พอช. / วันที่ 6 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา สภาองค์กรชุมชน ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประชุมติดตามความก้าวหน้าเพื่อวางแนวทางการสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) พัฒนาศักยภาพชุมชนให้สามารถพัฒนาการเกษตรชุมชน พร้อมทั้งผลักดันไปสู่การขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกัน ที่เกี่ยวกับการสนับสนุนด้านอาชีพ การแก้ไขปัญหาครัวเรือน และการแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรีบดำเนินการ ที่ต้องออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่ทำให้ชุมชนมีรายได้ ลดหนี้สิน ผลักดันปัญหาจากเชิงพื้นที่สู่เชิงนโยบาย นำไปสู่การแก้ไขปัญหาจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมกัน รวบรวมไปสู่การพัฒนาเป็นแผนระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด และระดับชาติ โดยมี นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวย พอช. คณะผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้นำสภาองค์กรชุมชนเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301-302 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กทม.
นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ (ทางซ้ายมือในภาพ)
นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า กรอบการทำงานของสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ยึด 1 หลัก 2 ฐาน 3 ทิศ 11 ทาง 32 วิถี โดย
1 หลัก คือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 ฐาน คือ 1. ฐานข้อมูลเชิงกลยุทธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ฐานกลไกการกระจายอำนาจภาคการเกษตร มี 3 ทิศ คือ 1. ทิศนำสู่การสร้างความเข้มแข็งของเกษกร 2. ทิศนำสู่เกษตรกรรมสีเขียว 3. ทิศการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรกรสู่ตลาดโลก และ 11 ทาง คือ ทางสู่การพัฒนาเกษตรกรรม (มาตรา 41 (1) – (11) ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.2553) ในส่วนของ 32 วิถี คือ วิถีการเคลื่อนสู่ภาคปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนแผนพัฒนาภาเกษตรกรรมของประเทศ
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานโดยใช้วิธีการจัดทำแผนระดับตำบลในการวางมิติในการพัฒนาเป็นแผนพัฒนาเกษตรตำบลโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง เชื่อมกลไกขบวนจังหวัดในการขับเคลื่อนการทำงานของสภาองค์กรชุมชนในการขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชน ต่อยอดจังหวัดบูรณาการสู่จังหวัดจัดการตนเอง และอาจจะต้องมีการประสานงานร่วมกันสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในการร่วมกำหนดประเด็นขับเคลื่อนร่วมกันในมิติสุขภาพ และมิติอื่นๆ ให้มีความครอบคลุมปัญหาของประชาชนในพื้นที่มากขึ้น เช่น การแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนในชุมชน ความมั่นคงทางอาหาร อาหารปลอดภัยร่วม ผ่านกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม รวมไปถึงขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายผ่านเครื่องมือทั้ง 4 คือ 1. ธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ 2. สมัชชาสุขภาพ 3. พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ. 2551 และ 4. พระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553
นายวิชัย นะสุวรรณโน รอง ผอ.พอช.
ด้านนายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า การพัฒนากลุ่มเกษตรกรพื้นที่ต่างๆ ในระดับตำบล ควรมีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยให้เกษตรกรในพื้นที่ ดำเนินการจดแจ้งเป็นกลุ่มสมาชิกของสภาองค์กรชุมชน เพื่อเชื่อมโยงปัญหาด้านเกษตรกร ด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ในการแก้ไขปัญหาทุกมิติอย่างครอบคลุม ในการพัฒนาระดับจังหวัด อาจจะมีการจัดเวทีที่สร้างการรับรู้ต่อสาธารณะร่วมกันกับสภาองค์กรชุมชนตำบล เช่น สมัชชาจังหวัด สมัชชาสุขภาพ และการประชุมหารือร่วมกับสภาองค์กรชุมชนเพื่อให้มีกระบวนการการออกแบบการดำเนินงานและการกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกัน สร้างกำลังเครือข่ายโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งให้เกิดกรทำงานเชื่อมโยงกัน รวมถึงการพัฒนาในระดับชาติ ต้องพัฒนาจากระดับพื้นที่ไปสู่ระดับนโยบายที่มีการแก้ไขปัญหาอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงควรมีการทำงานที่เชื่อมโยงร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติการข้อเสนอต่างๆ ให้สัมฤทธิ์ผล และควรแต่งตั้งคณะทำงานในการติดตาม กำกับ ผลักดัน เกี่ยวกับการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) ให้บรรลุผลครอบคลุมทุกมิติปัญหา
นายทองสุข สีลิด ประธานคณะกรรมการดำเนินการฯ สภาองค์กรชุมชน ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า การสร้างความร่วมมือระหว่างสภาองค์กรชุมชน สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จะต้องให้ความสำคัญในการปฏิบัติการร่วมในพื้นที่ ขยายการทำงานให้ครอบคลุมทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับตำบล อำเภอ จังหวัด หรือระดับชาติ ให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง และร่วมกันดำเนินงานที่แก้ไขปัญหาของพื้นที่และประชาชนที่ครอบคลุมทุกประเด็นงาน รวมไปถึงการศึกษาการทำงานของพื้นที่นำร่อง นำไปสู่การผลักดันเชิงกฎหมาย พัฒนาให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนสภาพลเมืองขยายผลไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ
ทั้งนี้จากการหารือทั้ง 3 ฝ่าย ได้ข้อ
สรุปแนวทางในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน ดังนี้ 1. กำหนดประเด็นร่วมในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน โดยใช้แผนการดำเนินงานของทั้งสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นแนวทางในการกำหนดประเด็นที่มีความสอดคล้องกัน 2. กำหนดพื้นที่ในการดำเนินงานร่วมกัน โดยจะใช้พื้นที่จังหวัดบูรณาการ 22 จังหวัดในการขับเคลื่อนนำร่อง
3. ร่วมกันขับเคลื่อน โดยดึงข้อเสนอและประเด็นร่วมของสภาองค์กรชุมชน สภาเกษตรกรแห่งชาติ เชื่อมโยงสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ให้ขับเคลื่อนร่วมกันทั้งเชิงพื้นที่และเชิงนโยบาย มุ่งเป้าเพื่อการรับฟังเสียงประชาชน ขับเคลื่อนประเด็นปัญหาร่วมผ่าน 22 จังหวัดบูรณาการ และผลักดันให้แผนได้รับการบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14
4. ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างสภาองค์กรชุมชน สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกัน และมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการดำเนินการขับเคลื่อนงานร่วมกันในทุกมิติ














