คณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงฯ อนุมัติงบพัฒนายกระดับที่อยู่อาศัยกว่า 131 ล้านบาท ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ พร้อมปรับแผนงบประมาณคงเหลือ 70 ล้านบาท เป็น “งบฉุกเฉิน” รับมือภัยธรรมชาติและสถานการณ์ความไม่สงบชายแดน มุ่งเน้นชุมชนจัดการตนเอง
เดินหน้าความมั่นคงที่อยู่อาศัย อนุมัติ 32 โครงการ
คณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดิน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. อนุมัติโครงการและงบประมาณเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนรวม 32 โครงการ วงเงินรวม 131,933,929 บาท มีรายละเอียดสำคัญดังนี้ โครงการบ้านมั่นคง (เมืองและชนบท) อนุมัติงบประมาณกว่า 73 ล้านบาท เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แก่สมาชิกกว่า 1,754 ครัวเรือน โครงการบ้านพอเพียง สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านที่ทรุดโทรมสำหรับผู้ยากไร้ 11 โครงการ รวม 483 ครัวเรือน วงเงิน 15.12 ล้านบาท การแก้ปัญหาชุมชนริมราง อนุมัติงบประมาณ 31.57 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบรางในพื้นที่ 2 จังหวัด กรณีฉุกเฉินไฟไหม้-ไล่รื้อ จัดสรรงบที่อยู่อาศัยชั่วคราวเบื้องต้นช่วยเหลือประชาชน 25 ครัวเรือน
ทุ่ม 70 ล้าน รับมือภัยพิบัติและสถานการณ์ชายแดน
จากสถิติช่วงปลายปี 2568 พบว่าประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติธรรมชาติรุนแรงกระทบกว่า 8.1 แสนครัวเรือน และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กระทบอีก 1.8 แสนครัวเรือน คณะอนุกรรมการฯ จึงมีมติปรับเพิ่มกิจกรรมในแผนงบประมาณปี 2566-2567 ที่ดำเนินการบรรลุเป้าหมายแล้ว มาเป็น “งบสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยพิบัติ” วงเงิน 70,000,000 บาท โดยแบ่งเป็น 5 แผนงานหลัก คือ 1. ที่อยู่อาศัยชั่วคราว/เช่าบ้าน (กรณีเร่งด่วน) 1,500 ครัวเรือน 27,000,000 บาท 2. ฟื้นฟูบ้านมั่นคงเดิมที่ประสบภัย (ซ่อมบ้าน/อาชีพ) 5,000 ครัวเรือน 25,000,000 บาท 3. เตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ อย่างน้อย 100 กลุ่ม 10,000,000 บาท 4. ช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติชายแดน อย่างน้อย 5 จังหวัด 10,000,000 บาท 5. สนับสนุนกลไกเครือข่ายและการจัดการข้อมูล ระดับชุมชน/จังหวัด/กลาง 3,000,000 บาท
ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา: เยียวยาเชิงรุก 7 จังหวัด
สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนในพื้นที่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด พอช. ได้ร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนจัดทำโครงการเสริมสร้างเครือข่ายจัดการภัยพิบัติชายแดน วงเงิน 5,000,000 บาท โดยเน้นการทำงาน 3 ระยะ (เร่งด่วน-ต่อเนื่อง-ฟื้นฟู)
รูปแบบการสนับสนุนเป็น “งบเชิงยุทธศาสตร์” โดยเบื้องต้นวางกรอบ จังหวัดละ 500,000 บาท เพื่อให้เครือข่ายชุมชนในพื้นที่สามารถนำไปจัดทำข้อมูลผู้เดือดร้อนและประสานงานกับหน่วยงานภาคีได้อย่างยืดหยุ่น มุ่งเน้นการเป็น “สะพานเชื่อม” เพื่อเติมเต็มการช่วยเหลือที่ระบบรัฐปกติเข้าไม่ถึง












