“สานพลังเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานรากสู่ความยั่งยืน ปีที่ 3”
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เผยความสำเร็จก้าวสู่ปีที่ 3 ของโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน ผ่านมาตรการบีโอไอ (BOI) ดันยอดลงทุนทะลุ 3,000 ล้านบาท พร้อมชี้ประเทศไทยเดินมาถูกทางในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ด้วยการดึงศักยภาพภาคเอกชนมาช่วยสร้างความมั่งคั่ง ให้เศรษฐกิจฐานราก ตั้งเป้าทะยานสู่ 10,000 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลลัพธ์การสร้างประโยชน์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
องค์กรภาครัฐภาคเอกชน ร่วมกันจัดงาน ‘สานพลังเอกชนปีที่ 3’
สานพลังเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานรากสู่ความยั่งยืน ปีที่ 3
กรุงเทพฯ/6 มีนาคม 2569 – รวมพลังครั้งสำคัญขององค์กรภาครัฐภาคเอกชน ร่วมกันจัดงาน “สานพลังเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานรากสู่ความยั่งยืน ปีที่ 3” โดยมี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (THAI LCA) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม เพื่อสานต่อความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ พร้อมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจมาตรการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและสังคมภายใต้การสนับสนุนของ BOI ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
นิยามใหม่ของตลาดทุนในการมุ่งสร้างสังคมที่ยั่งยืน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทยกล่าวว่า งานสานพลังเอกชนฯปี3 เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชน ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้วถึง 106 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาคเอกชนมีความพร้อม ในการร่วมขับเคลื่อนในการพัฒนาชุมชน และได้เปรียบเทียบการพัฒนาประเทศไทยที่ผ่านมาว่าเหมือน “โรคตาลขโมย” ที่ส่วนหัว (กรุงเทพฯ และพื้นที่เศรษฐกิจหลัก) โตและอ้วนท้วน แต่ส่วนแขนขา (ชนบท) กลับลีบเล็กและอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนนำไปสู่ปัญหาหนี้สิน, ความยากจน, ฝุ่น PM2.5 และปัญหาสลัมในเมือง ซึ่งหากปล่อยให้ชุมชนเผชิญกับคลื่นเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมใหม่ๆ ตามลำพัง ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งรุนแรงขึ้น
หลักการทำงานสำหรับพี่น้องชุมชน ได้แก่ การนำความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่ชุมชน ผ่านการรวมกลุ่มออมเงิน จัดการป่าชุมชน และธนาคารต้นไม้ เพื่อปลดหนี้นอกระบบ การสร้างผู้นำชุมชน นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาสร้างความโปร่งใสและบริหารจัดการทรัพยากรให้ยั่งยืน การดึงภาคเอกชนเข้ามาช่วยด้านการตลาด โลจิสติกส์ และมาตรฐานสินค้า ดร.กอบศักดิ์กล่าว
ดร.กอบศักดิ์กล่าวถึง ระยะต่อไปโครงการจะมีการเปิดช่องทาง Fast Track ให้เอกชนสามารถเลือกสนับสนุนโครงการที่มีต้นแบบชัดเจนได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นแนวคิด “Collective Effort for Collective Impact” โดยกำหนด “ธีมพิเศษ” ในแต่ละปี เช่น การแก้ปัญหาเรื่องน้ำ เพื่อรวมศูนย์พลังงานให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ “เมื่อเรามาถึงจุด 3,000 ล้านบาทได้ เป้าหมายต่อไปคือการไปสู่ 10,000 ล้านบาทให้ได้” นายกอบศักดิ์กล่าว พร้อมย้ำว่าความท้าทายสำคัญคือการทำรายงาน Social Impact กลับไปยัง BOI อย่างเป็นระบบ ทั้งจำนวนคนที่ได้รับการช่วยเหลือและรายได้ที่เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นแดชบอร์ดพิสูจน์ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร
ยกระดับตลาดทุน สร้างคุณค่าให้สังคม บทบาทใหม่ของการลงทุนเพื่อสร้างความยั่งยืน
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เข้าไปในกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างสมดุล ประกอบด้วย บทบาทของชุมชนในฐานะผู้สร้างนวัตกรรม การลงทุนใน Social Capital ของภาคเอกชน บทบาทของ ก.ล.ต. ในการส่งเสริมตลาดทุนที่ยั่งยืน และ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ความร่วมมือในวันนี้นับเป็นสิ่งสำคัญที่ภาคตลาดทุนและภาคธุรกิจได้ก้าวเข้ามาเชื่อมโยงกับชุมชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยพลังของทุกฝ่ายนี้จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
บทบาท BOI ในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน
คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะในการค้าและการลงทุน ผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับมือ ซึ่งหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือ “ความรับผิดชอบต่อสังคมและการช่วยเหลือชุมชน” ที่จะเป็นกุญแจสำคัญและมาตรฐานใหม่ของความสำเร็จ ที่ผ่านมา BOI ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ทั้งไทยและต่างชาติ ให้เข้ามามีบทบาทช่วยพัฒนาชุมชนและสังคมผ่าน “มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม” โดยส่งเสริมให้เอกชนร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น ในการลงทุนโครงการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร แหล่งน้ำ การท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การศึกษา สาธารณสุข การลดฝุ่น PM 2.5 และอื่น ๆ อีกมากมาย BOI เชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพของชุมชนและสร้างความเข้มแข็งของฐานรากประเทศไทย
นายกฤษดา สมประสงค์
ดึงภาคธุรกิจยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ตั้งเป้า “ชุมชนเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย”
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)กล่าวถึง ทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นทั่วประเทศ ปัจจุบันมีหลายชุมชนที่สามารถยกระดับตนเองสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดคือ “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย” นั้น จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรที่มากกว่างบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาล พอช. จึงได้ปรับยุทธศาสตร์โดยการดึงภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะ “ภาคธุรกิจเอกชน” เข้ามามีส่วนร่วมในการหนุนเสริมชุมชน
นายกฤษดากล่าวต่อ พอช.ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ในการพาชุมชนที่มีศักยภาพมาพบกับภาคธุรกิจเอกชนที่มีความพร้อมในการแบ่งปันทรัพยากร โดยอาศัยกลไกการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่มีมาตรการทางภาษีมารองรับ เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถนำองค์ความรู้ เงินทุน และทรัพยากรอื่นๆ มาช่วยพัฒนาและสร้างโอกาสให้กับชุมชน
“พอช. ทำงานโดยยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง และมีผู้นำชุมชนเป็นรากฐานสำคัญ การดึงทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมบูรณาการการทำงานในครั้งนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการต่อยอดและยกระดับการพัฒนา เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย” นายกฤษดากล่าว
เสวนาหัวข้อ จากมาตรการ CSR ต่อยอดสู่สังคมที่ยั่งยืน แลกเปลี่ยนมุมมองจากภาคธุรกิจและหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนจริง
ภายในงาน สานพลังเอกชนฯปี3 มีเวทีเสวนาหัวข้อ “จากมาตรการ CSR ต่อยอดสู่สังคมที่ยั่งยืน” แลกเปลี่ยนมุมมองจากภาคธุรกิจและหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนจริง รวมถึงการนำเสนอพื้นที่รูปธรรมจากโครงการที่ประสบความสำเร็จ พร้อมบูทนิทรรศการจาก BOI ภาคเอกชน ผู้ประกอบการเพื่อสังคม และชุมชน





















