
ปทุมธานี / วันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 2563 นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ปลัดจังหวัดปทุมธานี นายอาวุธ วิเชียรฉาย นายอำเภอเมืองปทุมธานี นายสมพงษ์ ศรีอนันท์ นายกเทศมนตรีตำบลหลักหก ปทุมธานี ธนารักษ์จังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด สหกรณ์จังหวัด และกองทัพภาคที่ 1 ร่วมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านมั่นคงริมคลองเปรมประชากร ซึ่งดำเนินการในนามสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนวัดรังสิต จำกัด โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 70 คน ณ ชุมชนหมู่ 7 ตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

นายไมตรี และคณะได้ล่องเรือสำรวจคลองเปรมประชากร จากท่าวัดรังสิต ไปจนถึงชุมชนหมู่ที่7 เพื่อสำรวจสภาพบ้านเรือนสองฝั่งคลองฯ ระยะทางประมาณ 300 เมตร จากนั้นได้พบปะพูดคุยกับสมาชิกชุมชน กลุ่มแรกที่จะทำการรื้อย้าย จำนวน 80 หลังคาเรือน ซึ่งจะเปิดพื้นที่ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและเขื่อนระบายน้ำ ประมาณ 500 เมตร และจะทำการรื้อย้ายบ้านออกแนวคลองเปรมฯ ในเดือน พฤษภาคม 63 นี้

การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามแผนแม่บท โครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 มุ่งหวังการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนริมคลองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการเปลี่ยนจากผู้รุกล้ำเป็นผู้อยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่ไปกับการดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำ มีกลุ่มเป้าหมายในเขตกรุงเทพมหานคร 3 เขต (ดอนเมือง,หลักสี่,จตุจักร) จำนวน 32 ชุมชน และพื้นที่เทศบาลตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 6 หมู่บ้าน โดยมีระยะความยาวคลองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 13 กิโลเมตร และพื้นที่ปทุมธานีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร รวม 17 กิโลเมตร จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น 6,386 ครัวเรือน ที่ผ่านมาทางพอช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 เปิดเวทีชี้แจงและสร้างความเข้าใจการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองเปรมประชากรไปแล้วครบทุกพื้นที่ โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครสามารถเริ่มโครงการได้ก่อนในเขตจตุจักร ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้างบ้านจำนวน 204 ครัวเรือน โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธียกเสาเอกชุมชนวันที่ 13 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา

นายไมตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ เป็นการติดตามความพร้อมการรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านของสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนวัดรังสิต จำกัด เทศบาลตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งสหกรณ์ดังกล่าวมีจำนวนสมาชิกจาก 2 หมู่บ้านด้วยกัน คือหมู่ 7 มีสมาชิกทั้งหมด 291 ครัวเรือน และหมู่ 5 มีสมาชิกทั้งหมด 197 ครัวเรือน รวมสมาชิกทั้งหมดของสหกรณ์ฯ จำนวน 488 ครัวเรือน ชุมชนได้มีการรวมตัวกันตามขั้นตอนการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา เริ่มจากการรับรองสิทธิครัวเรือน การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารงบประมาณและโครงการ โดยปัจจุบัน พอช. ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองให้กับสมาชิกส่วนใหญ่แล้ว รวม 344 ครัวเรือน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 54,053,060 บาท โดยอยู่ระหว่างดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณให้กับทางสหกรณ์ฯ และสหกรณ์ฯ อยู่ระหว่างดำเนินการขอเช่าที่ดินจากธนารักษ์จังหวัดปทุมธานีเพื่อดำเนินโครงการ
ส่วนการขับเคลื่อนงานคลองเปรมประชากร ให้น้อมนำศาสตร์แห่งพระราชา ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ว่า “ขาดทุนคือกำไร” วันนี้โครงการริมคลองลาดพร้าว ริมคลองเปรมประชากร ตรงกับศาสตร์ของพระราชาข้อนี้ คือ วันนี้เราขาดทุน คือ “กำไร” เรามองถึงลูกหลาน นี่คือสมบัติที่เราจะให้ได้ในอนาคต วันนี้เราอยู่ด้วยความเสี่ยง รอบด้าน ขาดทุนคือ “กำไร” วันนี้เราก็ยอมถอยมาก้าวเดียว แต่วันหน้าเราจะทำเพื่อให้ลูกหลานของเราได้อยู่ในบ้านหรือวิมานที่มีความสุข นายไมตรี กล่าวเพิ่มเติม

