พอช./ (วันนี้) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดเวทีการสร้างพัฒนาผู้นำเข้มแข็ง สัมมนาภาคีหารือกำหนดทิศทาง ความสำคัญของขบวนองค์กรชุมชน “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งคือทางรอดของประเทศไทย องค์ความรู้ของผู้นำเป็นหัวใจสำคัญ” โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วม อาทิ เช่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เครือข่ายสวัสดิการชุมชน และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 5 ภาค มีผู้เข้าร่วมกว่า 50 คน โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบัน เป็นประธานในเวที ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ชั้น 1 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) บางกะปิ กรุงเทพฯ
นายกฤษดา สมประสงค์
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวถึงความสำคัญของขบวนองค์กรชุมชน ว่า “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งคือทางรอดของประเทศไทย” ขณะนี้เรามีพื้นที่รูปธรรมที่สำเร็จจำนวนไม่น้อย แต่มีพื้นที่อีกจำนวนมากที่ยังต้องพัฒนาต่อ “องค์ความรู้ของผู้นำเป็นหัวใจสำคัญ” ความเสียสละก็เช่นกัน ผู้นำที่ทำงานกับ เครือข่าย พอช. สช. พช. ไทยเบฟ เป็นที่คาดหวังว่าผู้นำจะเป็นแกน เป็นกงล้อไปเชื่อมประสานกับภาคีร่วมพัฒนาอื่นๆ ในจังหวัด
ยุทธศาสตร์ของ พอช. คือการพัฒนาผู้นำ ปีนี้เราทำ Codi Academy (สำนักพัฒนาผู้นำและพัฒนานวัตกรรมชุมชน) ต่อยอดการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ พัฒนาหลักสูตร ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หลักสูตรพัฒนาผู้นำเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรปริญญาโท คณะพัฒนาสังคม เทียบกับหลักสูตรได้ครึ่งหนึ่ง หมายความว่า ถ้าอบรมกับ พอช. สามารถเก็บเป็นวิชาของหลักสูตรนี้ได้และไปลงเรียนอีก 6 วิชา ก็ครบหลักสูตรจบปริญญาโทได้ นอกจากนั้นทาง กพร.ให้ความสำคัญกับผู้นำในปี 2569 จะมีการประเมินผู้นำของ พอช. ในระดับจังหวัดว่าหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับผู้นำ พอช.มีความพึงพอใจแค่ไหน พอช.ยังได้จัดอบรมให้ความรู้กับคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) เพื่อให้ทำหน้าที่บทบาทสำคัญในการพัฒนา ทั้งในระดับจังหวัด ปีนี้จะต่อยอดส่งเสริมศักยภาพโดยติดอาวุธทางปัญหาสำคัญให้รู้เท่าทันโลกโดยพาไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ
ความสำคัญของผู้นำกับการพัฒนาและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า การนำพลังของพื้นที่ชุมชนออกมาเกิดจากการริเริ่มของคนตัวเล็กๆ บางทีเกิดจากการริเริ่มของคนๆ เดียวก่อนแล้วขยายผลสู่วงกว้าง เช่น ตลาดน้ำคลองลัดมะยมเริ่มจากคนที่ไม่อยากเห็นลำคลองสกปรก เก็บขยะคนเดียว ค่อยๆ ขยายจนคนอื่นทำด้วย กลายเป็นตลาดน้ำ การเก็บออมวันละบาท เริ่มจากคนๆ เดียว ชักชวนคนเข้ามาขนขยายเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลมีเงินออมหลายร้อยล้านบาท การเกิดขึ้นของป่าก็เริ่มจากต้นไม้ต้นเดียวกระจายเป็นทั้งป่า ภาครัฐมีเงินน้อยต้องเลือกทำงานในพื้นที่ผู้นำเข้มแข็งก่อนจะต่อยอดต่อไปได้ ภาคเอกชนมีเงินเยอะ ไม่รู้จะไปทำพื้นที่ไหนดี และไม่อยากเห็นทำแล้วไม่สำเร็จอย่างการปลูกป่าที่บางพื้นที่ปลูกทุกปี ตายหมด อย่างนี้เขาก็ไม่อยากทำ แต่ถ้าทำแล้วสำเร็จเราจะหาเพื่อนมาร่วมทำได้มาก เอกชนอยากได้แบบปลูกแล้วรอด สำเร็จ รัฐบาลก็เหมือนกัน อยากทำให้สำเร็จ พอช. เป็นโครงข่ายผู้นำชุมชนเข้มแข็งทั่วไทย ถ้าผู้นำเข้มแข็งจะเปลี่ยนแปลงได้ ให้ผู้นำไปพัฒนาคนอื่นต่อไป
