“พอช.-ภาคีเครือข่าย” เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบชายแดน เผยแนวทาง “เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส” รวมกลุ่มชาวบ้านสร้างอำนาจต่อรอง พร้อมหนุนงบเฉพาะกิจภายใต้กรอบ 5 ล้านบาท ปั้นโมเดล “Collective Housing” บูรณาการ ที่ดิน-ป่า-น้ำ-อาชีพ
ศรีสะเกษ/อุบลราชธานี 25-26 ธันวาคม 2568 –คณะทำงานโครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชน กับการจัดการภัยพิบัติชายแดนไทย-กัมพูชา ภายใต้การสนับสนุนของ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและหารือแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ ประเมินสถานการณ์และมอบความช่วยเหลือ มุ่งเน้นการเชื่อมโยงความช่วยเหลือเร่งด่วนเข้ากับการวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว
คณะทำงานฯ ได้เดินทางไปยังพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อมอบของบรรเทาความเดือดร้อนและพบปะพูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน จุดที่1ศูนย์พักพิงที่ 14 บ้านโนนโพธิ์ใต้ วัดโนนโพธิ์ ต.เมืองเดช จ.อุบลราชธานี จำนวน 391 คนจุดที่2 การหารือร่วมกับ ทีมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ณ สำนักงานศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์และแนวทางคลี่คลายปัญหาในพื้นที่ด่านหน้า จุดที่3 ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดบ้านจอก ต.สะพุง อ.ศรีรัตนะ ซึ่งเป็นศูนย์ขนาดใหญ่ จำนวน 1,465 คน
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานอนุกรรมการบบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดินได้กล่าวถึง สถานการณ์ความไม่สงบและการสู้รบตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวและการตื่นตัวจากส่วนกลางอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญที่กลับกันคือการเร่งเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักที่ พอช. รวมถึงหน่วยงานทุกภาคส่วน ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก
นางสาวสมสุข กล่าวต่อ หัวใจสำคัญคือการ “เปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส” โดยใช้สถานการณ์วิกฤตนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการ “รวมกลุ่ม รวมคน” เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดย พอช. ได้วางแนวทางการหนุนเสริมผ่านโครงการและงบประมาณภายใต้กรอบวงเงินรวม 70 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ได้จัดสรรเป็น “เมนูช่วยเหลือพื้นที่ชายแดน” จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ เป้าหมายสำคัญของงบประมาณก้อนนี้ ไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์ แต่ต้องนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ก่อให้เกิด “พลังร่วม” และ “ระบบร่วม” ในรูปแบบ Collective Housing หรือการจัดการที่อยู่อาศัยแบบร่วมทุนร่วมใจ ที่เชื่อมโยงมิติต่างๆ ของชุมชนเข้าด้วยกัน ทั้งเรื่องป่า น้ำ เศรษฐกิจ และสังคม
เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนครั้งนี้คือ “โครงการบ้านมั่นคงชนบท” ซึ่งมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ที่มีความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย แต่หัวใจที่แท้จริงคือการสร้าง “ระบบการจัดการที่อยู่อาศัยแบบองค์รวม” ในทุกมิติ การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อผลักดันให้ประเด็นความมั่นคงของชุมชนชายแดน ถูกยกระดับขึ้นเป็น “วาระของจังหวัด” เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนแผนพัฒนาร่วมกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานรัฐอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป นางสาวสมสุขกล่าว
“เราต้องมองให้มากกว่าเรื่องบ้าน โดยใช้เรื่องบ้านที่เป็นวัตถุธรรม เป็นเพียงพื้นฐานในการสร้างองคาพยพใหม่ เพื่อให้เกิดระบบชุมชนที่มั่นคง เปลี่ยนระบบท้องถิ่นให้แข็งแกร่ง จนสามารถสร้างโมเดลการพัฒนาที่จับต้องได้”



















