สิงห์บุรี : วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับหน่วยงาน และภาคีพัฒนา อาทิ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สำนักงานคณะกรรมการสุชภาพแห่งชาติ (สช.) องค์การบริหารส่วนตำบลโพประจักษ์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานจังหวัด เหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ภาคีเอกชน ฯลฯ จัดงาน “มอบบ้าน ประสานใจ เป็นของขวัญปีใหม่ ในวันแห่งความรัก” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านพอเพียง สร้างรูปธรรมและประชาสัมพันธ์การทำงานของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี และเชื่อมโยงบูรณาการงานร่วมกับภาคีพัฒนาทุกภาคส่วน โดยมีสุเมธ ธีรนิติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในการเปิดงาน พร้อมทั้งร่วมมอบบ้านพอเพียงเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ซึ่งมีผู้แทนพื้นที่รับงบประมาณ จำนวน 43 ตำบล หน่วยงานราชการในพื้นที่อำเภอท่าช้าง ท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานระดับจังหวัด และภาคีเอกชนเข้าร่วมกว่า 300 คน
ภายในงานดังกล่าวได้มีการจัดเวทีเสวนาสานพลังการพลังภาคีพัฒนาสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชน จัดทำบันทึกความร่วมมือและมอบงบประมาณโครงบ้านพอเพียงและการสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน จาก พอช. ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้รับประโยชน์จากโครงการบ้านพอเพียงในพื้นที่ตำบลโพประจักษ์
ในเวทีเสวนา สานพลังภาคีพัฒนาสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชน นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก ร่วมเสวนากับหน่วยงานภาคีอื่นๆ อาทิ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชนเขตพื้นที่ 4 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี นายอกองค์การบริหารส่วนตำบลโพประจักษ์ และผู้แทนศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมธุรกิจจังหวัดสังห์บุรี (CSR)
นายวิริยะ แต้มแก้ว กล่าวในช่วงเวทีเสวนาว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสิงห์บุรีมีจุดเริ่มต้นจากการจัดตั้งเพียง 4- 5 ตำบล ผ่านมา 10 กว่าปี มีการจัดตั้งแล้วทั้งสิ้น 39 กองทุนจากทั้งหมด 41 อปท. ปัจจุบันมีเพียง 12 กองทุนที่ได้รับงบสมทบกองทุนอย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังว่าในปี 2568 จะมีกองทุนรับงบสมทบเพิ่มมากขึ้นและเต็มพื้นที่ในปีต่อๆ ไป ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ผ่านมา พบว่าทำให้มีความคล่องตัวในการใช้งบประมาณช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบความยากลำบากหรือภาวะวิกฤติต่างๆ เช่น ในช่วงที่จังหวัดสิงห์บุรีเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ กองทุนสวัสดิการชุมชนได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมบริจาคและจัดสรรงบประมาณจากกองทุนฯ มาจัดทำครัวกลางแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ประสบภัย เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือได้เพียงระดับหนึ่ง ในอนาคตข้างหน้าจะต้องไปสร้างระบบใหญ่ที่นำไปสู่การเปลี่ยนสังคมใหม่ที่ไม่ใช่เพียงแต่การสมทบแบบ 1 : 1 ดังเช่นปัจจุบัน และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ นายธนพล ศรีใส ซึ่งเป็นเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี เป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาโปรแกรมบริหารการเงินและบัญชีกองทุนสวัสดิการชุมชน (CODI_SWF) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนใช้กันทั่วประเทศ
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกล่าวว่า พอช.เป็นองค์กรหนุนเสริมให้ขบวนองค์กรชุมชน ประชาสังคม และภาคีถักทอสายใยในพื้นที่เพื่อให้ชุมชน ผู้เดือดร้อนลุกขึ้นมาจัดการแก้ไขปัญหาของตนเอง การที่ชุมชนจะเข้มแข็งได้ ต้องเริ่มจากครอบครัวอบอุ่น มีอาชีพ มีรายได้ มีบ้านที่หลับนอนคุ้มแดดคุ้มฝน ซึ่งรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีการสำรวจข้อมูลความยากจน ที่เรียกว่า TP Map โดยการสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่ไม่มีอาชีพ/รายได้ ไม่มีที่อยู่อาศัยมั่นคงเป็นของตัวเอง มีปัญหาระบบสุขภาพอนามัย การเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ และการศึกษา ซึ่งทั้ง 5 เรื่อง เป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาความยากจน ทั้งนี้ พอช. ไม่ได้มาแก้ปัญหาเรื่องความยากจน แต่มีหน้าที่ในการทำให้พี่น้องประชาชนรวมตัวกันแล้วนำปัญหาความต้องการของคนในพื้นที่และรวมพลังกันผลักดันเพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาเหล่านี้ ผ่านกระบวนการทำงานของสภาองค์กรชุมชนซึ่งเป็นพื้นที่กลางในการนำปัญหาของพื้นที่มาพูดคุยและหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน และยังมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เป็นเครื่องมือในการดูแลสมาชิกกองทุน และยังเป็นเงินของประชาชนในการดูแลกันในยามที่เกิดวิกฤติต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที เช่น น้ำท่วม สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดที่ผ่านมา
“พอช. เดินหน้าได้เพราะพี่น้องเครือข่ายองค์กรชุมชน ประชาสังคม หน่วยงาน ท้องที่ ท้องถิ่น รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการเห็นความสำคัญของขบวนองค์กรชุมชน ใช้พลังทุกอย่างในการสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน ที่ลุกขึ้นมาเพื่อรวมพลังซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเดินไปข้างหน้าได้ ร่วมกันฝ่าฟันวิกฤติเพื่อนำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย” ผอ.พอช. กล่าว
ต่อมานาวาอากาศโทพยนต์ สำริด ประธานคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี ได้ให้ข้อมูลการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี โดยการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ว่าขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี เกิดจากการรวมตัวกันเมื่อปี 2552 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 15 ปี ที่ผ่านมามีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้ว 43 ตำบล มีการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงเมือง 1 โครงการ บ้านพอเพียง 30 ตำบล ผู้รับประโยชน์ 2,115 ครัวเรือน มีการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย 12 ตำบล และการขับเคลื่อนงานภัยพิบัติจำนวน 28 ตำบล นอกจากนี้ยังได้มีการเชื่อมโยงการทำงานกับภาคีพัฒนาอื่นๆ เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสิงห์บุรี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเชื่อมโยงองค์กรชุมชนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี และมีองค์กรภาคีพัฒนาอื่นที่ร่วมขับเคลื่อนงานร่วมกัน เช่น สช. สสส. และ CSR เป็นต้น
จากนั้นเป็นพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือรับงบประมาณโครงการบ้านพอเพียง และสวัสดิการชุมชน ปี 2567 ระหว่างขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี และ พอช. โดยมีส่วนราชการและภาคีพัฒนาร่วมเป็นสักขีพยาน และการมอบงบประมาณโครงการบ้านพอเพียง ปี 2567 จำนวน 16 ตำบล 256 ครัวเรือน และกองทุนสวัสดิการชุมชน 12 กองทุน และในช่วงท้ายผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ หน่วยงานและภาคีพัฒนาร่วมลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบของขวัญเนื่องในวันปีใหม่และวันแห่งความรักแก่ผู้รับประโยชน์โครงการบ้านพอเพียงและงบประมาณของหน่วยงานในจังหวัดในพื้นที่ตำบลโพประจักษ์
เรื่อง : เรวดี อุลิต / ภาพ กมลรัตน์ สุตตสันต์