นายไมตรี กล่าวต่อ หลังจากได้พบปะพูดคุย หารือกับหน่วยงานและชาวชุมชนริมคลองเปรมประชากรทั้งหมู่ 5 และหมู่ 7 แล้วนั้น ทางชุมชนมีความพร้อมจะเปิดพื้นที่ในการก่อสร้างบ้านและได้กำหนดแผนงานการรื้อย้ายบ้านเดิมเพื่อสร้างบ้านใหม่ร่วมกันในเดือนพฤษภาคม 63 นี้ ถือเป็นชุมชนที่ 2 ในคลองเปรมประชากร ต่อจากชุมชนประชาร่วมใจ 2 ที่เขตจตุจักรซึ่งได้รื้อย้ายและปลูกสร้างบ้านอยู่ในขณะนี้ โดยแผนของชุมชนจะเริ่มรื้อย้ายบ้านเดิม 87 หลัง
ที่หมู่ 7 ระยะทางประมาณ 500 เมตรใกล้กับวัดรังสิต ซึ่งเมื่อรื้อแล้วจะสามารถก่อสร้างบ้านใหม่ได้จำนวน 210 หลัง โดยคาดว่าจะเริ่มสร้างบ้านใหม่ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2563 ส่วนที่เหลือก็มีการวางแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป ทั้งในหมู่ 5 และ หมู่ 7 รวมถึง หมู่บ้านอื่น ๆ คือ หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 3 และ หมู่ 6 ซึ่งจะมีการพัฒนาต่อเนื่องไปในปี 2563-2564 เช่นกัน

จากนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาผู้อยู่อาศัยรุกล้ำแนวลำคลองและทางระบายน้ำ เพื่อเป็นการคืนคลองให้กับสาธารณะ และส่งเสริมให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พอช. ร่วมบูรณาการกับหน่วยงาน ภาคีต่างๆ และสิ่งที่พี่น้องชาวชุมชนริมคลองได้รับโดยหลักๆ แล้วคือ 1) ได้คลองทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ทั้งระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม รักษาคุณภาพน้ำ 2) ได้บ้านมากว่าบ้าน คือได้ชุมชนทำให้ลูกหลานมีบ้านมีอนาคต ได้ความสุข และความมั่นคงของมนุษย์ 3)ได้สิ่งแวดล้อม ภูมิทัศน์ริมคลอง น้ำใสสะอาดสัญจรไปมาสะดวก มีสาธารณูปโภค และ 4) ได้มีสถานะที่ถูกต้องตามกฏหมาย เป็นผู้เช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ และมีสหกรณ์ของชุมชนทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการพัฒนาชุมชนต่อไป นายไมตรี กล่าวในตอนท้าย
ทั้งนี้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งหมดนี้ จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ และปรับผังชุมชนเพื่อก่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม โดยชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลและร่วมกันบริหารจัดการโครงการ โดยทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง เปลี่ยนสถานะจากผู้บุกรุกเป็นชุมชนที่เช่าที่ดินอย่างถูกกฎหมาย ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี ในอัตราค่าเช่าผ่อนปรน

ส่วนรูปแบบบ้านมีหลายขนาดเพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมออกแบบและเลือกให้ตรงกับความต้องการ ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว เช่น บ้านแถวชั้นเดียว ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 297,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 1,542 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,579 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี

สภาพบ้านเรือนริมคลองเปรมประชากร