เราต้องสร้างรุ่นถัดไปขึ้นมา ต้องมาคิดกันว่าจะทำอย่างไร ต้องมีการขยายทุกพื้นที่ กระบวนการทางธรรมชาติมีแล้วแต่เราต้องมีสร้างให้เป็นระบบ เราจะทำให้เกิดกระบวนการที่เห็นว่าผู้นำอยู่ตรงไหนได้อย่างไร เราต้องมีทำเนียบ เราต้องวัดได้ว่าผู้นำอยู่ตรงไหนบ้าง อย่างน้อยทุกจังหวัดจะต้องรู้ว่าในหมู่บ้านหนึ่งมีผู้นำเป็นใครบ้าง ในตำบลนี้ ในอำเภอนี้ ในจังหวัดนี้เราต้องไล่เรียงขึ้นมาได้ พลังที่สำคัญที่สุดอยู่ในชุมชน สมัยก่อนผู้นำเกิดแบบธรรมชาติ เวลามีวิกฤติเราจะเห็นบทบาทผู้นำ เช่นครูมุกดา อินต๊ะสาร นักพัฒนาในอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เมื่อก่อนไม่มีงบก็จัดวงคุยกันเป็นวงเล็กๆ ทุกวัน พอมีโครงการ SIF เมนู 5 ได้งบมาก็สามารถทำงานพัฒนาได้มากกว่าเดิม จนได้รับการยกย่องจาก UN วันนี้เรามีระบบ Copin ที่เป็นระบบเก็บข้อมูลโดยชุมชนสามารถช่วยเราได้ และใช้ Codi Academy ยกระดับผู้นำ ผู้นำมีเทคนิคการทำงานของเขาเอง เดี๋ยวเขาไปต่อยอดเอง เราต้องมีระบบการสร้างผู้นำ ให้เขาสามารถเป็นผู้นำได้ สามารถสร้างในมหาวิทยาลัยก็ได้
เปิดวงแลกเปลี่ยนเติมเต็มแนวทางการพัฒนาผู้นำชุมชนเข้มแข็ง
นายประพจน์ ภู่ทองคำ (คนแรกจากด้านซ้าย)
นายประพจน์ ภู่ทองคำ ผู้ดำเนินรายการ กล่าวเปิดประเด็นในการแลกเปลี่ยนว่า ทุกวันนี้ชุมชนมีความเปลี่ยนแปลง ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่กับรุ่นใหญ่จะไปด้วยกันได้หรือไม่ ? หลายพื้นที่มีความเปลี่ยนแปลง เช่น โรงสีที่กุดชุมไม่ได้ทำอีกแล้ว กลุ่มออมทรัพย์ไม่ได้ดำเนินการแล้ว การเข้าถึงการเงินง่ายขึ้น โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ความท้าทายของโลกทุกวันนี้ ผู้นำชุมชนแบบไหนที่จะนำชุมชนผ่าวิกฤตได้
นายปาลิน ธำรงรัตนศิลป์
นายปาลิน ธำรงรัตนศิลป์ ผู้แทนคณะทำงานสวัสดิการชุมชน กล่าวถึง ผู้นำที่จะพาไปในช่วงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ผู้นำต้องเข้าใจปรากฎการณ์ ผู้อาวุโสอาจจะคิดว่าไม่ทำตาม เราเชื่อว่ามันทำได้ แต่สมัยนี้อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เราจะหาคนใหม่ๆ เข้ามาทำงานไม่ง่ายที่คิดคนละแบบ ความสามารถต้องอยู่บนหลักการอยู่บนเหตุผลเรียกว่าผู้นำทางความคิด ผู้นำที่ดีต้องทำเป็น ไม่จำเป็นต้องทำทุกเรื่อง ต้องให้เกียรติคนอื่น รุ่นน้อง เพื่อน ให้ความเชื่อมั่น สื่อสารเป็น สร้างพลังบวกให้กระบวนการเราได้ เชื่อมั่นในพลังขบวนองค์กรชุมชน เรามีขบวนการมีระดับหมู่บ้าน เครือข่ายระดับชาติ และระดับนานาชาติ
นางธารทิพย์ ศิรินุพงศ์
