พอช. ลงพื้นที่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ติดตามความก้าวหน้าโครงการบ้านมั่นคง ลงเสาเอกสร้างบ้านมั่นคง แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ยกระดับคุณภาพชีวิตครบทุกมิติ ผอ.พอช.ย้ำ หนุนเครือข่ายบ้านมั่นคง ให้ชุมชนมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สร้างรายได้ที่มั่นคง
สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ /วันที่ 24 – 25 มีนาคม 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า การดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัย สามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการมุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่ นำโดย นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)คณะผู้บริหาร พอช. ภาคีเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม ผู้นำเครือข่ายสวัสดิการชาติ จำนวน กว่า 20 คน ณ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี
พลังแห่งความไม่ยอมแพ้
บ้านมั่นคงปูลากะป๊ะ แม้ในช่วงแรกจะเผชิญกับคำดูถูกและปัญหาความเชื่อมั่นจนสมาชิกลดลงเหลือเพียง 17 ครัวเรือน แต่ผู้นำและสมาชิกที่เหลือได้ร่วมมือกันจนสามารถปิดบัญชีสหกรณ์ได้สำเร็จและเดินหน้าสร้างที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ โมเดลเศรษฐกิจฐานราก พอช. ใช้ปูลากะป๊ะเป็นโมเดลในการก้าวข้ามจาก “บ้านมั่นคง” สู่ “เศรษฐกิจมั่นคง” โดยเชื่อมโยงที่อยู่อาศัยเข้ากับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสร้างรายได้
โครงการบ้านมั่นคง “ปูลากะป๊ะ/ปูลากาป๊ะ” ตั้งอยู่ที่ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการโดย สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงปูลากะป๊ะ จำกัด เป้าหมายสำคัญคือช่วยคนที่ “ไม่มีบ้าน ไม่มีดิน” ให้มีที่อยู่อาศัยมั่นคงและจัดการชีวิตร่วมกันอย่างเป็นระบบ โครงการได้รับอนุมัติเมื่อ 6 สิงหาคม 2563 วงเงินรวม 6,720,750 บาท และมีเป้าหมายช่วยเหลือ 83 ครัวเรือน ต่อมาเกิดก้าวสำคัญเมื่อชุมชน ซื้อที่ดิน 10 ไร่ และมีการรับมอบโฉนดในปี 2564 เพื่อเตรียมการสร้างบ้านและวางโครงสร้างชุมชนใหม่บนฐานสิทธิในที่ดินที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เส้นทางไม่ได้ราบรื่น เพราะการรวมกลุ่มต้องอาศัยความเชื่อมั่นและระบบบริหารที่โปร่งใส ช่วงหนึ่งจำนวนสมาชิกมีความผันผวนจนเหลือราว 17 ครัวเรือน ชุมชนจึงเร่ง “ตั้งหลัก” ด้วยการทำงานร่วมหน่วยงานด้านสหกรณ์และตรวจบัญชี เพื่อปิดบัญชีและสร้างความน่าเชื่อถือให้เดินต่อได้ แนวทางบ้านมั่นคงที่ไม่ใช่แค่สร้างบ้าน แต่ต้องสร้าง เศรษฐกิจชุมชน ควบคู่กัน ภาพนี้สะท้อนผ่านกิจกรรมพัฒนาอาชีพและเวทีนวัตกรรม Idea Hacks 2025 ที่ชุมชนปูลากาป๊ะต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นสู่ “เบอร์เกอร์ปลาท้องถิ่น” จนคว้ารางวัลระดับดีเยี่ยม กลายเป็นตัวอย่างว่าความมั่นคงที่แท้จริง คือบ้านที่ตั้งอยู่บนความร่วมมือ รายได้ และการจัดการที่ชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกัน
สัญญาณใหม่แห่งการพัฒนาที่อยู่อาศัยชายแดนใต้ สร้างบ้านของคนเมืองยะลา
โครงการบ้านมั่นคงยะลา เฟส 2 ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการจัดการตนเองโดยชุมชนเป็นแกนกลาง หลังจากที่ตลอดปี 2567 ที่ผ่านมา สหกรณ์ฯ ได้มุ่งเน้นการจัดระเบียบภายในอย่างเข้มข้น ทั้งการประชุมใหญ่สามัญเพื่อประเมินผลงาน การติดตามแก้ปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิก และการประสานงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ พอช. เพื่อพิจารณาสินเชื่อสร้างบ้าน ซึ่งเป็นด่านสำคัญที่จะพิสูจน์ความพร้อมและความเข้มแข็งของสหกรณ์ในการบริหารจัดการโครงการ
ความคืบหน้าโครงการบ้านมั่นคงเฟสที่ 2 ของ “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงยะลา จำกัด” ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา สะท้อนภาพการขยับจากงานจัดการภายในไปสู่การก่อสร้างจริงอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดปี 2567 สหกรณ์ฯ และหน่วยงานกำกับดูแลติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประชุมใหญ่สามัญและประชุมคณะกรรมการ เพื่อประเมินผลการทำงาน แก้ปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิก และเร่งความคืบหน้าการ “ขอสินเชื่อสร้างบ้าน” ร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช. ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนลงมือสร้างบ้าน
ต่อมาในปี 2568 ได้ลงเสาเอกโครงการบ้านมั่นคงยะลา เฟส 2 ชี้ให้เห็นว่าโครงการกำลังคลี่คลาย “งานระบบ” (หนี้-สินเชื่อ-ธรรมาภิบาลสหกรณ์) และก้าวสู่ “งานบ้าน” ที่จับต้องได้ โดยมี พอช. และเครือข่ายหน่วยงานในพื้นที่ร่วมหนุนให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยเชื่อมกับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของชุมชน โดยชุมชนเป็นแกนหลัก
