ผู้ช่วย ผอ. พอช. หารือมาตรการ World Bank Safeguards คุ้มครองสิทธิชุมชนริมน้ำ ชู 5 มาตรการเยียวยาครบวงจร ปูทางโครงการระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ก้าวสำคัญของการพัฒนา วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายกว่า 300 ครัวเรือน และพื้นที่เวนคืนหมื่นไร่ มุ่งเป้าฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนควบคู่การบริหารจัดการน้ำ
กรุงเทพมหานคร (2 เมษายน 2569) –สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เข้าร่วมการประชุมหารือร่วมกับคณะผู้บริหารกรมชลประทาน และตัวแทนจากธนาคารโลก (World Bank) โดยมี นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณะผู้บริหารกรมชลประทาน และตัวแทนจากธนาคารโลก (World Bank) เพื่อวางมาตรการการตั้งถิ่นฐานใหม่ (Resettlement) และกลไกการคุ้มครอง (World Bank Safeguards) สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ในส่วนของแผนที่ 2 ณ ห้องประชุมลำปาว กรมชลประทาน
โครงการในแผนที่ 2 นี้ ครอบคลุมการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก และโครงการระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งมีศักยภาพในการระบายน้ำสูงสุดถึง 900 ลบ.ม.ต่อวินาที ใช้งบประมาณก่อสร้างรวมกว่า 164,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันมหาอุทกภัยซ้ำรอยปี 2554 ซึ่งเคยมีมวลน้ำหลากเกินขีดจำกัดถึง 1,800 ลบ.ม.ต่อวินาที
เพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน ที่ประชุมได้กำหนด 5 มาตรการหลัก ในการขับเคลื่อน ได้แก่
1. มาตรการด้านที่อยู่อาศัย ผ่านโครงการบ้านมั่นคงเพื่อรองรับการย้ายถิ่นฐานอย่างเป็นระบบ
2. มาตรการด้านเศรษฐกิจ สนับสนุนอาชีพและรายได้ให้แก่สมาชิกในชุมชน
3. มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
4. มาตรการด้านสังคมและกลุ่มเปราะบาง การดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้มีรายได้น้อยเป็นพิเศษ
5. การเตรียมความพร้อมชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหา
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. ย้ำว่า เป็นการทำงานเชิงรุกที่มองข้ามเรื่องสิ่งก่อสร้าง ไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในพื้นที่ โดยในวันที่ 7 เมษายนนี้ จะมีการประชุมระดับปฏิบัติการ ณ พอช. เพื่อสรุปรายละเอียด ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ในวันที่ 17 เมษายน 2569 และรายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเป็นขั้นตอนต่อไป
จากการสำรวจเบื้องต้น พบกลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการดูแลแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชลประทาน 342 ครัวเรือน, กลุ่มที่อยู่ในพื้นที่เวนคืนระยะทาง 7 กิโลเมตร (รวม 16,288 ไร่), กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเชิงพาณิชย์ และย่านชุมชนที่ได้รับผลกระทบทางสังคม ซึ่งมาตรการเยียวยาจะใช้การผสมผสานระหว่างระเบียบกฎหมายของไทยและมาตรฐานสากลของธนาคารโลก เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน นายสยามกล่าว












