สิงห์บุรี : วันที่ 7 สิงหาคม 2567 ณ ที่ทำการศูนย์บ่มเพาะเศรษฐกิจและทุนชุมชนตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ได้มีการจัดเวทีประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานศูนย์บ่มเพาะเศรษฐกิจและทุนชุมชน ภาคกลางและตะวันตก ปี 2567 โดยมีคณะทำงานโครงการฯ ผู้แทนศูนย์บ่มเพาะฯ ที่ได้รับงบประมาณทั้ง 3 ศูนย์ และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วม รวมประมาณ 30 คน
การประชุมดังกล่าวได้มีการตอกย้ำทิศทางและแนวทางการขับเคลื่อนงานศูนย์บ่มเพาะเศรษฐกิจและทุนชุมชน โดยนางดวงเดือน พร้าวตะคุ หัวหน้างานปฏิบัติการชุมชน สำนักพัฒนาทุนและองค์กรการเงิน และนายกิตติพงษ์ สวนสมศรี หัวหน้างานปฏิบัติการชุมชน สำนักงานภาคกลางและตะวันตก ซึ่งจากการดำเนินงานตั้งแต่ ปี 2563 – 2567 มีการดำเนินงานมาแล้ว 82 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณมาจากโครงการบ้านมั่นคง เพื่อสนับสนุนและยกระดับตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท ให้มีรายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายในครัวเรือน รวมทั้งสนับสนุนการจัดทำแผนระดับครัวเรือน เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เน้นสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับครัวเรือน โดยมีกลุ่มเป้าหมายทางตรงที่มาจากกลุ่มผู้ด้อยโอกาส คนว่างงาน และผู้ใช้สินเชื่อของ พอช. จำนวนไม่น้อยกว่าศูนย์ละ 20 ครัวเรือน และกลุ่มเป้าหมายทางอ้อม คือ คณะทำงานศูนย์บ่มเพาะฯ ระดับตำบล/ภาค โดยในปี 2567 มีการจัดสรรงบประมาณให้ศูนย์ละ 32,000 บาท และงบประมาณระดับภาค 51,000 บาท เพื่อใช้ในการสอบทานข้อมูลผู้มีรายได้น้อย พัฒนาศักยภาพผู้มีรายได้น้อย การพัฒนาฝึกอาชีพระยะสั้น และเชื่อมโยงหน่วยงานภายนอก มาถ่ายทอดการพัฒนาอาชีพจากหน่วยงานภาคีต่างๆ
ในปี 2567 ภาคกลางและตะวันตกได้รับงบประมาณสนับสนุนการขับเคลื่อนศูนย์บ่มเพาะฯ จำนวน 3 ศูนย์ ได้แก่ ตำบลเขาจ้าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำบลท่ามะนาว จังหวัดลพบุรี และตำบลบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งจากการขับเคลื่อนงานของทั้ง 3 ศูนย์ที่ผ่านมาพบว่า ณ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการในช่วงเริ่มต้น ยังมีผลผลิตที่ไม่ชัดเจน แต่มีบางพื้นที่มีอุปสรรคทำให้ไม่บรรลุเป้าหมาย ต้องเริ่มต้นใหม่ พร้อมกับปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงาน
จากการนำเสนอของตำบลเขาจ้าว ซึ่งมีแผนในการส่งเสริมอาชีพปลูกพริกแปลงใหญ่ และแปรรูปสับปะรด พบว่า หลังจากที่ปลูกพริกไปได้ระยะหนึ่งประสบปัญหาเกิดโรครากเน่า เนื่องจากฝนตกมาเกินไป และโรคใบพริกหงิกงอ ทำให้ต้องรื้อถอน ไถและปลูกใหม่อีกครั้ง พร้อมกันนี้ สภาองค์กรชุมชนได้พยายามมองหาอาชีพใหม่ที่จะมาส่งเสริมให้กับผู้เดือดร้อนในพื้นที่ ซึ่งพบว่ามีปราชญ์ชาวบ้านที่สามารถถักแหได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายด้วย จึงมีแผนที่จะรวมกลุ่มผู้สนใจถักแหและประสานกับร้านค้าในอำเภอในการรับซื้อไปจำหน่าย นอกจากนี้ยังจะมีการส่งเสริมเรื่องการเผาถ่าน เนื่องจากในพื้นที่มีเครื่องมือและศูนย์ที่ดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว และการส่งเสริมแปรรูปปลาส้ม การส่งเสริมปลูกผักสวนครัวเพื่อบริโภคในครัวเรือน เพื่อลดรายจ่าย และหากมีเหลือสามารถจำหน่ายเป็นรายได้ ทั้งนี้ คณะทำงานมีข้อเสนอให้มีการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดเรื่องการปลูกพริก และมองหาอาชีพอื่นที่สร้างรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง และมีแหล่งจำหน่ายที่แน่นอน รวมทั้งสืบค้นภูมิปัญญา ความสามารถของคนในพื้นที่เพื่อเป็นทุนและทำแผนพัฒนาต่อยอดการดูแลช่วยเหลือผู้เดือดร้อน คนเปราะบางรายอื่นต่อไป ปรับเปลี่ยนกิจกรรมและกลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับสภาพปัญหา ความเป็นจริงในพื้นที่ ซึ่งหากมีการปรับเปลี่ยนแผนงานควรนำเข้าหารือในเวทีสภาองค์กรชุมชนด้วย
