า จะพัฒนายกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนให้ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์ช่วยเหลือสังคมภาคประชาชน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการจัดสวัสดิการและสร้างระบบการดูแลที่ยั่งยืนต่อไป
ช่วงท้าย นายมณเฑียร ผู้แทนคณะอนุกรรมการสวัสดิการชุมชนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของกองทุนในเครือข่ายเมืองสิงห์บุรี ก่อนปิดเวทีอย่างเป็นทางการ โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนยังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกรองรับทางสังคม และควรได้รับการพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นโครงข่ายที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น




















