
ชัยนาท/ พอช. ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท จับมือกับหน่วยงานภาคีภาครัฐและเอกชน จัดงาน “บ้านในดวงใจ เพื่อคนทุกวัย” ซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม ฐานะยากจน ในจังหวัดชัยนาท โดย พอช.สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านพอเพียง งบประมาณตั้งต้นหลังละ 18,000 บาท โดยใช้แรงงานจิตอาสาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
วันนี้ (22 มิถุนายน) เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จ.ชัยนาท ร่วมกับหน่วยงานภาคี ร่วมกันจัดงาน พิธีส่งมอบที่อยู่อาศัย “โครงการบ้านในดวงใจ เพื่อคนทุกวัยชัยนาท” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ณ พื้นที่ตำบลต้นแบบ บ้านเลขที่ 138/4 หมู่ที่ 3 ตำบลอู่ตะเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เพื่อมอบบ้านให้แก่ประชาชนที่มีสภาพบ้านเรือนทรุดโทรมและมีฐานะยากจน จำนวน 9 ครอบครัว โดยมี นายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานในพิธีฯ มีนายธีรพงษ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นางสาวดรุณี มนัสวานิช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท นางอารี คำสวัสดิ์ ประธาน CSR ชัยนาท ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสมาชิกเครือข่ายชุมชนตำบลต่างๆ เข้าร่วมงานกว่า 200 คน
นายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท
นายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า มีความตั้งใจจะมาร่วมงานครั้งนี้มาก เพราะอยากเห็นความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย และอยากเห็นความสุขของคนในชุมชนที่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงาน ซึ่งการเสริมสร้างด้านที่อยู่อาศัยให้กับคนในชุมชน เป็นปัจจัยพื้นฐานแรกที่สำคัญของการพัฒนาคนและชุมชน ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและเห็นใจช่วยเหลือด้วยใจจริงอย่างเช่นงานในครั้งนี้ และตนเองก็มาด้วยใจจริง งานพัฒนาทุกอย่างจึงจะก้าวเดินหน้าและแก้ไขปัญหาได้โดยง่าย หากขาดเหลือประการใดหน่วยงานก็พร้อมจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่แน่นอน ทั้งในระดับท้องที่และท้องถิ่น ที่มี อปท. และผู้นำ รวมถึงหน่วยงานอย่าง พอช. และสำนักงานพัฒนาสังคมฯ
“ส่วนงานที่อยากจะฝากถึงชุมชน สภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน และท้องที่ ท้องถิ่น ในการสนับสนุนนโยบายของจังหวัด เพราะประเด็นทั้งหมดมีความจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือตั้งแต่ชุมชนฐานราก จึงจะประสบผลสำเร็จในภาพรวมทั้งจังหวัด และคิดว่ากลไกองค์กรชุมชนที่กำลังทำอยู่นี้จะเป็นพลังสำคัญของการขับเคลื่อนงานพัฒนาอีกหลายๆ อย่างให้ก้าวหน้าต่อไปยิ่งขึ้น” ผู้ว่าฯ ชัยนาทกล่าว

นางสาวชลาลัย ทิมโต(ซ้าย)และครอบครัว
นางสาวชลาลัย ทิมโต อาชีพรับจ้างทั่วไป อาศัยอยู่กับสามีและลูกอีก 2 คน สภาพบ้านเดิมชำรุดทรุดโทรม ฝนตกหลังคารั่ว ปลูกเป็นเพิงชั้นเดียว หลังคามุงสังกะสีเก่าๆ ฝาบ้านทำจากเศษไม้ที่พอหาได้ เมื่อมีโครงการบ้านพอเพียงชนบท คณะกรรมการในตำบล ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน กองทุนสวัสดิการชุมชน และ อบต. ได้มาสำรวจครอบครัวผู้เดือดร้อน และเสนอให้มีการซ่อมสร้างบ้าน แต่เนื่องจากสภาพบ้านเดิมผุพังทรุดโทรม ไม่สามารถรื้อซ่อมแซมได้ จะต้องสร้างบ้านใหม่ โดยการช่วยเหลือและสนับสนุนจากหลายฝ่าย