การขับเคลื่อนโครงการบ้านมั่นคงยะลา คือการสร้างระบบนิเวศชุมชนที่เข้มแข็ง เพื่อให้โครงการในเฟสต่อๆ ไปสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงตามเป้าหมายการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
“สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงปัตตานี จำกัด”
จัดการตนเอง 3 มิติ สร้างสันติสุขจากฐานรากสู่ระดับจังหวัด
โครงการบ้านมั่นคงนาเกลือ ขับเคลื่อนโดย “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงปัตตานี จำกัด” ครอบคลุมพื้นที่ 3 ชุมชน รวม 70 ครัวเรือน โดยยึดหลักการ “องค์กรชุมชนเป็นฐาน” ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูล การออกแบบผังชีวิตและผังชุมชน ไปจนถึงการร่วมบริหารจัดการสหกรณ์ จนเกิดผลลัพธ์การพัฒนาใน 3 มิติหลัก คือ มิติที่อยู่อาศัย ที่สมาชิกได้รับสิทธิในที่ดินอย่างถูกต้องและมีบ้านที่มั่นคงตามมาตรฐาน มิติเศรษฐกิจ ที่มีการส่งเสริมอาชีพเสริมและการจัดการน้ำในชุมชนเพื่อสร้างทุนหมุนเวียน และ มิติสังคม ที่เน้นความโปร่งใสในการตรวจสอบบัญชีร่วมกับหน่วยงานรัฐ
โครงการบ้านมั่นคงนาเกลือคือรูปธรรมที่ชัดเจนของการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนไม่เพียงแต่ได้บ้าน แต่ยังได้ระบบความสัมพันธ์ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรับมือกับวิกฤติต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ต้องอาศัยฐานทุนทางสังคมและจิตวิญญาณในการขับเคลื่อนงานพัฒนา
นอกจากนี้ การดำเนินงานของโครงการนาเกลือยังเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ “ปัตตานีจัดการตนเอง” ซึ่งเน้นการให้คนในพื้นที่ลุกขึ้นมาออกแบบอนาคตของตนเอง โดยมี “บ้าน” เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่แห่งความหวังและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ผลสำเร็จจากโครงการนี้จะถูกนำไปขยายผลเพื่อปรับปรุงระบบการทำงานของ พอช. ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่เหลืออีกเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและยืนหยัดได้ด้วยขาของตนเอง
“บ้านมั่นคง” สู่ชุมชนจัดการตนเอง แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย สร้างระบบนิเวศชุมชนรับมือภัยพิบัติ
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวถึง ทิศทางการขับเคลื่อนโครงการ “บ้านมั่นคง” ว่า เป้าหมายสูงสุดของ พอช. ไม่ใช่เพียงการสร้างที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้าง “ชุมชนที่เข้มแข็ง” เมื่อชาวชุมชนมีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย อาชีพและรายได้ที่มั่นคงก็จะตามมา นอกจากการทำเรื่องบ้านแล้ว พอช. ยังมุ่งเน้นการจัดระบบความสัมพันธ์ของคนในชุมชน เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลและจัดสวัสดิการดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และเด็ก โดยอาศัยศักยภาพของคนในชุมชนเอง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง และเป็นทางรอดของประเทศไทยในการรองรับวิกฤตต่างๆ
นายกฤษดากล่าวต่อ สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินปกติได้นั้น พอช. มีเป้าหมายดำเนินการรวมกว่า 1.7 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ปัจจุบันสามารถดำเนินการไปแล้วกว่า 3 แสนครัวเรือน ครอบคลุมหลากหลายโครงการ อาทิ โครงการบ้านมั่นคงเมือง, บ้านมั่นคงชนบท, บ้านมั่นคงริมคลอง เช่น คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแม่ข่า รวมถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง
ประชาชนที่กำลังประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางที่อยู่อาศัย ขาดแคลนที่ดินทำกิน หรือเสี่ยงต่อการถูกไล่รื้อ สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจาก พอช. ได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ 1) การสำรวจข้อมูลเชิงรุกโดยเจ้าหน้าที่ พอช. และ 2) การที่ประชาชนรวมตัวกันเป็นกลุ่มและประสานงานผ่านเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ เพื่อส่งต่อข้อมูลความเดือดร้อนมายัง พอช. ให้เข้าไปสนับสนุนการจัดตั้งโครงการ นายกฤษดากล่าว
ในส่วนของทิศทางอนาคต เมื่อชุมชนมีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยแล้ว พอช. จะเดินหน้าขยายผลยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการสร้าง “ระบบนิเวศชุมชน” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนสามารถรับมือกับภัยพิบัติรูปแบบใหม่ๆ ทั้งวิกฤตที่เกิดจากสภาวะสงคราม ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในภารกิจหลักที่ พอช. จะเร่งขับเคลื่อนเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวทิ้งท้าย






