นางธารทิพย์ ศิรินุพงศ์ ผู้แทนบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กลา่วว่า ภาคธุรกิจจะรู้จักชุมชนได้อย่างไร? เราไม่ได้ทำแล้วจบ เราต้องให้เห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมบางพื้นที่ยาวนานถึง 3 ปี เราเลือกพื้นที่ที่ผู้นำชุมชนเข้มแข็ง ต้องมีใจ เอกชนต้องเลือกพื้นที่ ที่พร้อม เพราะมีแรงกดดันหลายด้าน ถ้าทำแล้วสำเร็จยากก็ขาดกำลังใจ ถ้าผู้นำเข้มแข็ง เสียสละ มีใจ เราลงไปพัฒนาเลย เราเรียนรู้จากผู้นำ ผู้นำเรียนรู้จากเรา สิ่งที่เราต้องพัฒนาต่อไปคือ คนรุ่นใหม่ ต้องนำองค์ความรู้เข้าไป เชื่อมโยงเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น จุดแข็งของพอช. มีพื้นที่อยู่ทั่วประเทศ แต่พอช.มีจุดอ่อน พอช.ไม่สามารถนำพื้นที่เหล่านั้นไปสู่เป้าหมายชุมชนเข้มแข็งยั่งยืนได้มากพอ ทุกองค์กรหากผู้นำไม่ดีไม่ได้เลย สิ่งเดียวที่จะทำให้เกิดได้ คือ การลงมือปฏิบัติ โดยการใช้กิจกรรมให้เกิดการเรียนรู้ คนรุ่นใหม่ที่จะอยู่บ้านเกิดตัวเอง ผู้นำเสียสละแต่ต้องไม่เสียสละตลอดไป ต้องมีประโยชน์ร่วมกับชุมชน ทุกคนมีส่วนได้ประโยชน์ และจะนำไปสู่ความยั่งยืนได้ เครือข่ายสำคัญ พื้นที่ชุมชนสำคัญมาก พอช.จะเป็นฐานตรงนี้ให้หลายกลุ่ม องค์กร ในแต่ละพื้นที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ มีโอกาสในการทำงานร่วมกัน ใน 1 พื้นที่ มีหลายองค์กรโชว์พื้นที่ร่วมกันได้ สามารถแก้ไขปัญหาและสร้างไปสู่ชุมชนที่ยั่งยืนได้
นายจารึก ไชยรักษ์
นายจารึก ไชยรักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เราสร้างนักสานพลังขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะตั้งแต่ปี 2555 ในพื้นที่จังหวัดมีกลไก มีรูปแบบชัดเจน ทำกระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัด มีคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัด มีหน่วยเลขาจังหวัดละ 3 คน ใช้การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ต่อมาขยายเป็นภาคละ 50 คน ปี สองสามปีที่ผ่านมาเราประเมินว่า มีแต่คนรุ่นเก่าเราต้องสร้างคนรุ่นใหม่ เครือข่ายนักสานพลังสร้างสุขภาวะ เน้นอายุไม่เกิน 45 ปี ร่วมกับ พอช.,สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส)สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) เราต้องพยายามสร้างให้เป็นผู้นำของพื้นที่เอง องค์กรเอื้อให้เขาทำงาน หนุนทรัพยากรบางอย่าง การเติมวิชาการ ต้องใช้เครือข่ายสายมหาวิทยาลัย
ทำมาหลายรุ่น เกิดเรื่องการเข้าไม่ถึงรุ่นใหญ่ แต่บางที่ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ เด็กรุ่นใหม่ ชุมชนเขาเป็น online ต้องมีกระบวนการใหม่ๆ ในวงภาคประชาสังคม พยายามเอาคนแทรกเข้าไป เช่น กลุ่ม “ยังธน” (Young of Thonburi) เติมคนรุ่นใหม่เข้าไป การจัด policy hackathon ในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากคนรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก
นายนิรันดร คำนุ
นายนิรันดร คำนุ หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้กล่าวถึง การสอนพัฒนาชุมชน นักศึกษาที่เข้ามาเรียนเป็นเด็กกิจกรรม เติมโตจากสภาเด็กเยาวชน เขาอินกับเรื่องงานพัฒนามาจากโรงเรียน อาจจะเป็นเพราะครูแนะแนว บอกเขามา กระบวนการส่งต่อหรือมอบความรู้ว่าจะไปเรียนที่ไหนอาจจะยังไม่ชัดเจน มหาวิทยาลัยก็ไม่เคยคุยกับโรงเรียน หรืออาจจะไม่ได้คิดก็ได้ว่าหลังจากพัฒนาเด็กพวกนี้แล้วจะส่งเขาไปไหน การวิจัย เพื่อแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง การวิจัยสำคัญมาก ถ้าไม่วิจัยก็จะจำมาสอน แต่ไม่ได้ความจริง ช่องของการวิจัยสำคัญมากเพื่อหาความรู้ใหม่ๆ ไปสอนนิสิตนักศึกษา