“หนูรู้สึกดีใจที่ได้บ้านหลังใหม่ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยกันหางบมาให้ ขอบคุณคนที่มาช่วยสร้างบ้านด้วย เพราะลำพังหนูกับสามีก็ไม่มีปัญญาที่จะหาเงินมาสร้างใหม่ เพราะมีรายได้พอกินไปวันๆ เท่านั้น” นางสาวชลาลัยบอกความรู้สึก

นางสาวดรุณี มนัสวานิช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท
นางสาวดรุณี มนัสวานิช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท (พมจ.) กล่าวว่า กระทรวง พม. มีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องดำเนินการตามภารกิจตั้งแต่แรกเกิดถึงเชิงตะกอน โดย พมจ.ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนชัยนาทจัดทำหน้ากากอนามัย สามารถผลิตหน้ากากแจกเป็นแสนๆชิ้น นอกจากนี้จังหวัดชัยนาทมีปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยเยอะมากจึงชวนหลายหน่วยงานลงพื้นที่ไปพร้อมกัน เช่น กาชาดจังหวัด สปก. ประชาสัมพันธ์จังหวัด ฯลฯ แล้วกลับมาออกแบบวางแผนงานช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยของพี่น้องในจังหวัด
“ตอนนั้นคิดเรื่องบ้านในดวงใจคนสูงวัยชัยนาท พอมาหารือกับทางขบวนองค์กรชุมชนชัยนาทจึงทราบว่า ทาง พอช. สนับสนุนงบประมาณงบ้านพอเพียง จำนวน 18,000 บาท เพื่อซ่อมแซมบ้านของผู้มีรายได้น้อย เราจึงมาร่วมกันทำ วันนี้เรามาปักหมุดความสำเร็จ เป็นเทียนเล่มแรกมาจุดประกายในชัยนาท จะร่วมกันบูรณาการกระจายไปทั่วทั้งจังหวัด” นางสาวดรุณีกล่าว
ทั้งนี้หน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนโครงการ ได้แก่ เหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท, หอการค้าจังหวัดชัยนาท, สโมสรไลออนส์ชัยนาท, สโมสรโรตารีวัดสิงห์, สภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท, ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนสตรีชัยนาท รุ่น 07, หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลี้ โยธากิจ, องค์การบริหารส่วนตำบลอู่ตะเภา, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอู่ตะเภา, องค์การบริหารส่วนตำบลวังไก่เถื่อน, สำนักพิมพ์สตางค์มีเดียจังหวัดชัยนาท และคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท

