ย้อนไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2558 ชาวอนาจเจริญกว่า 20,000 คน เคยร่วมประกาศใช้ “ธรรมนูญประชาชน” เปิดต้นทางสู่โมเดล “เมืองธรรมเกษตร” ที่ผสาน “คุณธรรม” และ “เศรษฐกิจเกษตรกรรม” อย่างสมดุล ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา อำนาจเจริญได้สร้างผลสำเร็จเด่นชัด อาทิ ขยายพื้นที่ปลูกผัก-ข้าวอินทรีย์กว่า 24,000 ไร่ จนได้รับการรับรองมาตรฐานสากล สร้างเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ ปั่นรายได้หมุนเวียนในชุมชนกว่า 150 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังปฏิรูปการศึกษา และดัน GDP ต่อหัวของจังหวัดให้ขยับพ้นจากอันดับรั้งท้ายของประเทศ
อำนาจเจริญ – 24 กรกฎาคม 2568 เครือข่ายประชาชน “คนอำนาจเจริญ” และเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนภาคอีสาน ในงาน “สมัชชาประชาชนฅนอำนาจเจริญ” ภายใต้หัวข้อ “1 ทศวรรษอำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” ซึ่งนับเป็นเป้าหมายสำคัญที่ขบวนพลเมืองอีสาน ผนึกกำลังผลักดันประชาธิปไตยฐานราก และยุทธศาสตร์ “จังหวัดจัดการตนเอง” อย่างมีพลัง โดยมีผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ กว่า 400 คน ณ วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ อ.เมือง จ.อำนาจจเจริญ
“ประชาธิปไตยที่กินได้” จุดไฟเปลี่ยนประเทศไทย!
ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต นิด้า กล่าวว่า “1 ทศวรรษเมืองธรรมเกษตร” ว่าคือหมุดหมายสำคัญที่ขับเคลื่อนแนวคิด “ประชาธิปไตยฐานราก” สู่การเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ด้วยแนวทาง “ประชาธิปไตยที่กินได้” ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ชี้ อำนาจเจริญเป็นต้นแบบการนำแนวคิด “ภาคีพิบาลท้องถิ่น” ที่รวม 5 ภาคส่วน (ประชาชน, ประชาสังคม, รัฐ, เอกชน, วิชาการ) มาบริหารจัดการจังหวัดอย่างแท้จริง พร้อมเผย หลายจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งเชียงราย พังงา สตูล พัทลุง และตราด ได้เริ่มลุกขึ้นขับเคลื่อนประชาธิปไตยฐานรากตามรอยอำนาจเจริญแล้ว
“อย่ารอเทวดา”! ปัญหาหนี้-จน ไม่จบ ถ้าไม่ลุกเปลี่ยน!
นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข ประธานอนุกรรมการสภาองค์กรชุมชนภาคอีสาน เน้นย้ำว่า การเปลี่ยนประเทศไทยจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปล่อยให้รัฐหรือพรรคการเมืองทำฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยพลังของประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องชาวอีสานที่ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ถ้าย้อนถึงปี 2555 ที่ประชาชนกว่า 15,000 คน ร่วมกันประกาศ “ธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ” และปี 2558 ที่ประกาศ “เมืองธรรมเกษตร” ซึ่งสะท้อน “หัวใจที่ใหญ่กว่ามนุษย์ธรรมดา” ของคนอำนาจเจริญ ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างบ้านแปลงเมือง
นายชาติวัฒน์ กล่าวต่อ “อย่ารอเทวดา อย่าหวังพรรคการเมืองจะมาช่วยปลดหนี้ให้” ปัญหาหนี้สิน ความยากจน และความทุกข์ของประชาชน จะไม่จบลง หากคนในชุมชนไม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงร่วมกัน เวทีนี้จึงไม่เพียงจุดไฟแห่งความหวังให้อำนาจเจริญ แต่ยังส่งพลังไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคอีสาน ให้ร่วมกันก้าวข้ามความยากลำบาก และยืนหยัดในแนวทาง “ประชาชนจัดการตนเอง” พร้อมคำมั่นสัญญา “เราจะเดินไปด้วยกัน ไม่มีใครตายกลางทาง”
พอช. ร่วมหลายภาคส่วน หนุน “จังหวัดจัดการตนเอง”
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ประชาธิปไตยฐานรากไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่คือการที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งอำนาจเจริญได้พิสูจน์แล้วว่า “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งคือทางรอดของประเทศ” โดยเฉพาะยามวิกฤต เช่น วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และช่วงโควิด-19 ที่ชุมชนสามารถรองรับคนกลับบ้าน ดูแลกันเอง และฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็ง
นายแพทย์วรัญญู สัตยวงศ์ทิพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวถึง “เมืองธรรมเกษตร” ที่ผสานหลักธรรมะกับการเกษตร และย้ำบทบาทของ สช. ในการสนับสนุนนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ ชี้ อำนาจเจริญมีศักยภาพสูงทั้ง “คน ป่า และวัฒนธรรม” ครบถ้วน พร้อมเสนอแนวคิด “สุ่มพลัง” ที่เปรียบภาคการเมืองเป็นเสาแนวตั้ง ภาคประชาชนเป็นเสาแนวนอน และการรวมกันคือพลังสร้างสรรค์ของประชาธิปไตยท้องถิ่น
นายแพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ สปสช. ได้เสนอ 5 เข็มมุ่ง สู่ “เมืองธรรมเกษตร” เน้นยกระดับกลไกประชาชน ผสานพลังองค์กรชุมชน ผนึกกำลังหน่วยงานระดับชาติ มีส่วนร่วมระบบสุขภาพชุมชน และขยายเครือข่ายคนรุ่นใหม่ ย้ำ “หัวใจของเมืองนี้คือคนอำนาจเจริญ”
นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธาน กขป.เขต 10 ดัน 5 จังหวัดอีสานใต้ (อุบลฯ ยโสธร ศรีสะเกษ มุกดาหาร อำนาจเจริญ) เป็นต้นแบบ “จังหวัดจัดการตนเอง” เชื่อ ธรรมนูญสุขภาพจังหวัดจะเกิดขึ้นจริงใน 5 ปี หากประชาชนผนึกกำลังได้
ในงานยังมีการมอบรางวัลเกียรติคุณแก่ผู้นำชุมชน องค์กร และเยาวชนดีเด่น พร้อมการแบ่งกลุ่มย่อย 5 ห้องเรียนรู้ เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในประเด็นสำคัญ เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ, ความมั่นคงทางอาหาร, สังคมสุขภาวะ, การเรียนรู้ตลอดชีวิต และจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งสะท้อนแนวคิดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และในช่วงท้าย นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวปิดเวทีและมอบธงสัญลักษณ์เมืองธรรมเกษตรให้เยาวชน เพื่อส่งต่อเจตนารมณ์สู่คนรุ่นใหม่ ยืนยันว่า เวทีนี้คือ “พลังเปลี่ยนแปลงประเทศไทย”






