การบริการวิชาการ ที่ต้องรับใช้ชุมชน ความรู้จากการวิจัย จากการสอนต้องสร้าง social lab ให้เด็กได้รู้ บางคนไม่มีเวลามาคิดเรื่องนี้ การคิดเรื่องนี้ให้ไปช่วยชุมชนท้องถิ่น ข้างบนต้องคิดเรื่องนี้การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เราลืมต้นทุนทางสังคม เราไม่ไปปะติดปะต่อกับคนรุ่นใหม่ บางทีก็ลืมจนมองข้าม ต้องพาเด็กไปในพิ้นที่บ่อยๆ ต้องใช้เด็กพวกนี้ไปขับเคลื่อนสังคม ล่าสุดไปมหาลัย’ไทบ้านมา ใช้ความรู้เรื่องท้องถิ่นไปปกป้องทรัพยากร ผู้นำไม่ได้มีเฉพาะใน พอช. มีเยอะมากๆ ทุกมิติ โลกทัศน์ของผู้นำในการเชื่อมโยงการพัฒนาต้องเปิดกว้างมากๆ การไปเรียนรู้ข้ามสำนักทำให้เราหลุดออกจาก comfort zone ของตัวเอง ต้องมีเรื่อง growth mindset ในหัว เราพยายามให้คนอื่นเป็นแบบที่เราอยากให้เป็นซึ่งเป็นปัญหาที่ฝังอยู่ในหัวเรา
นางอร่ามศรี จันทร์สุขศรี
นางอร่ามศรี จันทร์สุขศรี ผู้นำชุมชนบ้านมั่นคงเมืองนครสวรรค์ แลกเปลี่ยนมุมมองในการให้ความสำคัญของการพัฒนาผู้นำ “การทำงานถ้าเราเปิดใจจะผสมผสานกันได้ ต้องฟังเสียงเขา เช่น เรื่องบ้านมั่นคง เราลงพื้นที่ เห็นเด็กๆ มีความพร้อมในการทำงาน เราต้องให้โอกาส เมื่อเราไปเปิดเวทีในชุมชน เราจะดึงความสนใจ เติมทักษะ ได้อย่างไร” การแลกเปลี่ยนช่องหว่างระหว่าง GEN ช่วงว่างระหว่างกลุ่มอาชีพ ต้องสร้างโอกาสและ สร้างพื้นที่ให้มีโอกาสเข้ามาแลกเปลี่ยนกันได้ พอช. สร้างผู้นำแบบคุ้นเคย เอาคนรุ่นเก่ามาสร้างรุ่นใหม่ แต่จะมีการปรับสร้างใหม่ สร้างหลักสูตรของสถาบันในมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ก็ควรผ่านหลักสูตร จากประสบการณ์ที่มีมาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งจุดตัดระหว่าง GEN และจะสร้างวิถีร่วมกันอย่างไร GEN X และ GEN Y มีความคิดสร้างสรรค์แต่ทำตามกฎได้น้อย แต่ละ GEN มีจุดอ่อนจุดแข็งต่างกัน
นายวิชัย นะสุวรรณโน
นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวเติมเต็มการแลกเปลี่ยนว่า “พอช.เป็นองค์กรขนาดใหญ่ หากทำสำเร็จจะพลิกโฉมการพัฒนาได้ การพัฒนาความเชื่อมโยงช่องว่างระหว่าง GEN กระบวนการในการออกแบบให้แต่ละกลุ่มทำงานร่วมกันได้ เช่น ต้องวิเคราะห์กระบวนการว่าจะให้ความสำคัญกับกลุ่มใดก่อน ต้องกระจายการพัฒนาผู้นำ และจับมือกับภาคีทำเรื่องนี้ให้มากขึ้น”
ดร.กอบศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายในเวที ว่า เรื่องนี้ ไม่ได้เพียงแค่ประกาศนียบัตร ปริญญาที่แท้จริงของชุมชน คือความสำเร็จจากชุมชน สามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของชุมชนได้ วันนี้ได้ไอเดีย อยากให้เป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง รวบรวมข้อคิดเห็นต่าง ๆ ออกแบบว่าจะทำงานพัฒนาร่วมกันอย่างไร เรื่องเด็กรุ่นใหม่ ควรมีการแต่งตั้งอนุกรรมการคนรุ่นใหม่ในอนาคตด้วย นำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการสถาบันโดยงานสำคัญของ พอช.จะมีงานต่าง ๆ เชิญผู้นำชุมชน งาน BOI งานระดับโลกที่อยู่อาศัย และงานที่ยกย่องผู้นำชุมชน ในอนาคตจะมีทำเนียบผู้นำชุมชน และขยายผลต่อไปไปเรื่อย ๆ จะทำให้เปลี่ยนประเทศไทยได้


