นายพิษณุพล ช่างประดับ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอู่ตะเภา
นายพิษณุพล ช่างประดับ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอู่ตะเภา กล่าวว่า ตำบลอู่ตะเภา มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอู่ตะเภา เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2551 ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 563 คน เงินกองทุนรวม 2 ล้านบาทเศษ และจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลอู่ตะเภา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2553
โดยที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนมีบทบาทในการวิเคราะห์ศักยภาพชุมชน ทบทวนและจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น นำไปสู่การซ่อมแซม ปรับปรุง และสร้างบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อย ภายใต้โครงการบ้านพอเพียงในช่วงปี 2560 – 2564 จำนวนทั้งสิ้น 99 ครัวเรือน ส่งผลให้สามารถลดปัญหาความเดือดร้อน และพัฒนาคุณภาพการอยู่อาศัยของครัวเรือนยากจน ผู้มีรายได้น้อยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม ที่จะให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นหลักในการจัดการตนเองต่อไป
นอกจากนี้ยังเกิดการพัฒนากองทุนบ้านพอเพียง โดยสมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนแล้วจำนวน 19,000 บาท ส่วนโครงการบ้านพอเพียงในปีงบประมาณ 2565 อยู่ในระหว่างการเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนโครงการ จำนวน 45 ครัวเรือน เพื่อให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยครอบคลุมทั้งตำบล
ทั้งนี้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยตามโครงการบ้านพอเพียง เป็นการสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับชาวบ้านที่มีฐานะยากจน สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนงบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 18,000 บาท ส่วนการคัดเลือกครัวเรือนที่จะได้รับการซ่อมแซมบ้านนั้น ดำเนินการโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ร่วมกับผู้นำชุมชน สำรวจข้อมูลครัวเรือนที่เดือดร้อน และมีการจัดเวทีพิจารณารับรองสิทธิ์เพื่อให้ได้ครอบครัวที่มีความเดือดร้อนจริง ซ่อมการซ่อมสร้างจะใช้แรงงานจิตอาสา มีการสนับสนุนด้านวัสดุ อุปกรณ์จากหน่วยงานในท้องถิ่น และภาคเอกชนช่วยกันสมทบ
นายธีรพงษ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก พอช.
นายธีรพงษ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก พอช. กล่าวว่า การทำงานของ พอช. ได้ทำงานใน 4 เรื่องใหญ่ คือ 1.สภาองค์กรชุมชนตำบล ที่ขับเคลื่อนโดยผู้นำชุมชนในตำบลต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ มาร่วมกันพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง 2.สวัสดิการชุมชน โดยให้ชาวบ้านออมเงินกันวันละ 1 บาท เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกัน ตั้งแต่เกิด เจ็บป่วย แก่ และตาย รวมทั้งช่วยเรื่องภัยพิบัติ อาชีพ สิ่งแวดล้อม และเยาวชน 3.เรื่องบ้าน มี 5 ประเภท เช่น บ้านมั่นคง บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว รวมทั้งบ้านพอเพียงชนบท และ 4.เรื่องเศรษฐกิจและสิทธิชุมชน
“ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา เช่น หน่วยทหารในพื้นที่ และช่างชุมชน ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่ ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติมจนได้บ้านหลังใหม่ ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน” นายธีรพงษ์กล่าว

นางอารี คำสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานศูนย์ขับเคลื่อนการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดชัยนาท
นางอารี คำสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานศูนย์ขับเคลื่อนการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า การปรับสภาพแวดล้อมซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในอดีตที่ผ่านมา งบประมาณที่ได้รับยังไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินการปรับปรุงให้มีความเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีถ้วนหน้า พร้อมระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่จำเป็น จังหวัดชัยนาทจึงหาแนวทางให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมจังหวัดชัยนาท นำสู่การแต่งตั้งคณะทำงานศูนย์ขับเคลื่อนการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดชัยนาท (CSR) มีประธานหอการค้าจังหวัดชัยนาท เป็นประธานคณะทำงานฯ ซึ่งได้มีการจัดทำแผนงานและโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้กลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยที่มีความเปราะบางในจังหวัดชัยนาท ภายใต้ชื่อ “โครงการบ้านในดวงใจ เพื่อคนทุกวัยชัยนาท” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อให้ความช่วยเหลือในการปรับสภาพบ้านของผู้ประสบปัญหา ให้มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย มั่นคง มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีถ้วนหน้า พร้อมระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่จำเป็น โดยนำร่องในพื้นที่ตำบลต้นแบบ คือ ตำบลอู่ตะเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท และจะขยายผลสู่พื้นที่ตำบลอื่นในจังหวัดชัยนาทต่อไป

ทั้งนี้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20ปี (พ.ศ. 2560-2579) โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กระทรวง พม. ดำเนินการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยผู้ประสบปัญหาทางสังคมในพื้นที่จังหวัดชัยนาท จำนวน 445 หลัง มีผู้อาศัยในครัวเรือน 1,500 คน ใช้งบประมาณ 8,212,500 บาท และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนการซ่อมแซม ปรับปรุง หรือสร้างบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อยตามโครงการบ้านพอเพียงจำนวน 22 ตำบล 379 ครัวเรือน ใช้งบประมาณ 6,905,250 บาท โดยที่ผ่านมาดำเนินการไปแล้วรวม 131 ตำบล 1,158 ครัวเรือน


















