ขอนแก่น / ระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2566 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง (พทร.) สำนักบ้านมั่นคงและที่ดิน และสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดสัมมนาเพื่อหนุนเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมทางรถไฟภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ หอประชุมยอดขวัญเมืองศิลา เทศบาลเมืองศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมี เจตนา วุฒิญาณ ผู้อำนวยการศูนย์จัดการกรรมสิทธิ์ที่ดิน1 (การรถไฟแห่งประเทศไทย) ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลนครขอนแก่น กป.อพช.ภาคอีสาน มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายคนไร้บ้านขอนแก่น เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม เครือข่ายบ้านมั่นคงภาคอีสาน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมการประชุม
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดสัมมนา เพื่อติดตามสถานการณ์การพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ การพัฒนารถไฟรางคู่ การพัฒนารถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นเรื่องความเจริญของบ้านเมือง แต่มีชาวบ้านได้รับผลกระทบ โดยสถาบันฯ มีแนวทางในการรับมือกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ชีวิตพี่น้องดีขึ้นกว่าเก่า วันนี้เรามาเตรียมตัว รับรู้สถานการณ์ เตรียมการรับมือวางแผนเพื่อไปข้างหน้าให้ดีกว่าเก่า ให้ชาวบ้านมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ไม่มีความหวาดผวาถูกไล่รื้อต่อไป เราจะร่วมกันหาทางออกให้ดีที่สุด ให้พี่น้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ซึ่งรัฐบาลได้เห็นชอบ โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง ระยะ 5 ปี (2566-2571) วงเงินรวม 7,718.94 ล้านบาท ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 35 จังหวัด 300 ชุมชน 27,084 ครัวเรือน โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ 1) ชุมชนเป็นเจ้าของโครงการ มีระบบออมทรัพย์ การจัดการที่ดี การบริหารองค์กรชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต 2) แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด และ3) มีระบบการทำงานและจัดการร่วมระหว่างชุมชน ท้องถิ่น ภาคี และมีกลไกร่วมกันในระดับท้องถิ่น
นายเจตนา วุฒิญาณ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์จัดการกรรมสิทธิ์ที่ดิน1 (การรถไฟแห่งประเทศไทย) กล่าวถึง ข้อมูลแนวนโยบายและแผนพัฒนาระบบรางหรือแผนการพัฒนาที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยระบุว่า นโยบายการพัฒนาระบบรางของประเทศไทย มีอยู่ 3 ระบบ คือ รถไฟทางคู่ ที่เสนอโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบบที่ 2 คือ การพัฒนารถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นโครงการรัฐบาล ที่จะเพิ่มทางเลือกระบบรางในการพัฒนาประเทศ และรูปแบบที่ 3 คือ ระบบรถไฟเชื่อมสนามบิน
ในแผนการพัฒนาระบบราง จะมีครัวเรือนที่อยู่อาศัยตามแนวเส้นทางรถไฟได้รับผลกระทบจากการ เวนคืน ที่กฎหมายค่อนข้างสร้างความหนักใจให้ทั้งกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ เพราะการถูกเวนคืนมีความหนักหนา สะเทือนใจ แต่วันนี้เรามีโอกาสในการพัฒนาความมั่นคงที่อยู่อาศัยให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง
ผู้อำนวยการศูนย์จัดการกรรมสิทธิ์ที่ดิน1 กล่าวต่อว่า โดยโครงการรถไฟระบบทางคู่ในปัจจุบัน บางส่วนได้สร้างเสร็จแล้ว บางส่วนกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง บางส่วนว่าจะสร้างซึ่งขึ้นกับคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณา เส้นทางในพื้นที่ภาคอีสาน ที่นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย ซึ่งจะต่อไปประเทศเวียตนามสู่จีน เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าในอนาคต ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ซึ่งในปี 2566 คงจะไม่ได้ก่อสร้าง การก่อสร้างจะเป็นในช่วงปี 2567 ในส่วนรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีแผนการพัฒนาทั่วประเทศ ที่มีความเร่งด่วนคือเส้นทาง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งดำเนินการก่อสร้างแล้ว เมื่อไหร่ที่โครงการมาจ่อหน้าบ้าน อย่างเส้นนครราชสีมา-หนองคาย ปักหมุดก่อสร้างกลางปี 2567 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี ถ้าพี่น้องอยู่ในที่ดินรถไฟทุกท่านสมัครใจดำเนินการตามโครงการบ้านมั่นคง ที่รัฐบาลให้เงินช่วยเหลือเยียวยา เพื่อให้รูปแบบที่อยู่อาศัยมีความมั่นคง มีการจัดรูปจัดแปลงวางผังที่ดี เป็นระเบียบเรียบร้อย
เราพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับการเติบโตจากการพัฒนาระบบราง สิ่งที่เราจะทำทำเพื่อความมั่นคงของลูกหลาน การรถไฟฯ ก็จัดหาที่ดินให้ รัฐบาลก็ให้การสนับสนุนผ่าน พอช. แต่พื้นที่รองรับชุมชน ควรเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย มีระยะการร่นตามกฎหมาย ซึ่งพื้นที่สองข้างทางรถไฟ ต่อไปในอนาคต จะมีการพัฒนาทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่จะเอื้อต่อการทำมาหากินของลูกหลาน ซึ่งแนวทางบ้านมั่นคงที่ พอช. เสนอ รัฐบาลมองว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมควรจะเป็นในการดูแลผู้ได้รับผลกกระทบ และการรถไฟฯ ให้เช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี ชุมชนไหนมีความพร้อม สามารถร่วมกันหาพื้นที่รองรับที่มั่นคงต่อไป ซึ่งในระยะเวลา 1 ปี ต้องมีข้อมูล รายชื่อครัวเรือน ดำเนินการตั้งกลุ่ม และขอเช่าที่ดิน ทั้งนี้ต้องยื่นให้ทันภายในระยะ 5 ปี ไม่เกินปี 2571
อย่างไรก็ตาม ในการสัมมนาฯ ได้มีการบอกเล่าประสบการณ์ชุมชนที่เช่าที่ดินรถไฟฯ จากพี่น้องชุมชนริมทางรถไฟฯ เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม นครราชสีมา โดย ผู้แทนเครือข่ายริมรางเมืองย่าโม/ เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ ขอนแก่น ความสำคัญและความจำเป็นในการใช้ที่ดินรัฐ ที่ดินรถไฟสู่การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย กระบวนการเช่าที่ดิน ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังมีการเสนอแนวทางการหนุนเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมทางรถไฟภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และมีการแบ่งกลุ่มย่อย ระดับเมือง 6 กลุ่ม ทบทวนสถานณ์ข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากระบบราง รวมทั้งวางแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนการทำงานระดับพื้นที่ ระยะ 5 ปี เพื่อความมั่นคงในที่อยู่อาศัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป















