บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ขับเคลื่อนโครงการ “มอบสุขภัณฑ์เพื่อบ้านมั่นคง” ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อส่งมอบสุขภัณฑ์คุณภาพสูงให้แก่เครือข่ายชุมชนตาหลังใน มุ่งยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ในการสร้างความมั่นคงด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร
สระแก้ว/ 9 มีนาคม 2569) — สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส่งมอบสุขภัณฑ์ภายใต้โครงการ “มอบสุขภัณฑ์เพื่อบ้านมั่นคง เพื่อสนับสนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อยและเครือข่ายบ้านมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแกนนำชุมชนเข้าร่วมงานกว่า 120 คน” ณ อาคารเกษตรชุมชนตาหลังใน อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว
ยกระดับสุขอนามัยชุมชน ขยายผลความร่วมมือระดับประเทศเพื่อบ้านมั่นคง
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการ พอช.กล่าวถึ งความคืบหน้าการขับเคลื่อนแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว การดำเนินงานในปัจจุบันมีการจัดทำแผนพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ทำให้สามารถระบุพิกัดและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลตาหลังใน ซึ่งพบว่ามีกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องการการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อให้สอดคล้องกับสุขอนามัย
นางสาวเฉลิมศรีย้ำว่า ความสำเร็จในพื้นที่ตำบลตาหลังใน เกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนในพื้นที่อย่าง กลุ่มสวนกิตติ และพันธมิตรระดับประเทศอย่าง บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้ามาสนับสนุนผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม พอช. ยังคงยึดถือหลักการ “สร้างคนมากกว่าสร้างบ้าน” โดยมุ่งหวังให้การสนับสนุนในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเข้มแข็ง ให้ชุมชนมีการรวมกลุ่ม มีอาชีพ และมีรายได้ที่มั่นคงจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด
สำหรับความร่วมมือกับบริษัท ลิกซิล นั้น ระบุว่าเป็นการดำเนินการในระดับภาพรวมทั่วประเทศ โดยมีการสำรวจข้อมูลความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง เดือนที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ส่งมอบสุขภัณฑ์ช่วยเหลือพี่น้องในโครงการบ้านมั่นคงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปัจจุบันขยายผลมายังจังหวัดสระแก้ว เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ในนามของ พอช. ต้องขอขอบคุณบริษัท ลิกซิล ที่มีความเข้าใจและพร้อมเคียงข้างชุมชนมาโดยตลอด ในอนาคตเรามีแผนที่จะขยายความร่วมมือ ทั้งในมิติของการสนับสนุนกลุ่มเปราะบางร่วมกันต่อเนื่อง และการเชื่อมโยงให้ชุมชนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้สิทธิพื้นฐานด้านที่อยู่อาศัยและสุขอนามัยเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม” นางสาวเฉลิมศรีกล่าว
เสียงจากหัวใจ ‘ลุงบุญมี’
ลุงบุญมี จันทร์น้ำใส ตัวแทนผู้ที่ได้รับมอบสุขภัณฑ์เล่าว่า ตนเองอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่สมัยที่มีบ้านเรือนเพียง 7 หลัง ผ่านความยากลำบากจากการทำอาชีพรับจ้างทั่วไป ร่างกายมีความพิการและต้องรับภาระดูแลแม่ที่มีอายุสูงถึง 98 ปี รวมถึงลูกชายที่มีความพิการทางแขนอีกหนึ่งคน สภาพความเป็นอยู่เดิมจึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะเรื่อง “สุขอนามัย” ที่ต้องใช้ห้องน้ำแบบนั่งยองขุดหลุมธรรมดา
ลุงบุญมีเล่าต่อ สำหรับการได้รับมอบสุขภัณฑ์จากบริษัท ลิกซิล ในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ “โชคดีที่สุด” เพราะลำพังรายได้จากการรับจ้างไม่มีกำลังพอที่จะซื้ออุปกรณ์ที่มีคุณภาพระดับนี้ได้ ดีใจครับเกิดมาไม่เคยได้แบบนี้ และหลายคนในหมู่บ้านก็พูดเหมือนกันว่าไม่เคยเห็น มันเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นมาก แต่ก่อนเราใช้ห้องน้ำแบบขุดหลุมธรรมดา นั่งยองๆ ลำบากมาก สำหรับคนพิการและคนแก่ วันนี้ได้ของดีมาแล้ว เราต้องพยายามปรับตัวและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“โชคดีที่สิ่งไม่เคยมีก็ต้องมี สิ่งไม่เคยได้ใช้ก็ได้ใช้ ขอบคุณทุกส่วนราชการและทุกโครงการที่ทำให้ประเทศไทยรุ่งเรืองและช่วยเหลือคนทำมาหากิน ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญครับ” ลุงบุญมีกล่าวทิ้งท้าย
พลิกชีวิตคนไร้ที่ดิน “สวนกิตติ” มอบที่ดิน 185 ไร่
นางชูศรี แนวสุข ประธานกลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงชนบทตำบลตาหลังในกล่าวถึง ความคืบหน้าและทิศทางการพัฒนาโครงการบ้านมั่นคงชนบทในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำระดับตำบล โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การรวบรวมผู้เดือดร้อนและกลุ่มยากจนจากทั้ง 21 หมู่บ้าน เข้าสู่กระบวนการพัฒนาที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โครงการเริ่มต้นจากการสำรวจพบสมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อนรุนแรง ไม่มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวม 237 ครัวเรือน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. ในการซ่อมสร้างบ้านระยะแรก 185 ครัวเรือ ชุมชนยังได้รับความอนุเคราะห์ด้านที่ดินทำกิน จึงได้เจรจากับ บริษัท สวนกิตติ (สวนป่ากิตติ) จนนำมาสู่การมอบที่ดินแปลงว่างจำนวน 185 ไร่ ให้กับชุมชนได้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยและทำกินเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา
นางชูศรีกล่าวว่า นอกเหนือจากที่อยู่อาศัย ยังขยายผลไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติอื่นๆ ผ่านภาคีเครือข่าย ได้แก่ การจัดการน้ำ ได้รับการอนุมัติแผนบริหารจัดการน้ำทั่วตำบลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. จำนวน 3 แผน งบประมาณรวมกว่า 1.77 ล้านบาท การพัฒนาทักษะและอาชีพ ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสระแก้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่ออบรมทักษะอาชีพให้สมาชิกพึ่งพาตนเองได้
ความร่วมมือภาคเอกชนสนับสนุนที่ดินเพื่อสร้างความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัย นายอนาวิล สสิวงศ์ ผู้บริหารกลุ่มสวนกิตติ
นำเสนอภาพรวมผู้มีรายได้น้อยเมืองและชนบทภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก และแนวทางการสนับสนุน และพื้นที่เป้าหมายในการ “มอบเพื่อบ้านมั่นคง”โดย นางสาวสุมล ยางสูง

















