
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/วันนี้ (18 มีนาคม 2563) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พอช. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สช. พร้อมด้วยแกนนำคณะประสานเครือข่ายองค์กรชุมชน จัดประชุมหารือการจัดทำแผนปฏิบัติการการสร้างความร่วมมือการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมสุขภาวะ โดยจะใช้สถานการณ์โควิด-19 เป็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ควมร่วมมือในการทำงานร่วมกัน
การประชุมครั้งนี้เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญของทั้ง 2 องค์กร ซึ่ง พอช.และ สช. ถือเป็นหน่วยงานที่ทำงานการพัฒนาด้านสังคม ในการประสานความร่วมมือที่มีภารกิจ เครื่องมือการทำงานต่างๆ ในการทำงาน ทั้งประเด็นงานพัฒนา เครื่องมือ ทรัพยากร (งบประมาณ) ที่มีในพื้นที่มาบูรณาการการทำงานร่วมกัน ซึ่งแต่ละหน่วยงาน นำมาออกแบบสู่ทิศทางการทำงานร่วมกัน และในการร่วมมือการทำงานร่วมกันในพื้นที่ เพื่อให้พื้นที่มีความเข้มแข็งในทุกมิติ
ประกอบกับในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งมีการแพร่ระบาดของ COVID 19 ดังนั้น ทั้ง 2 องค์กรจึงมีความเห็นร่วมกันว่า ควรใช้วิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาชุมชนฐานรากให้มีความเข้มแข็งและสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงในอนาคต
ยกตัวอย่างรูปธรรมการทำงานต่อสู้กับโควิด-19 ของภาคประชาชน กรณีกองทุนสวัสดิการชุมชนชัยนาท ทำหน้ากากผ้าแจกจ่ายกันในชุมชน งบประมาณที่ได้ก็มาจากการบริจาคของสมาชิกในชุมชน ที่ได้รับความร่วมมือจาก รพ.สต. อสม. ผู้นำชุมชน ตั้งเวรยามในการดูแลสุขภาพคนในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมื่อเห็นประชาชนทำ ก็สนับสนุนงบประมาณให้ภาคประชาชนเพิ่มขึ้น ซึ่งข้อมูลในขับเคลื่อนของภาคประชาชนใน 39 จังหวัด 179 องค์กร
นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการ สช. กล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้องค์กรชุมชนต้อง “ดูตัวเองให้ออก บอกตัวเองให้ได้ ใช้ตัวเองเป็น” เราอยากทำสั้นเพื่อระยะยาว เมื่อกระบวนการเหล่านี้มีพื้นที่เป็นตัวตั้งในการจัดเวที พอมีเวทีคนก็อยากมา เมื่อคนก็มาก็ต้อง มีเรื่องให้ทำ พอจะทำก็ต้องทุน พอทำแล้วจะต้องเห็นผลที่เกิดขึ้นเล็กๆ น้อยๆ รวมถกันจนเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นที่พื้นที่”

นายอัมพร แก้วหนู รอง ผอ. พอช. ร่วมเสนอความคิดเห็นว่า “การจัดเวทีประชุมควรมีการออกแบบและจำกัดคนเข้าร่วมประมาณไม่เกิน 30 คน และองค์กรจะเคลื่อนขนาดไหน สภาองค์กรชุมชนทั้งหมด หรือตำบลเสี่ยง จังหวัดเสี่ยง หรือจะมีเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัด ก็จัดเฉพาะเรื่องนี้ เพราะคิดว่า แผนของหน่วยงานจะไม่ประสบความสำเร็จถ้าขาดภาคประชาชน อาจจะเลือกจังหวัดเสี่ยง เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี เป็นต้น เพื่อให้เห็นแผนร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชน โดยสภาองค์กรชุมชนที่แต่ละสภาฯ จะมีสมาชิกอยู่ประมาณ 20 องค์กร ซึ่งสามารถเชิญมาร่วมได้ และสื่อที่ใช้เผยแพร่ ควรทำเป็นกระดาษมากกว่าออนไลน์ เป็นกระดาษแผ่นเดียวสั้นๆ กระจายออกไปทั่วประเทศ”

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการ สช. ผลลัพธ์ในพื้นที่ที่ต้องการ คือ กระบวนการพูดคุยของคนในพื้นที่ จะมีวิธีการเฝ้าระวัง รับมืออย่างไร ที่มีข้อตกลงร่วม แต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร ทำอะไร แบบไหน โดยต้องมีการเตรียมการด้านการจัดการว่าหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่มีความเข้มแข็งมากน้อยเพียงไร ใช้โอกาสของโควิด ในการไปจัดระบบทุกระบบในพื้นที่ให้ตื่นตัว
ข้อสรุปจากการปรึกษาหารือร่วมระหว่าง สช.+พอช.
- การวิเคราะห์สถานการณ์โควิดที่จะเข้าสู่ระยะที่ 3 ในการแก้ไขปัญหาสังคมร่วมกันในทุกมิติ โดยไม่ควรละเลยหน่วยงานภาครัฐที่มีมาตรการต่าง ๆ ที่ลงไปในระดับพื้นที่
- ส่งผลกระทบกับชุมชนท้องถิ่นในทุกระดับ จะให้ชุมชนลุกขึ้นมารับมือกับปัญหาได้อย่างไร
- ใช้สถานการณ์โควิดเป็นโอกาสในการทำงานร่วม สช.+ พอช. “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง” มีกลไกการทำงานร่วมทุกระดับ (ตำบล อำเภอ จังหวัด) ประเด็นการขับเคลื่อนร่วม มีแผนการทำงานร่วมแต่ะละระดับ
- ดำเนินการในระดับตำบล >>> ที่เน้นหนักมาตรการต่างๆ ที่ต้องจัดความสัมพันธ์-ปฏิสัมพันธ์ร่วม จากมาตรการต่างๆ ที่ลงไปในพื้นที่
- วันที่ 24 มีนาคม 2563 จะมีการจัดเวทีหารือร่วมการรับมือโควิด ระดับผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สสส. สช. พอช.สปสช.)







