นับถอยหลังสู่การรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ของคนเล็กคนน้อย แต่ยิ่งใหญ่ด้วยหัวใจ! สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เตรียมเปิดฉากงานใหญ่แห่งปี “มหกรรมวิถีพลังไท 3: พลังองค์กรชุมชน เปลี่ยนประเทศไทย” ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 1 สิงหาคม 2568 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อแสดงให้เห็นว่า “พลัง” ที่ซ่อนอยู่ในชุมชน สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยได้อย่างแท้จริง
‘พลังไท 3’ คืออะไร?
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. เผยที่มาของชื่องาน “มหกรรมวิถีพลังไท 3: พลังองค์กรชุมชน เปลี่ยนประเทศไทย” ว่า ชื่อนี้สะท้อนแนวคิดหลักที่ต้องการเน้นย้ำถึง “พลัง” ที่เกิดจากการรวมตัวกันของคนในชุมชน ทั้งพลังจากความร่วมมือ (มือที่จับกัน) พลังจากความสมัครสมานสามัคคี (ใจที่รวมเป็นหนึ่ง) และพลังที่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ในทุกชุมชนทั่วประเทศ ส่วน “3” ในชื่อ สื่อถึงการจัดงานครั้งที่ 3 และยังหมายถึง “3 พลังหลัก” ที่ขับเคลื่อนองค์กรชุมชน ได้แก่ พลังปัญญา พลังการจัดการ และพลังทุน
งานนี้เกิดขึ้นจากการรวมพลังของ “พหุภาคีพัฒนา” และ “9 ภาคีอาสา” ที่ร่วมมือกันเผยแพร่ข่าวสารและขับเคลื่อนงานอย่างเต็มที่ โดยมีภาคีสำคัญเข้าร่วมมากมาย อาทิ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.), มูลนิธิสัมมาชีพ, มูลนิธิชุมชนไท, สมาพันธ์ SME ไทย, องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมี พอช. ในฐานะผู้จัดหลัก
โชว์ผลงานองค์กรชุมชนเปลี่ยนไทยจากฐานรากสู่ยุทธศาสตร์ชาติ
นายกฤษดา ย้ำว่างานนี้จะแสดงให้เห็นว่าองค์กรชุมชนสามารถ “เปลี่ยนประเทศไทย” ได้จริง ด้วยการสร้างการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากนำเสนอผลงานและรูปธรรมที่ชุมชนได้พลิกฟื้นชีวิตและเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยมือของตนเอง กำหนดและเสนอยุทธศาสตร์ชาติ รวบรวมแนวคิดและประสบการณ์ เพื่อเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของขบวนองค์กรชุมชนต่อรัฐบาล เป็นการขับเคลื่อนนโยบายจากล่างขึ้นบนอย่างแท้จริง สร้างความร่วมมือและนโยบายสาธารณะ เป็นเวทีในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันผลักดันนโยบายที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน แก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมแสดงให้เห็นถึงวิธีที่ชุมชนจัดการกับปัญหาต่างๆ เช่น การสร้างบ้านเพื่อคนทุกคน, การจัดสวัสดิการชุมชน, การสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง, การรับมือภัยพิบัติ, การแก้ไขความเหลื่อมล้ำชาติพันธุ์ และการใช้พลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนประเทศ
รวมสุดยอด Best Practice! เหตุผลที่ต้องมาสัมผัสพลังด้วยตาคุณเอง
นายกฤษดา กล่าวต่อไปอีกว่า งาน “มหกรรมวิถีพลังไท 3” อัดแน่นด้วยจุดเด่นที่พลาดไม่ได้ แหล่งรวม Best Practice: พบกับรูปธรรมงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จจากทั่วประเทศ เห็นของจริง จับต้องได้ เวทีปาฐกถา-เสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ รับข้อมูลเชิงลึกและมุมมองที่หลากหลายจากนักวิชาการ ผู้นำองค์กรพัฒนา และตัวแทนภาครัฐห้องเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์: เปิดโอกาสให้เรียนรู้ ยกระดับองค์ความรู้เฉพาะทาง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง การแสดงศิลปวัฒนธรรมชุมชน: สัมผัสอัตลักษณ์อันงดงามของแต่ละท้องถิ่นผ่านการแสดงหลากหลาย การนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย: เสียงจากประชาชนและชุมชนจะถูกสะท้อนสู่การขับเคลื่อนระดับชาติ
“ห้ามพลาดเพราะคุณจะได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัสเรื่องราวความสำเร็จและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจากชุมชน ได้รับแรงบันดาลใจ องค์ความรู้ใหม่ๆ เข้าใจบทบาทศักยภาพของชุมชน โอกาสสร้างเครือข่าย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศ” นายกฤษดากล่าว
ชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน “พลังองค์กรชุมชน เปลี่ยนประเทศไทย”
ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยานและสัมผัสพลังอันยิ่งใหญ่ของชุมชนในงาน “มหกรรมวิถีพลังไท 3: พลังองค์กรชุมชน เปลี่ยนประเทศไทย” สถานที่จัดงาน: อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันและเวลา: ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 1 สิงหาคม 2568 มาร่วมเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปด้วยกัน
มหกรรมวิถีพลังไท 3 “พลังองค์กรชุมชน เปลี่ยนประเทศไทย” 30 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2568 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
