ตำบลท่ามะนาว อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี มีการพัฒนาอาชีพด้านการทอเสื่อ ซึ่งมีกลุ่มที่เคยขับเคลื่อนด้านนี้อยู่แล้ว แต่มีการหยุดดำเนินการไประยะหนึ่ง และเดิมทำแค่เพียงลายพื้นบ้าน ไม่สวยงาม เมื่อได้รับงบประมาณจากศูนย์บ่มเพาะฯ จึงรื้อฟื้นกลุ่มขึ้นมาใหม่ มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส เข้าร่วมจำนวน 20 ครัวเรือน ในครั้งนี้ได้มีการพัฒนาเสื่อลายใหม่ และจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นด้วย เช่น กระเป๋าถือจากเสื่อกก ซึ่งที่ผ่านมีการอบรมให้ความรู้เรื่องการทอเสื่อด้วยลายใหม่ มีคนในพื้นที่อำเภอชัยบาดาลเป็นผู้แกะลายจากเสื่อของจังหวัดอุดรธานี นำมาทอจำหน่ายเพียงรายเดียว จึงได้เชิญมาเป็นวิทยากรให้ความรู้ ปัจจุบันชาวบ้านเริ่มทอเสื่อลวดลายใหม่ โดยศูนย์ได้นำงบประมาณมาจัดซื้ออุปกรณ์ในการทอเสื่อ 2 ชุด เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย ได้มารวมตัวทำกิจกรรมร่วมกัน มีการพัฒนาอาชีพรายได้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีแผนที่จะส่งเสริมการสร้างอาชีพรายได้ด้านอื่น เช่น เตาอั้งโล่ไร้ควัน ปลาร้า การสานเข่งปลาทู เป็นต้น ทั้งนี้ ท้องถิ่นได้มีการจัดทำแผนงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ทอเสื่อให้เพิ่มเติม จำนวน 4 ชุด พร้อมทั้งมีแผนสนับสนุนต่อยอดเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น เพื่อจัดงบประมาณสนับสนุนต่อไป ซึ่งทำให้เห็นการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันของขบวนองค์กรชุมชน ผู้เดือดร้อน และท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม คณะทำงานได้มีข้อคิดเห็นและเสนอเพิ่มเติม คือ การจัดทำแผนพัฒนาต่อยอดในระยะสั้นและระยะยาวพร้อมหน่วยงานที่จะร่วมดำเนินการ การวางแผนเตรียมการเรื่อววัตถุดิบในการทอเสื่อให้เพียงพอรองรับการกับดำเนินงานในอนาคต เช่น ต้นกก หรือวัตถุดิบชนิดอื่น ที่จะนำมาดัดแปลงใช้ในการส่งเสริมอาชีพต่อได้
ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี มีแนวทางการดำเนินงาน 2 ลักษณะ คือ การต่อยอดจากเรื่องที่ทำอยู่แล้วแต่ยังขาดทักษะอาชีพ และ กลุ่มที่ 2 คือ ผู้ว่างงานที่กำลังมองหาอาชีพเสริม โดยในครั้งนี้มีกิจกรรมที่จะทำร่วมกัน คือ การเพาะเห็ดอินทรีย์ เนื่องจากในพื้นที่อำเภอท่าช้างซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียง มีฟาร์มเพาะเห็ดอินทรีย์ และมีวิทยากรที่สามารถให้ความรู้เรื่องนี้ได้ จึงได้ใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและคนเปราะบาง โดยส่วนใหญ่เป็นผู้รับประโยชน์จากโครงการบ้านพอเพียง และผู้มีรายได้น้อยอื่น นอกจากนี้ยังมีการทำอาหารสัตว์ เนื่องจากในพื้นที่มีกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ หมู ไก่ แต่ประสบปัญหาอาหารสัตว์มีราคาแพง โดยประสานกับสำนักงานเกษตรอำเภอในการให้ความรู้ และสุดท้าย คือ อาชีพเลี้ยงหนูพุกใหญ่ โดยหนุนเสริมเรื่องการทำอาหารสัตว์ และส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงหนูพุกเพื่อเป็นอาชีพเสริม โดยสำนักงานเกษตรอำเภอสนับสนุนเรื่องสูตรอาหาร ณ ปัจจุบัน มีการดำเนินการอบรมเรื่องการเพาะเห็ดแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามผล ส่วนเรื่องการทำอาหารสัตว์ มีแผนดำเนินการอบรมในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ไปดูงานที่ศูนย์บ่มเพาะฯ ตำบลพระแท่น จังหวัดกาญจนบุรี จึงมีแนวคิดที่นำเรื่องการเพาะเลี้ยงผำมาส่งเสริมในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ คณะทำงานมีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องการติดตามการดำเนินงานและการพัฒนาต่อยอดหลังการอบรม และควรมีการพัฒนา ส่งเสริมเรื่องการแปรรูปหนูขายแทนการขายสดเพียงอย่างเดียว เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่า
ทั้งนี้ จากการนำเสนอดังกล่าว นอกจากเรื่องความคืบหน้าการดำเนินงานแล้ว พบว่า ยังมีการถ่ายเทความรู้ระหว่างศูนย์บ่มเพาะ โดยมีการนำความรู้เรื่องการเลี้ยงผำจาก ทต.พระแท่นมาส่งเสริมให้ผู้สูงเลี้ยง เพื่อเป็นรายได้ และแหล่งอาหารโปรตีนให้กับคนในตำบล จากนั้น ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ได้มีการลงพื้นที่เพื่อดูการเลี้ยงหนูพุก และการแปรรูปหญ้าแพงโกล่า ซึ่งเป็นกิจกรรมของสมาชิก และกลุ่มเกษตรกรในตำบล
รายงาน : เรวดี อุลิต












